23 พ.ย. 2020 เวลา 04:41 • หนังสือ
คินสึงิ (kintsugi)
จากที่คราวก่อนผมได้พูดถึง “อิคิไก” ไป ก็มีหลาย ๆ คนทักมาถามผมเกี่ยวกับ “คินสึงิ”
วันนี้ผมก็เลยจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันสักหน่อย
“คินสึงิ” เป็นแนวคิด ปรัชญาของญี่ปุ่น ที่มาจากศิลปะการซ่อมแซมภาชนะด้วยกาวที่ทำจากยางรักสีทอง
เคยเห็นพวกถ้วยชามที่มีรอยแตกร้าวสีทองกันไหมครับ นั่นแหละคือ “คินสึงิ”
ชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อนได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธนิกายเซ็น ทำให้มีแนวคิดว่า พวกเขาไม่ควรทิ้งพวกถ้วยชาม ที่มันตกแตก บิ่น เสียหาย
แต่ต้องซ่อมแซมมันให้กลับมาใช้ได้อีกครั้งนึง
ทีนี้ในสมัยก่อนเนี่ยชาวญี่ปุ่นใช้กาวรักทองในการเชื่อมภาชนะเซรามิคที่เสียหาย
ทำให้ตอนที่มันซ่อมเสร็จแล้วเนี่ย ภาชนะที่เคยเสียหายก็กลับมาใช้งานได้ปกติ
แถมมีรวดลายเป็นรอยแตก รอยร้าวสีทอง ที่สวยงามมาก ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
มันเลยทำให้เกิดแนวคิดขึ้นมาว่า
ในชีวิตของคนเรา เราต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวด หรือบาดแผลในใจให้กับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ธรรมชาติของชีวิตคน คือ ความไม่สมบูรณ์แบบ เรามีทั้งด้านที่เข้มแข็งและอ่อนแอ
และจิตใจของเรานั้นสามารถแตกหักได้เหมือนกับพวกถ้วยชามเซรามิค
แต่ว่า บาดแผลต่าง ๆ ในใจของเรานั้น ก็สามารถซ่อมแซมให้หายกลับมาดีดังเดิมได้
ด้วยการยอมรับและเข้าใจในบาดแผลนั้น ๆ เรียนรู้และเดินหน้าต่อไป เหมือนกับถ้วยชามเซรามิคที่สามารถซ่อมแซมได้
เมื่อเราหายดีแล้ว เราจะสามารถเรียนรู้และเติบโตขึ้นได้ ถึงแม้ว่าบาดแผลในใจของเราจะทิ้งร่องรอยไว้เป็นรอยแผลเป็น
แต่รอยแผลเป็นนั้นก็สวยงาม เหมือนรักทองบนถ้วยชามเซรามิค
ลึกซึ้งมาก!!
ผมว่า คินสึงิ ทำให้ผมเข้าใจชีวิตได้มากขึ้นนะ
ผมคิดว่าหลายๆ คนก็คงเคยมีบาดแผลในใจเหมือนกัน ทั้งที่มาจากการสูญเสียคนที่รัก ผิดหวังจากหน้าที่การงานหรือการเรียน และอื่นๆ
ในเวลานั้นเราจะเป็นทุกข์มาก ๆ ร้องไห้ เสียใจ ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของชีวิต
แต่เมื่อเราได้เรียนรู้ และเติบโตขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาเยียวยาซ่อมแซม แต่สุดท้ายมันก็จะหายดี
และเราจะสามารถยิ้มและหัวเราะให้กับรอยแผลเหล่านั้นได้
เราไม่จำเป็นต้องลืมเรื่องราวในอดีต เราแค่ต้องยอมรับและเรียนรู้จากมัน
เหตุการณ์เหล่านั้นจะทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น
เติบโตขึ้น และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลที่ผมกล่าวมา ผมอ่านมาจาก kindle (e-book ในระบบของ amazon) ที่มีชื่อว่า Kintsugi ที่เขียนโดย คุณ Tomas Navarro ซึ่งสำหรับคนที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถหาฉบับแปลไทยมาอ่านได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศไทยครับ
ผมหวังว่าคอนเทนต์นี้จะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ คนนะครับ
แล้วเจอกันใหม่คราวหน้าครับ
โฆษณา