28 พ.ย. 2020 เวลา 07:08 • นิยาย เรื่องสั้น
🍃 The writer Season 2 🌿
🍃 Lost time the series 🌿
.. EP. 8 - ปริศนาวังวนของเวลา ..
" มีคนต้องการนาฬิกาบ้านั่นนอกเหนือจากพวกเรางั้นสิ....."
สิ้นเสียงตะโกน เกิดแสงสว่างวาบที่ห้องใต้หลัง เอพริลเป็นคนแรกที่ถูกแสงสว่างนั่นพาตัวไป ตามด้วยโต๊ะอู้
และใครบางคนที่ขยับตัวอย่างตกใจหลังพุ่มไม้นั่น
"เอ"
โต๊ะอู้ส่งเสียงเรียกเอพริลที่หมดสติลอยละล่องกลางอากาศ มีแต่ความเงียบสงัด เวิ้งว้างสุดบรรยาย
มันเรื่องบ้าบออะไรกัน หลังจากสี่คนนั้นพูดอะไรที่ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง อยู่ๆ ก็เกิดมีแสงสว่างวาบหอบเอาตัวเธอกับเอพริลมาที่ไหนก็ไม่รู้
ซ้ำยังลอยคว้างกลางอากาศที่ดูเหมือนจะไม่สามารถหย่อนเท้าลงบนพื้นได้เลย โต๊ะอู้พยายามแหวกว่ายกลางอากาศเพื่อไปหาเอพริลที่ยังไม่ได้สติ
"เอ...โธ่เอ๊ยเอ... ฟื้นซะทีสิ!"
จนแล้วจนรอด แหวกว่ายอย่างไร ก็อยู่ที่เดิม จวนเจียนหมดแรงอยู่รอมร่อ เอพริลถึงได้ฟื้นมา ครั้นพบว่าตัวเองลอยละล่องราวนักบินอวกาศ ก็กรีดเสียงร้องอย่างตกใจ ก่อนเธอทั้งสองคนจะรู้สึกว่าถูกดึงให้ตกลงไปบนพื้น...
ราวกับเหว...
ที่ไม่รู้ว่าก้นจะอยู่ลึกแค่ไหน...
หอนาฬิกาชั้นใต้ดิน นอกจากจะเคยพาอัน กรีน เฉื่อย ตอย ข้ามมายังโลกอดีตโลกคู่ขนานแล้ว ตอนนี้มันได้พาเอพริลกับโต๊ะอู้มาอยู่ในห้องโล่งๆ ห้องหนึ่ง
เมื่อครั้งพา กรีน เฉื่อย ตอย และอันมายังโลกอดีตโลกคู่ขนาน ทั้งสี่คนกลับมาในช่วงวัย ป.3 ตัวกะเปี๊ยก แต่เอพริลกับโต๊ะอู้นั้นแตกต่างกัน พวกเธออยู่ในสภาพเดิม
ก่อนมาสภาพไหน อายุเท่าไร...
ตอนถูกพามายังที่บ้าบอแห่งนี้ สภาพร่างกายหรืออายุก็เท่าเดิม...
"กรี๊ดดด!"
เอพริล โต๊ะอู้ประสานเสียงหวีดร้องจนคอแทบพัง ร่างถูกกระชาก ค้างเติ่งกลางอากาศ เหมือนทุกอย่างจะสงบลง ทว่าร่างของทั้งคู่ถูกดึงให้ร่วงหล่นกระแทกพื้น
พลั่ก!
"โอ๊ยยย โต๊ะเป็นอะไรมั้ย..."
เอพริลจุกจนแทบร้องไม่ออก ถามเพื่อนด้วยความห่วงใย หรือสมาชิกแกงค์โรตีหวานน้อย ใส่นมไม่ใส่ไข่ อย่างเธอกับโต๊ะอู้จะมาสิ้นชื่อในที่พิลึกพิลั่นนี้เสียแล้ว
"เป็น... จุก... เจ็บ... แล้วเอล่ะ เอเป็นอะไรหรือเปล่า"
เอพริลหน้าแหย โบกมือปรอยๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ
"ไม่เป็นไรมาก แต่เจ็บและจุกเหมือนกันเลย นี่... มันเหมือนห้องที่พวกนั้นอยู่เลยอะ"
"อื้อ"
โต๊ะพยักหน้า ก่อนพยายามลุกขึ้นยืน ห้องที่พวกเธออยู่สั่นน้อยๆ จากนั้นสั่นแรกมาก พวกเธอรีบวิ่งเข้ามากอดกันกลม
"เอ ห้องสั่น"
"อื้อ เรื่องบ้าอะไรอีกแล้ว"
"ไม่รู้ เรากลัว"
"เรา..." เอพริลช่างใจก่อนตอบ "ระ เราก็กล้ว"
คำตอบของเอพริลทำให้โต๊ะใจชื้นมากขึ้น ที่อย่างน้อยยังมีเอพริลกลัวเป็นเพื่อนเธอ
แต่...
ถึงจะมีคนกลัวเป็นเพื่อน ก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีขึ้น!
เมื่ออยู่ๆ เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังขึ้น พร้อมกับไฟที่สว่างพึ่บ กับกระจกบานใหญ่ปรากฏตรงหน้า
เอพริลจับมือโต๊ะอู้ให้ลุกขึ้นมาพร้อมกัน ทั้งคู่เดินมาหน้ากระจกบานใหญ่
"กระจก"
ทันทีที่ทั้งคู่ส่งเสียง ก็เกิดแสงสว่างวาบแสบตา จนต้องยกมือขึ้นบังแสงนั้น
ภาพเรื่องราวต่างๆ ของสมาชิกแกงค์โรตีหวานน้อย ใส่นมไม่ใส่ไข่ ปรากฏขึ้น จึงลดมือลงมองภาพที่ปรากฏบนกระจกบานใหญ่ คล้ายต้องการบอกอะไรสักอย่างกับพวกเธอ
เริ่มจากเหตุการณ์ที่บ้านของข้าวน้อย เอพริลไปเดทกับแว่น โต๊ะอู้ซ้อนจักรยานไปกับเฉื่อย ทุกคน... ตอย เฉื่อย ข้าวน้อย โต๊ะอู้ กำลังพูดถึงอาร์ตกับซายน์ เพื่อนสองคนที่ฉลาดเป็นกรดแต่ไม่ได้อยู่ในแกงค์โรตีหวานน้อยฯ และทั้งคู่ยังมีงานอดิเรกร่วมกันแบบแปลกๆ
"อาร์ต ซายน์ สองคนนี้แปลกจริงๆ แหละ"
เอพริลพูดลอยๆ แล้วชักชวนโต๊ะอู้ดูเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นมาใหม่
"ธีร์ อัน DM สามคนนี้คุยเรื่องเฉื่อย" โต๊ะอู้พูดขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ
"อื้อ ดูเหมือนจะมีใครบางคนในแกงค์เราถูกใครอีกคนแอบชอบ" เอพริลเสริม
"อื้อ คงจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่สิ ความจริงมันเป็นแบบนั้น" โต๊ะอู้บอก
"แล้วจะทำไง"
"ไม่ทำยังไง มันอยู่ที่คนสองคน ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเฉื่อยกับDM"
"เฮอะ! นางเอก สร้างภาพ!" คนกระแนะกระแหน หรี่ตามองเพื่อน "เธอมั่นใจว่าเฉื่อยจะเลือกเธอ เธอถึงกล้าพูดแบบนี้"
คนถูกกระแนะกระแหนยิ้มอ่อน
"ฉันกับเฉื่อยแค่เพื่อนกัน"
"เชื่อ..."
"ดูในกระจกต่อดีมั้ย"
ภาพเหตุการณ์ในกระจกไม่หยุดเพียงแค่นั้น ราวกับมันต้องการบอกใบ้อะไรให้กับพวกเธอรู้
"ซายน์!"
ระหว่างการสนทนาของธีร์ อัน DM ทั้งสามคนกำลังกล่าวถึง 'อาร์ต' กับ 'ซายน์' โดยหารู้ไม่ว่า หนึ่งในคนที่พวกตนพูดถึง ยืนฟังอยู่เงียบๆ อีกมุมหนึ่ง
"ธีร์ชอบอาร์ต" เอพริลพูด
"ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ใครชอบใคร" โต๊ะอู้บอก
"ประเด็นอยู่ที่กระจกต้องการให้พวกเรารู้อะไร"
"ใช่"
"งั้นเราต้องดูไปเรื่อยๆ บางที... ฉันอาจจะรู้ก็ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา"
เสียงนกหวีดดังขึ้นกลางงานกีฬาสี เอพริลมองเหตุการณ์ในกระจกแล้วหัวเราะพรืดขำตนเองและเพื่อนๆ ที่ถูกจับแต่งตัวหน้า กรีกอายไลน์เนอร์เน้นขอบตา จนกลายเป็นหมีแพนด้า
ทำไปได้!
ครูช่างจับพวกเธอแปลงโฉมได้แย่กว่าเดิมนัก
"อย่ามัวแต่หัวเราะ"
โต๊ะอู้หันมาปรามเพื่อนแล้วพยักเพยิดให้ดูเรื่องราวในกระจกบานใหญ่ ราวกับดูหนังชนโรงอย่างไรอย่างนั้น
"โต๊ะๆ ดูนั่น"
โต๊ะอู้รีบหันไปดูในกระจก พวกเราทุกคนกำลังถูกค้นกระเป๋าเพราะนาฬิกาของผู้สนับสนุนโรงเรียนหาย
เอพริลกับโต๊ะอู้แค่นเสียงหัวเราะดูไปดูมาทุกคนในตอนนั้นไม่เหมือนกำลังค้นหาคนร้ายตัวจริง แต่เหมือนกับกำลังหาแพะหาแกะมารับผิดชอบเรื่องนาฬิกาหายมากกว่า
"เธอว่าใครจะถูกจับเป็นแพะ"
"เธอว่าใครจะถูกจับเป็นแกะ"
โต๊ะอู้กับเอพริลพูดขึ้นพร้อมกันแล้วพากันหัวเราะร่วน
"คนที่ไม่อยากเป็นแพะกับแกะก็คือคนที่พยายามทำให้คนอื่นเป็นแพะหรือแกะมั้ง" โต๊ะอู้ว่า
"เหรอ" เอพริลหรี่ตามองเพื่อนอย่างครุ่นคิด "เธอใช่มั้ยคนร้ายตัวจริง"
"ฮะ!" โต๊ะอู้ตกใจ รีบเอียงคอหันมาย้อนถามทันที "เธอใช่มั้ย คนร้ายที่ทุกคนกำลังตามหา"
"บ้าบอ ถ้าใช่ ฉันกับเธอจะมาอยู่ด้วยกันที่นี่มั้ย" เอพริลย้อนถามเสียงขุ่น
"โอ๊ยยย เหนื่อยแล้วอะ ขอพักก่อนได้มั้ย"
เอพริลล้มตัวนอนที่พื้น หลังจากเหยียดแข็งเหยียดขา ร้องโวยวายก็หลับตาและกลับไปในทันที
โต๊ะอยู่นั่งมองเงียบๆ จนได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของเพื่อน จึงรู้ว่าเพื่อนหลับสนิทแล้วจริงๆ
เธอหันมามองกระจกบานใหญ่ มันไม่ใช่เครื่องเล่นซีดี จะได้กดหยุดหรือกรอภาพเล่นใหม่ได้ แต่เธอก็ไม่ไหวแล้วเช่นกัน หนังตาจะปิดรอมร่อแล้ว เมื่อไรกัน...
เมื่อไร...
ที่ไอ้การดูเหตุการณ์ย้อนไปย้อนมาบ้าๆ นี่จะยุติเสียที...
เธอทั้งล้าทั้งขี้เกียจ อยากนอนมาก แต่ก็ได้แต่คิด ก่อนล้มตัวนอนไปในที่สุด
เอพริลขยับตัวบิดขี้เกียจก่อนลุกพรวดนั่งปรือตามองกระจกบานใหญ่และโต๊ะอู้ที่คู้ตัวหลับอยู่ข้างๆ
"โต๊ะ... โต๊ะ.... โต๊ะ!"
"ฮะ ฮะ ฮะ!"
1
คนถูกเรียกสะดุ้งตื่นอย่างงงๆ เห็นเพื่อนนั่งนิ่วหน้าพลางนึกได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
"น้ำลายยืด" เอพริลชี้ที่มุมปากของเพื่อน
"จริงดิ" โต๊ะอู้ก้มหน้าใช้ชายเสื้อเช็ดที่มุมปาก ปรายตามองเพื่อน "เธอก็น้ำลายยืด"
"ฮะ! ตรงไหนๆ" เอพริลถามแล้วรีบเช็ดลวกๆ อย่างรวดเร็ว
กระจกส่องแสงสว่างวาบปรากฏภาพธีร์ แว่น อันกำลังคุยกัน โต๊ะอู้กับเอพริลสังเกต แว่นกำลังพูดถึงทฤษฎี Lost Time From My Heart
และในขณะเดียวกันธีร์ อันก็อยากรู้เรื่องเส้นทางความรักของเอพริลกับแว่นขึ้นมา พร้อมๆ กับ DM และกรีนก็ถามเอพริลเช่นกัน
"แปลกนะ ที่อยู่ๆ สี่คนนี้อยากรู้เรื่องของเธอกับแว่น"
"อืม... ถ้าไม่มีกระจกบานนี้ ฉันจะไม่รู้เลยว่า อัน ธีร์ ถามเรื่องนี้กับแว่น เหมือนที่ กรีน DM ถามกับฉัน"
"เอพริลฟังนี่"
โต๊ะอู้เรียกเอพริลฟังบางอย่างที่แว่นหลุดปากพูดทบทวนออกมาอย่างเงียบๆ
"ธีร์ หมาสีขาว อัน ตุ๊กตาเป็ด คืออะไร มันจะเป็นอะไรได้บ้าง" โต๊ะอู้ตั้งคำถาม
"จะเป็นอะไรไปได้ ชัดเจนว่ามันคือของเล่น หรือไม่ก็สัตว์เลี้ยง"
เอพริลครุ่นคิด
"ฉันเคยอ่านเรื่องสั้นที่แว่นเขียน เกี่ยวตุ๊กตากับหมาที่ถูกทอดทิ้ง หมาสีขาว ตุ๊กตาเป็ด... หรือจะใช่..."
"ใช่? ใช่ยังไง"
"เดี๋ยวนะ ฉันแค่คิด มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้"
โต๊ะอู้มองหน้าเอพริล
"แต่เธอคิดว่าใช่มากกว่าไม่ใช่"
เอพริลตวัดสายตามองกลับ
"ฉันคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ"
ในกระจก... อัน ตอย เฉื่อย กรีน ทำพฤติกรรมแบบเดิมๆ วนไปซ้ำกันทุกวัน จนโต๊ะอู้ได้แต่ขมวดคิ้วถามเอพริล ว่าทั้งสี่คนทำไมถึงเป็นแบบนั้น มันทั้งน่าขำและน่าสงสาร
และที่สำคัญ...
ทั้งสี่คนมักมารวมตัวกันที่หอนาฬิกาตอน 07.00 น. และหลังจากนั้น ทั้งสี่คนจะหายไปตอนเวลา 07.30 น.
"หายไปแล้ว ที่หอนาฬิกาโล่งเลยดูสิ" โต๊ะอู้พูด
"อื้อ หายไปไหนแล้ว" เอพริลหน้าเครียดอย่างคนกำลังใช้ความคิด
โต๊ะอู้กับเอพริลยังเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้วผ่านกระจกบานใหญ่ พวกเธอให้ความสนใจกับรายละเอียดใหญ่ๆ เข้าประเด็นที่กระจกบานนี้ต้องการให้เธอรู้มากกว่า
แต่แล้วกระจกพานเกเรภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นอีก ที่โต๊ะอู้กับเอพริลเห็น คือภาพของพวกเธอที่สะท้อนบนกระจกบานใหญ่ แล้วอยู่ๆ เอพริลก็พูดออกมา
"กรีน... แปลกนะ"
"แปลกยังไงเอ"
"แปลกตรงที่รู้สึกว่าอยู่กับพวกเราทุกคนทุกช่วงทุกเวลา"
โต๊ะอู้พยักหน้า
"เธอกำลังจะบอกว่ากรีนน่าสงสัย"
"หรือเธอไม่คิด"
"คิดแต่ไม่ปักใจ ในจำนวนคนที่น่าสงสัย บางทีก็อาจมีคนที่คิดว่าเธอกับฉันน่าสงสัยเหมือนกัน"
เอพริลพยักหน้าฟังอย่างตั้งใจ
"เธอกำลังจะบอกว่า คนที่ไม่เคยถูกสงสัยเลยอาจจะเป็นผู้ร้ายตัวจริง"
โต๊ะอู้ไหวไหล่
"ใครจะคิดล่ะ"
ครืนนน ~
หลังจากสิ้นเสียงของโต๊ะอู้ เป็นอีกครั้งที่ภายในห้องเกิดการสั่นสะเทือนราวฟ้าถล่มทลาย
เสียงกระจกบานใหญ่ลั่นและปรากฏรอยร้าวไปทั้งบานก่อนแตกกระจาย
บานกระจกที่แตกเป็นเสี่ยงๆ พุ่งเข้าใส่พวกเธอ พร้อมกับร่างๆ หนึ่งที่กระโดดออกมาจากส่วนไหนของห้องก็ไม่รู้ ใช้ร่างของตัวเองบังเศษกระจกพวกนั้น
"ซายน์!"
"อื้อ ซายน์เอง"
ไม่ทันได้พูดมากกว่านั้นทั้งสามคนก็ถูกแสงสว่างวาบพากลับไปในที่ที่ทุกคนเดินทางมา
เด็กทั้งสามถูกพากลับมาที่เดิม เวลาเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือทุกคนในห้องนั้นนิ่งราวถูกสต๊าฟไว้ซึ่งสร้างความแปลกใจโต๊ะอู้กับเอพริลมาก
"ตอนพวกเราถูกพาไปอีกที่ ดูเหมือนเวลาจะหยุดเดินไปด้วย แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมตอนเราไปที่นั่นเวลาถึงหยุดเดิน แต่ตอนพวกนั้นย้อนกลับไปทำเรื่องเดิมๆ เวลาถึงเดินไปเรื่อยๆ และมันเหมือนจะเป็นสาเหตุให้พวกเธอลืมเวลาบางช่วงไป"
"เข้าท่า" โต๊ะอู้บอกหลังจากฟังซายน์อธิบาย
"ที่สุด" เอพริลเห็นด้วย "ฉันว่าเราต้องคอยจับตาดูเพื่อนๆ เรา พอๆ กับจับตาดูคนที่น่าสงสัยน้อยที่สุดแล้ว และบางที... ฉันอาจเจอสาเหตุที่ทำให้แว่นเปลี่ยนไปด้วย"
"อืม เห็นด้วย"
"ยัง... ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง"
"เรื่องอะไร" เอพริลกับโต๊ะอู้ถามขึ้นพร้อมกัน
"ฉันว่ามันมีอะไรมากกว่าที่พวกเธอคิด เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นกลไกหรือฝีมือของอะไรสักอย่างที่เราคาดไม่ถึง" ซายน์บอก
"ก็อาจเป็นไปได้"
โต๊ะอู้บอกพลางมองไปรอบๆ บริเวณห้องที่ตอย กรีน เฉื่อย อันยืนนิ่งราวกับถูกสต๊าฟแล้วให้ทุกคนรีบออกไปจากที่นี่ ก่อนที่เวลาจะกลับมาเดินตามปกติ
ทว่าโต๊ะอู้รอจนลับหลังเอพริลแล้วถึงได้พูดบางอย่างกับซายน์
"ถึงเธอจะไม่ใช่คนร้าย แต่เธอก็ต้องมีคำอธิบายว่าเธอไปอยู่ที่นั่นกับฉันและเอพริลได้ยังไงนะซายน์"
💓
💓
to be continued
.. สวัสดีค่ะ โต๊ะอู้เองค่ะ 💓 ..
" วังวน " พาทุกคนวนเวียนทำเรื่องเดิมๆ ไม่จบไม่สิ้น
💓 ในตอนนี้จับซายน์มาเล่นด้วยตอนจบค่ะ คนร้ายยังไม่ถูกเปิดโปง ก็เท่ากับทุกคนมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคนร้ายที่ทุกคนตามหา 🌹
🥰 จริงๆ แต่งจบตอนตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ แต่ว่า... เหมือนตัวละครของเพื่อนๆ ไม่ได้มีส่วนร่วม โต๊ะเลยลบทิ้งแล้วแต่งใหม่ ตอนตี 2 ลากยาวถึงเช้า แล้วเผลอหลับไป 💓
เป็นครั้งแรกที่ได้แต่งเรื่องกับเพื่อนๆ ค่ะ ถือว่าโต๊ะยังใหม่กับเรื่องนี้มากๆ ค่ะ ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ
ปล. ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ
.. 💓 ..
ตามอ่านตอนที่ 1-8 และทุกตอนของซีรีส์นี้ได้ที่นี่ค่ะ
💓
Ep.9 คุณธีร์เป็นคนแต่งค่ะ ติดตามข่าวสารได้ที่เพจคุณธีร์ค่ะ
และเพลงที่ใช้กล่อมตอนแต่งตอนนี้คือเพลงนี้ค่ะ "กลางหัวใจ" ที่ขอให้มัมน้อยกับพี่เป็ดร้องให้ฟังค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านนะคะ 💓
ปล. นอนต่อล่ะค่ะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    อุ่นไอดิน
    หู้วว ชอบในความกระจก เป็นการไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกๆมาเลยนะคะเนี่ย มาช่วยขยายคลายข้อสงสัย และบีบให้เรื่องแคบลงมาและชัดขึ้น ชอบมากค่ะคุณ...ดูเพิ่มเติม