28 พ.ย. 2020 เวลา 06:30 • ปรัชญา
นกถอดเสียงพี่ตุลย์ ดังตฤณ ชิ้นแรกค่ะ ขอบพระคุณน้าเอ้มากๆค่ะที่ให้โอกาสทำสิ่งดีๆ.. (น้าสาวและหนึ่งในทีมแอดมินค่ะ)
ถาม : ทำอย่างไรให้ญาติที่เสียด้วยอุบัติเหตุ นึกถึงบุญที่เคยได้ทำ
ig : dungtrin
ดังตฤณ : ในระหว่างมีชีวิต หากมีความสัมพันธ์ สนิทสนมกับใคร
ก็จะมีความผูกพันติดตัว ตามไปในโลกของวิญญาณด้วย
บางคน หมกมุ่นครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง
เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นใหญ่
เลยเกิดความรู้สึกว่า อยู่ตัวคนเดียวในโลก
.
แต่ที่จริงแล้ว แม้กระทั่งเราไปกินก๋วยเตี๋ยว เจอเจ้าของร้าน
ยิ้มให้ ทักทายบ่อยๆ จิตก็รู้สึกผูกพันแล้ว
พอตายไป มาเข้าฝันเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ อย่างนี้ก็มี
.
กรรมสัมพันธ์ที่เคยทำร่วมกับคนอื่นไว้
จะทำให้เราระลึกรู้ได้เองว่า เรามีความผูกพันอยู่กับใคร
อย่างเช่น กรณีของญาติที่เสียชีวิตไป นึกว่าอยู่คนละโลก
ไม่สามารถ ติดต่อสื่อสารกันได้แล้ว
แต่ความจริง ยังสามารถรู้สึกถึงกันได้อยู่
.
ถ้ามีความรู้สึกสังหรณ์ หรือนึกถึงเขาแล้วกระวนกระวาย
หรือสันนิษฐานจากสภาพของอุบัติเหตุ
ว่าตายไม่ดีแบบนี้ น่าจะต้องการความช่วยเหลือ
ตรงนี้เราต้องเข้าใจฐานของความเป็นญาติ ฐานของความเคยผูกพันกันมา
ทางโลกเรียกว่า เป็นความรู้สึกผูกพันทางใจ
ทางธรรมเรียกว่า มีการสัมพันธ์ผูกพันกันโดยกรรม
แม้กระทั่งว่าคิดถึงกันบ่อยๆ ระหว่างมีชีวิต ก็เรียกว่ามีมโนกรรมต่อกัน
.
ถ้ามโนกรรม คือการคิดดี .. การห่วงหากัน ก็เรียกว่าเป็นมโนกรรม
ในทางกุศล ในทางบุญ ทำให้ผูกพัน
พอฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตไป
อีกฝ่ายที่เหลืออยู่ในโลกก็จะมีความรู้สึกอยากช่วยเหลือต่อ
.
แต่เพดานจำกัดในการรับรู้ ทางหูตาแบบมนุษย์
ไม่สามารถทำให้รู้เห็นได้ว่า เขาเป็นอย่างไร
ก็อยากหาใครสักคน เชื่อมมิติให้ ระหว่างคนเป็นกับคนตาย
จริงๆ แล้วความรู้สึกแบบที่เคยคุ้นกัน พอนึกถึงแล้ว
รู้สึกราวกับยังอยู่ ราวกับสัมผัสจับต้องได้แบบเดิมๆ นั่นแหละ
คือหน้าต่างมิติแล้ว
.
การผูกพันกันโดยกรรม ที่จะเชื่อมโยงถึงกันได้แบบข้ามมิติ
ไม่จำเป็นต้องอาศัยหูตา รู้เห็นแบบที่ยังมีชีวิตเสมอไป
.
จังหวะที่มีความคิดถึงอย่างเข้มข้น
รู้สึกราวกับว่า ตื่นขึ้นมากลางดึก เพิ่งฝันถึง
อยากจะเอาตัวเป็นๆ กลับมาคุยเดี๋ยวนี้
ต่อให้มาปรากฏร่างในสภาพใด ก็จะไม่กลัว
ความรู้สึกแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อม
ที่จะส่งสัญญาณออกไปสื่อสารกัน
จิตมีกำลังที่จะโฟกัส ทะลุข้ามผ่านร่างกายและตาเนื้อแบบนี้ได้
.
ด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความระลึกถึงเขาในขณะนั้น
คุณสวดมนต์ สวด "อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา" ด้วยจิตที่มีความสว่าง ด้วยจิตที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ตั้งของใจ
มีพระรัตนตรัย เป็นเครื่องระลึก นึกถึงคุณงามความดี
ของพระพุทธเจ้าที่ยิ่งใหญ่ มีความสว่าง
แล้วจิตคุณเปิด จิตคุณสว่างตาม
เพียงแค่คุณนึกว่า ถ้าเขาร่วมฟังอยู่ด้วยข้างๆ
เขาจะได้ความสว่างแบบนี้ตามไปด้วย
แค่นี้..ถึงแล้ว ความสว่างไปถึงเขาแล้ว
เพราะจิตคุณตั้งมั่นอยู่ มีความมุ่งมั่น อยากเกื้อกูลเขา
และสายสัมพันธ์ความคุ้นเคย เป็นสะพานเชื่อมให้อยู่แล้ว
ถ้าเขายังมีสภาพที่วนเวียน อยู่ในสภาพที่ทรมาน
ต้องการความช่วยเหลือ มันไปถึงได้เอง
ไม่ต้องอาศัยหูตาแบบมนุษย์ มาเป็นเครื่องต่อแล้ว
คือ ตอนนี้จิตเชื่อมถึงจิตได้โดยตรงเลย
หรือดีกว่านั้น หากมีทุนเก่า เคยร่วมสวดมนต์กันมาจริงๆ
คุณจำเสียงของเขา จำความรู้สึก ที่ได้สวดมนต์ด้วยกันว่าเป็นอย่างไร
แล้วนึกถึงช่วงเวลานั้น ในขณะที่สวดมนต์ในตอนนี้ จะยิ่งดี
เพราะกระแสบุญเก่าที่เคยทำร่วมกัน จะสามารถบวกกับบุญใหม่
ที่คุณกำลังสวดมนต์อยู่ในปัจจุบัน ช่วยเขาได้จริง
.
แต่ คำว่า "ช่วยได้" ในกรณีแบบนี้
เป็นการกระตุ้น ให้จิตของเขา เกิดความสว่างขึ้นตามบุญ
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเลื่อนภพ เลื่อนภูมิให้เขาได้
ถ้าหากเขามีปัจจัยเก่า ที่จะทำให้เกิดการเคลื่อน
เพียงคุณช่วยเท่านี้ ก็สามารถทำให้เขาเคลื่อนได้จริงๆ
.
แต่ส่วนใหญ่ ถ้าพูดเป็นกลางๆ การประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
มักจะมีอยู่ 2 กรณีใหญ่ๆ
กรณีแรก คือ ตกใจ จิตขณะนั้น คือ ช็อค
จิตที่ช็อค คือ จิตที่เกิดความกลัว มีโทสะเป็นมูลในขณะก่อนตาย
อาสันนกรรมก่อนจะดับ จิตขาดใจตายเป็นอกุศล
ก็จะยากนิดหนึ่ง ที่จะหลุดจากตรงนั้น
เพราะอุปฆาตกรรม หรือกรรมตัดรอน ตัดรอนให้ไปสู่สภาพที่ไม่ดี
.
แต่ก็จะมีอีกพวกหนึ่ง ใจเต็มไปด้วยกุศลธรรม
วันๆ คิดแต่จะช่วยเหลือผู้คน ใจเบาเมื่อไหร่ ก็อยากนั่งสมาธิ
หรือหากเริ่มฟุ้งซ่าน ก็ออกไปเดินจงกรมให้มีสติ
พวกนี้ ต่อให้ ณ เวลาที่เกิดอุบัติเหตุ จิตหด มีอาการกระตุก
มีความกลัวเหมือนเปรต แต่ว่าสภาพยังเป็นเทวดาอยู่โดยพื้นฐาน
สภาพจิตหด เกิดขึ้นแค่วูบเดียวสั้นๆ แต่สภาพพื้นฐาน จะช้อนขึ้นมา
ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเบาสบายสว่าง
.
รถทัวร์คันเดียวกัน บรรจุคนสัก 30 คน
29 คนอาจจะไปไม่ดี เพราะว่าสภาพจิตคิดว้าวุ่นอยู่
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า คนในโลกส่วนใหญ่ เป็นคนทุศีล
ฉะนั้นก็จะไปอบายกันเสียมาก
.
แต่ยังมีอยู่ คนสองคนในรถทัวร์คันเดียวกันนี้ ตกใจเหมือนกัน
แต่ว่าจิตวิญญาณภายใน มีหลุมขาวคอยดึงดูด คอยพาไปดีอยู่
อาการจิตหด ตกใจ เกิดขึ้นสั้นๆ แต่ก็กลับมาสู่สภาพปกติ
เป็นความเบิกบาน ความสว่าง แบบไม่ได้คิด ไม่ได้ตั้งใจ
.
สภาพของคนที่ตายกะทันหัน จะมีสิ่งที่เรียกว่า
บาปเก่าคอยซ้ำเติม และบุญเก่าคอยเกื้อหนุน
.
คำว่า เก่า ในที่นี้หมายถึง ที่สั่งสมมาทั้งชาติ
ทั้งในแง่ ฝั่งของเราและฝั่งของเขา
.
ถ้าเราสวดมนต์หรือทำบุญ จนกระทั่งจิตใจสว่าง
แล้วรู้สึกราวกับว่า เขามาทำอยู่ใกล้ๆ
ถ้าทำบ่อยๆ จริงๆ จนกระทั่งรู้ว่า ไม่ใช่อุปาทาน
พอนึกถึงเขา แล้วรู้สึกขึ้นมาว่า เขามีความสุขอยู่
นั่นอาจจะสะท้อนว่า เขากำลังเป็นสุขอยู่จริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณนิ่งพอ
จะรู้ว่าตอนเขาเป็นสุข หรือเป็นทุกข์ กระแสของเขาประมาณใด
จิตที่ สัมผัสผ่านมิติของบุญ จะบอกคุณได้
.
โดยสรุป การจะเตือนให้เขาระลึกถึงบุญ ที่เขาเคยทำมา
ดีที่สุด คือ เอาบุญที่คุณเคยทำร่วมกันกับเขา
มาเป็นตัวตั้ง ไปทำซ้ำ
จะใส่บาตร บวชพระ สร้างพระประธาน หรือสงเคราะห์ เกื้อกูลคนอื่น
แล้วคุณจำความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกันกับเขาได้ ให้ไปทำซ้ำ
.
แล้วถามใจตัวเองว่า ถ้าทำด้วยกันอยู่ในปัจจุบัน ในขณะนี้
เขามีความรู้สึก เป็นสุขหรือเป็นทุกข์
เอาความรู้สึกชัดๆ เทียบเคียง จะบอกได้ระดับหนึ่ง
ยิ่งคุณมีความนิ่ง เป็นสมาธิ ไม่มีอคติ
ใจคุณมีความตรง มีความสว่าง มีความพร้อมรู้
จะยิ่งบอกได้ชัด ว่าขณะนี้เขาเป็นสุขหรือเป็นทุกข์อยู่
ถ้าเขากำลังเป็นทุกข์อยู่ คุณจะได้ทำซ้ำเข้าไปๆ
แล้วถามตัวเองไปเรื่อยๆ ว่าเขามีความสุขมากขึ้นแล้วหรือยัง
.
ถ้าเรารักใครจริง เขาจะตายไปนานแค่ไหน
เราก็ยังจะเต็มใจทำให้ไม่เลิก
แล้วก็จะทราบได้ด้วยตัวเอง จะสบายใจด้วยตัวเองด้วย
ไม่ต้องไปถามใครว่า ขณะนี้สภาพความรู้สึกของเขา
เป็นสุขหรือเป็นทุกข์แค่ไหน
แต่จะสุขหรือจะทุกข์แค่ไหน เราสามารถที่จะรู้สึกได้
ถ้าอาศัยบุญเป็นหน้าต่าง!
คำถามเต็ม : น้องเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตไปแล้ว ผู้ที่ยังอยู่ ควรทำอย่างไรให้เขาได้ระลึกถึงบุญที่เขาเคยได้ทำมาก่อน
ถอดคำ : นกไดโนสคูล
ตรวจทาน / เรียบเรียง : เอ้
หัวเราะให้กับชีวิต 555
เป็นคำแนะนำดีมากขอบคุณผู้แนะนำมีส่วนร่วมโมทนาบุญนี้ด้วยครับ เราส่งบุญให้กันได้ แม้ตายไปแล้ว