12 ธ.ค. 2020 เวลา 08:22 • กีฬา
ขวัญใจมหาชน! ย้อนดู 5 ทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษ
ทรีไลออนส์อาจจะไม่ใช่ทีมชาติที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แต่แน่นอนนอกจากทีมชาติไทยที่เราต่างเอาใจช่วยแล้ว อังกฤษก็เป็นหนึ่งในทีมขวัญใจมหาชน เนื่องจากในบ้านเรา มักจะนิยมในการบริโภคฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และนี่คือ 5 ทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของอังกฤษ จะมีนักเตะในดวงใจของคุณติดทีมกันไหม ตามมาดูกันเลย
อันดับที่ 5 2018 – ปัจจุบัน (ชุดลุยฟุตบอลโลก2018)
ทีมชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018
หนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของทีมชาติอังกฤษ ผลงานชิ้นโบว์แดงคือ คว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ไม่มีใครคาดคิดว่าอังกฤษจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้ และเมื่อมองไปที่ตัวกุนซืออย่าง แกเร็ธ เซาท์เกธ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากแฟนบอลมากนัก แต่ผลลัพท์กลับออกมาตรงกันข้าม วินาทีที่ คีแรน ทริปเปียร์ ปั่นฟรีคิกเข้าไปในรอบรองชนะเลิศที่พบกับทีมชาติโครเอเชีย เป็นโมเมนต์ที่ชาวอังกฤษกว่า 60 ล้านคนไม่มีวันลืมเลือน
ขุมกำลังชุดนี้ “ดีพอ” จะเข้าไปชิงชนะเลิศ เมื่อมองไปยังแดนหน้า พวกเขามี แฮรี่ เคน ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝัก ผนึกกำลังกับ ราฮีม สเตอริ่ง , เดเล่ อัลลี , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และเจสซี่ ลินการ์ด อีกทั้งการยืน 3 เซ็นเตอร์แบ็คทั้ง จอห์น สโตน, ไคลน์ วอร์คเกอร์ และ แฮรี่ แม็กไกวร์ ต่างทำหน้าที่ในเกมรับกันได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งในปัจจุบันการขึ้นมาของ จู๊ด เบลลิ่งแฮมและ เจดอน ซานโช่ ต่างทำให้อนาคตของทีมชาติอังกฤษชุดนี้ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก
อันดับที่ 4 1990 (ฟุตบอลโลก 1990 )
ไลน์อัพในปี 1990
ขุนพลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลีเป็นเจ้าภาพ ซึ่งสมัยนั้นการนับคะแนนยังคงระบบ ชนะได้ 2 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน โดยมีนักเตะหลายคนที่เราคุ้นหู อาทิเช่น ผู้รักษาประตูอย่าง ปีเตอร์ ชิลตัน , สจ๊วต เพียร์ซ , “แก๊ซซ่า” พอล แก๊ซคอยด์ , จอห์น บาห์น และ แกรี่ ลินิเกอร์ ภายใต้การคุมทัพของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ตำนานกุนซือผู้ล่วงลับ
ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ หากมองถึงชื่อชั้นของนักเตะ พวกเขาหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าแชมป์โลกให้ได้อีกครั้งหลังจากได้มาเมื่อปี 1966 และก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำได้ใกล้เคียง ผ่านรอบแบ่งกลุ่มที่มีทีมร่วมอย่าง ไอร์แลนด์เหนือ , อียิปต์ และ เนเธอร์แลนด์ ก่อนจะหักด่านในรอบน็อกเอาต์ รอบ 16 ทีมชนะเบลเยี่ยม 1-0 รอบ 8 ทีมชนะแคเมอรูน 3-2 ก่อนจะมาแพ้เยอรมันตะวันตก ในรอบรองชนะเลิศในการดวลจุดโทษ 4-3(เสมอกันในเวลา1-1) และแพ้ในนัดชิงที่ 3 ต่ออิตาลี 1-2 พลาดการเข้าชิงไปอย่างน่าเสียดาย
อันดับที่ 3 1996 (ยูโร 1996)
1996
หากชุด 1990 ทำให้แฟนบอลอังกฤษปวดใจไม่พอ เราก็ขอซ้ำเติมในอีก 6 ปีต่อมา เมื่อพวกเขาได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน ยูโร 1996 ซึ่งขุนพลในชุดนั้นหลายคนต่างรู้จักกันดี เดวิด ซีแมน(อาร์เซน่อล) , โทนี่ อดัมส์(อาร์เซน่อล และกุนซือคนปัจจุบันอย่าง แกเร็ธ เซาท์เกธ(แอสตัน วิลลา) การขึ้นมาของ แกรี่ เนวิลด์(แมนยู) ส่วนแดนหน้านำทัพโดย “น้าหมี” เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮมและ ฮ็อตช็อต อลัน เชียร์เรอร์
อังกฤษหมายมั่นปั้นมือจะคว้าแชมป์ยูโรให้ได้ เนื่องจากพวกเขาเป็นเจ้าภาพ พวกเขาเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มเหนือ เนเธอร์แลนด์ สก็อตแลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ ชนะสเปนในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจากการดวลจุดโทษ 4-2 (เสมอในเวลา 0-0)แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เส้นทางของเขาหยุดอยู่ที่รอบรองชนะเลิศ เมื่อต้องแพ้ต่อเยอรมัน(อีกแล้ว)จากจุดโทษ 6-5 (เสมอในเวลา 1-1) ซึ่งในทัวร์นาเมนต์ อลัน เชียร์เรอร์ คว้ารางวัลรองเท้าทองคำ(ดาวซัลโว) ไปนอนกอดปลอบใจ
อันดับที่ 2 2004-2006 (ยูโร 2004 และฟุตบอลโลก 2006)
สิงโตคำราม 2004-2006
หนึ่งในขุนพลทรีไลออนส์ที่ได้รับการขนานนามว่า “โกลเด้น เจนเนอเรชั่น” อุดมไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ นำทัพโดยกัปตันทีม “เทพบุตรสุดหล่อ” เดวิด แบ็คแฮม , เบบี้โกลด์ ไมเคิ่ล โอเว่น , พอล สโคลด์ , แฟรงก์ แลมพาร์ด , สตีเว่น เจอร์ราร์ด แผงหลังเป็นการจับคู่กันของ จอห์น เทอร์รี่ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ขนาบข้างด้วยแบ็คซ้ายขวา แกรี่ เนวิลด์ และแอชลีย์ โคล
ในศึกยูโร 2004 ที่โปรตุเกสเป็นเจ้าภาพ ทีมยุคทองของอังกฤษอยู่กลุ่ม B ร่วมกับ ฝรั่งเศส, โครเอเชียและสวิตเซอร์แลนด์ พวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้ารอบเป็นอันดับสอง และต้องจอดตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย แพ้โปรตุเกสเจ้าภาพในการดวลจุดโทษ 6-5 (เสมอในเวลา 2-2)
ต่อมาในฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ พวกเขาร่วมสายกับทีมอย่าง สวีเดน , ปารากวัยและ ตริแดด แอนด์ โตเบโก เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเบียดชนะเอกวาดอร์ได้ 1-0 แต่ก็มาโดน โปรตุเกสย้ำแค้นในรอบ 8 ทีมจากการดวลจุดโทษ 1-3 (เสมอในเวลา 0-0) ซึ่งเกมที่พวกเขาโดนเขี่ยตกรอบนั้น เวยน์ รูนีย์ มีประเด็นกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด เพื่อนร่วมทีมปีศาจแดง จากกรณีไปย่ำใส่กล่องดวงใจของผู้เล่นโปรตุเกสและโรนัลโด้เข้ามาฟ้องผู้ตัดสิน ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนจะมีการจับภาพโรนัลโดขยิบตาให้สต๊าฟของโปรตุเกส ทำให้ฟุตบอลโลกในปีนั้น เป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก แฟนๆอังกฤษต่างเกิดกระแสต่อต้านโรนัลโด้กันในวงกว้างเลยทีเดียว
อันดับที่ 1 1966(ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1966)
แชมป์โลกครั้งแรกและครั้งเดียวของอังกฤษ 1966
แชมป์โลกครั้งแรกและครั้งเดียวของสิงห์โตคำราม เกิดขึ้นบนแผ่นดินของพวกเขาเอง สมัยก่อนนั้นฟุตบอลโลก 1966 มีทีมเข้าร่วมเพียง 8 ทีมและเป็นทีมในทวีปยุโรปทั้งนั้น เนื่องจากปัญหาการเดินทางซึ่งไม่ได้มีเครื่องบินเฉกเช่นทุกวันนี้ อังกฤษนำทีมโดยกัปตันทีม เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน , กอร์ดอน แบ็งก์ , จอร์จ เฮิร์ต และ อลัน บอลล์
เขาร่วมสายกับทีมอย่าง อุรุกวัย , ฝรั่งเศสและเม็กซิโก พวกเขาเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มก่อนจะไปเจอกับ เยอรมันตะวันตก พวกเขาเอาชนะเยอรมันตะวันตกได้ด้วยสกอร์ 4-2 (เสมอในเวลา2-2) ซึ่งจอร์จ เฮิร์ต สามารถทำแฮตทริกได้ในเกมนี้ แต่ประตูที่เขายิงไปชนคานแล้วบอลยังไม่ข้ามเส้น กลายเป็นประตูที่เป็นจุดเปลี่ยนด้านประวัติศาสตร์ ให้กัปตันทีมอย่าง บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ขึ้นรับถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกจากควีนอลิซซาเบธที่สอง
โฆษณา