14 ธ.ค. 2020 เวลา 01:58 • การศึกษา
ธรรมะวันจันทร์
ดังตฤณ
คนที่ไม่อยากเผชิญหน้าปัญหา
จะมีจิตใจหม่นมัวลงเรื่อยๆ วันต่อวัน
การไม่ยอมรับว่า
ปัญหาคือส่วนหนึ่งของชีวิต
คือการปิดใจไม่ให้ยอมรับความจริงขั้นพื้นฐาน
ขนาดความจริงขั้นพื้นฐานยังยอมรับไม่ได้
แล้วจะเอาสติที่ไหน
ไปยอมรับความจริงขั้นสูงไหว?
เมื่อแก้ปัญหาจนฉลาด
จะรู้ว่าทุกปัญหาถูกจัดการได้
ด้วย ๓ ก้าวหลักๆเหมือนกันหมด
ก้าวแรก คือ เล็งว่าอยากให้ปัญหาจบสวยๆอย่างไร
ก้าวสอง คือ หาความเป็นไปได้ที่จะเอาให้จบอย่างนั้น
ก้าวสุดท้าย คือ ลงมือจัดการให้สำเร็จโดยไม่วอกแวก
โดยย่นย่อที่สุด
ทุกปัญหาเริ่มแก้ด้วยการ ‘ตั้งสติคิด’
คนเจอปัญหาแล้วตั้งสติคิด
คือคนที่พร้อมจะเจริญสติเอาดีทางธรรม
เพราะสติจะคมขึ้นเรื่อยๆ
ถูกตบเข้าลู่เข้าทางถูกต้องชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งมีคุณภาพดีพอจะเปิดใจรับความจริง
ถึงระดับยากที่มนุษย์และเทวดาทั่วไปจะยอมรับ
เช่นที่ว่า กายใจนี้ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน
ยอมรับว่ามีปัญหา
ฝึกแก้ปัญหาจนฉลาด
กระทั่งชอบแก้ปัญหา
แล้วจะพบว่า
สัมพันธ์กันกับการเจริญสติให้คืบหน้า!
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
เหตุผลไม่ได้ดีกว่าอารมณ์เสมอไป
คนเราแม้ผิดจริง
ความผิดนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของอัตตา
ไม่มีอัตตาใดอยากโดนกระทบ
การติติง
ด้วยความหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดีๆ
จึงมีอะไรมากกว่าการเอาความจริงมาพูด
และมีอะไรน่าทำกว่าการปาลูกดอกเข้าเป้าตรงๆ
หลีกเลี่ยงการกระแทกอัตตาด้านร้าย
แต่สัมผัสให้ถูกอัตตาด้านดี
อัตตาด้านร้าย คือ
ความรู้สึกว่าตัวเองดีแล้ว ว่าไม่ได้แล้ว
ส่วนอัตตาด้านดี คือ
ความรู้สึกว่าตัวเองยังขาด ยังอยากฟังคนชี้ทาง
คนที่ติติง
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางดีนั้นดูง่าย
เริ่มขึ้นมา หน้าตาและน้ำเสียงจะน่าฟัง
คำพูดมักตั้งต้นด้วยอะไรเช่น
"ผมเข้าใจ ผมก็เคยเป็นแบบคุณ"
หรือ "ดิฉันรู้ดี เคยผ่านตรงนั้นมาแล้ว"
และต่อยอดด้วยการ ‘เล่าใหัฟัง’ ว่าผ่านมาได้อย่างไร
ซึ่งเป็นการเบี่ยงเบน
โดยเอาอัตตาตัวเองมาเป็นเป้าล่อแทนอัตตาคนฟัง
เมื่อชำนาญแล้ว มีจิตแบบนักติติงชั้นดีแล้ว
ก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นต้นด้วยการล่อเป้าเสมอไป
อาจเป็นการเตือนตรงๆ พุ่งเป้าตรงๆเข้าตัวคนฟัง
โดยแน่ใจแล้วว่าหน้าตา สุ้มเสียง และคำพูด
ออกมาจากใจที่มีเมตตาจริง ไม่ใช่แกล้งทำเป็นเมตตา
เมตตาที่แท้จะปลุกสำนึกด้านดีให้ตื่นเสมอ
ขณะที่โทสะดิบๆจะกระแทกอัตตาด้านร้าย
ให้ออกมาปกป้องตัวเองร่ำไป
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
แม้ใช้อารมณ์และเหตุผลดีๆแล้ว
ลงเอยเป็นล้มเหลว
อย่างน้อยคุณก็ได้ชื่อว่าจัดการ
กับความไม่รู้ผลล่วงหน้า ด้วยน้ำจิตที่เป็นกุศล
แล้วเกิดความรู้แจ้งที่ภายในขึ้นมาว่า
เกิดผลกับโลกภายนอกอย่างไร
ไม่มีค่าเท่าผลภายใน
ที่คุณต้องอยู่กับมันตลอด ๒๔ ชั่วโมงเลย
เมื่อเหตุภายในดีตลอด
ผลภายในย่อมดีตลอดเช่นกัน!
ร้อยเรียงจากหลากบทความของคุณดังตฤณ
#THAIFA “รวมพลัง สร้างอนาคต”