14 ธ.ค. 2020 เวลา 07:15 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
หนังทำเงินทั่วโลกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Bath Buddy เปิดตัวด้วยรายได้ 28 ล้านเหรียญที่จีน
หนังแอ็คชัน-เบาสมองของจีน Bath Buddy เปิดตัวด้วยอันดับ 1 ในบ้านเกิด เมื่อทำรายได้ 28.1 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นการออกตัวที่สวยงาม แม้เบื้องหลังของหนังจะกลายเป็นประเด็นร้อนก็ตาม
งานกำกับของหยี เซน-ซิง เล่าเรื่องที่ยากจะเป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริงของเด็กรวยคนหนึ่งที่เกิดสูญเสียความทรงจำ และต้องมาทำงานในโรงอาบน้ำ ซึ่งทางมูนวอทเชอร์ บริษัทสร้างภาพยนตร์ของเกาหลี กล่าวหาว่าเป็นการลอกเลียนทรัพย์สินทางปัญญา จากการ์ตูนบนเว็บที่มีให้อ่านกันในแพล็ทฟอร์มของนาเวอร์ (บริษัทแม่ของผู้ให้บริการไลน์) ทางมูนวอทเชอร์ถึงกับออกแถลงการณ์ว่า แวนดา ผู้สร้าง-จัดจำหน่าย และเจ้าของโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของจีน ได้ทำการพัฒนาบทของหนังด้วยการใส่ความเป็นจีนลงไป และมอบหมายให้หยีทำหน้าที่กำกับ ก่อนแวนดาจะยกเลิกสัญญาไปในปี 2018 แต่แล้วก็เดินหน้าต่อด้วยการดัดแปลงเรื่องราวใหม่ และเพิกเฉยในการเจรจาข้อตกลงใหม่
งานนี้ทางมูนวอทเชอร์จะดำเนินการทางกฎหมายด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลเฉพาะเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ แต่โอกาสที่จะชนะนั้นยังไม่ชัดเจน เพราะงานบันเทิงจากเกาหลีใต้ถูกแบนในจีนนับตั้งแต่กลางปี 2016 เนื่องจากความขัดแย้งของสองรัฐบาล
รายได้ของ Bath Buddy คิดเป็น 45% ของรายได้รวมทั้งหมดในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาของจีน ซึ่งประเมินกันว่า น่าจะอยู่ที่ 61.7 ล้านเหรียญ ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ทำไว้ 72.6 ล้านเหรียญ
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีหนังใหม่จากฮอลลีวูดเปิดตัวฉายเลย หนังที่เปิดตัวฉายในวงกว้างอีกเรื่องก็คือแอนิเมชันจากญี่ปุ่น Doraemon The Movie 2020: Nobita’s New Dinosaur ซึ่งทำรายได้ไป 6 ล้านเหรียญ มากพอที่จะอยู่ในอันดับที่สี่
ขณะที่สองและสามเป็น หนังอันดับ 1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว The End of Endless Love ที่รายได้ลดลง 50% เก็บเงินไปอีก 11 ล้านเหรียญอยู่ในอันดับสอง และ The Croods: A New Age ที่ทำเงินไป 6.4 ล้านเหรียญอยู่ในอันดับสาม รายได้ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าแค่ 45% โดยรายได้ของหนังในจีนมากกว่ารายได้ในอเมริกาเหนือราวๆ 2 เท่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนังทำเงินในอเมริกาเหนือแค่ 3 ล้านเหรียญ รายได้รวมอยู่ที่ 24.1 ล้านเหรียญ แต่รายได้ในจีนจากการฉายสัปดาห์มาเป็นที่สามอยู่ที่ 46.5 ล้านเหรียญ หรือ 61% ของรายได้รวมทั่วโลก 76.3 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนังต่างประเทศทำเงินสูงสุดในจีนอันดับ 2 ของปี 2020 แซงหน้า Mulan และตามหลังแค่ Tenet
 
สำหรับรายได้ของหนังในจีนปีนี้ อยู่ที่ 2.72 พันล้านเหรียญ ลดลง 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และหากยังรักษาระดับเอาไว้ได้ จะทำให้จีนกลายเป็นตลาดภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้ โดยประเมินกันว่ารายได้รวมเมื่อถึงปลายปีน่าจะอยู่ที่ 3 พันล้านเหรียญขึ้นไป
สัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์ชนช้าง ระหว่างหนังใหญ่ท้องถิ่น The Rescue กับ Wonder Woman 1984 และมีตาอยู่อย่างหนังแอ็คชันจีนอีกเรื่อง Shock Wave 2 สำหรับยอดขายตั๋วล่วงหน้าปรากฏว่า The Rescue ทำได้ดีกว่า Wonder Woman เล็กน้อยจากรายงานของเหมาหยาน ผู้ให้บริการขายตั๋วออนไลน์
 
ที่ญี่ปุ่น Demon Slayer The Movie: Mugen Train กำลังจะกลายเป็นหนังแห่งปีนี้ เมื่อยังเดินหน้าประสบความสำเร็จไปเรื่อยๆ ในสัปดาห์ที่เก้าของการฉาย หนังทำเงินทั่วโลกผ่าน 310 ล้านเหรียญไปแล้ว จากบ้านเกิด, ไต้หวัน, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และเวียตนาม และยังมีเวลาอีกมากสำหรับทำเงินเป็นหนังรายได้สูงสุดของญี่ปุ่นด้วยการเอาชนะ Spirited Away เมื่อปี 2010 ซึ่งถ้าทำได้ถือว่าต้องใช้เวลาถึง 19 ปี ที่น่าสนใจก็คือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นในช่วงโรคระบาดอีกด้วย
สำหรับหนังเรื่องอื่นๆ Tenet ทำเงินในตลาดต่างประเทศไปแล้ว 303.5 ล้านเหรียญ ส่วนรายได้รวมทั่วโลกอยู่ที่ 361.3 ล้านเหรียญ ขณะที่ The Witches ทำเงินนอกอเมริกาเหนือไป 22 ล้านเหรียญ ส่วน Superintelligence หนังวอร์เนอร์อีกเรื่องเก็บเงินนอกอเมริกา 2.2 ล้านเหรียญ
Monster Hunter ที่เจอปัญหาเซนเซอร์เมื่อสัปดาห์ก่อนในจีน ถูกปล่อยฉายในอีกบางตลาด และทำเงินเพิ่ม 1.3 ล้านเหรียญ รายได้รวมของหนังตอนนี้อยู่ที่ 4.8 ล้านเหรียญ ก่อนที่จะเปิดตัวในอเมริกา โดยไต้หวันหนังทำเงินเป็นอันดับ 1 จากการฉายในสัปดาห์ที่สอง 610,000 เหรียญ รายได้รวมเป็น 2.6 ล้านเหรียญ ที่ซาอุดิ อาระเบีย หนังยังครองอันดับ 1 จากการฉายสัปดาห์ที่สองเช่นกัน ด้วยรายได้ 310,000 เหรียญ รายได้รวมที่นี่เป็น 1.5 ล้านเหรียญ หนังยังมีตลาดใหญ่ๆ นอกอเมริกาให้เล่นอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเม็กซิโก, ออสเตรเลีย, บราซิล, เกาหลี, รัสเซีย, เยอรมัน, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, อิตาลี และญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดตัวในช่วง 2-3 เดือนแรกของปี 2021
อ่านแล้วชอบ อย่าลืมกดติดตาม และยังมีเรื่องราวมากมายให้อ่านได้ที่ www.sadaos.com และทำความรู้จักกันได้มากกว่านี้ด้วยการกดไลค์เพจ www.facebook.com/Sadaos
โฆษณา