16 ธ.ค. 2020 เวลา 15:22 • หนังสือ
เล่าเรื่องกามราคะ...
ธรรมดาบุคคลเมื่อเห็นเพศตรงข้ามที่มีรูปงามก็อาจเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ขึ้นที่ทำให้ใจเต้นกระวนกระวาย
อารมณ์เหล่านั้นมองโดยผิวเผินก็เรื่องธรรมชาติ และสามารถอธิบายได้ว่าเป็นปฏิกิริยาของ 'ฮอร์โมน' มนุษย์ต้องมีการรักใคร่ ต้องสืบพันธ์ ฯลฯ
แต่สำหรับ ชาย หญิง ใดไม่ชอบอารมณ์นี้ หรือเป็นทุกข์เพราะอารมณ์เหล่านี้จนเกิดความเบื่อหน่าย ธรรมะก็มีแนวทางไปต่อให้ครับ
อารมณ์ความรัก ความใคร่ ในทางธรรมสามารถเจาะสาเหตุได้ลึกกว่าทางโลก ว่าเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากการฟูของ 'กิเลส' ตัวหนึ่ง ในกลุ่ม 'กามราคะ' แปลว่า ความกำหนัดในกามคุณ
กามราคะ เป็นกิเลสในตระกูล โลภเจตสิก ซึ่งเป็นธรรมฝ่ายอกุศล
ขยายความต่อว่า สิ่งใดเป็นอกุศล สิ่งนั้นเป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต, สิ่งใดทำให้จิตเศร้าหมอง สิ่งนั้นเป็นทุกข์, สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นย่อมมีแต่จะดำเนินไปเพื่อความแตกสลาย
ด้วยเหตุนี้ ความรักแบบ 'โลกียวิสัย' จึงเป็นความทุกข์ และมีความไม่เที่ยง (เกิด เสื่อม ดับ) ก่อตัณหายังคนให้วิ่งวุ่นไปในโลกของกามคุณ ให้แสวงหารัก แสวงหาทรัพย์ แสวงหาเรือน ฯลฯ
การแสวงหาทั้งหลายนี้ ก็เพื่อนำไปใช้ผูกรักนั้นไว้กับตน ชีวิตก็จะวนลูปแบบนี้ไปแบบหาที่สุดไม่ได้
บางคนก็เลยเกิดอาการเบื่อหน่ายในความรัก อยากแสวงหาทางคลายออกจากความกำหนัด เป็นต้น
ซึ่งหากท่านใดมีความรู้สึกแบบนี้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าคุณเป็นคนแปลก คุณเป็นคนโชคดีแล้วที่เกิดความคิดที่จะออกจากสภาวะนี้ เพราะพ้นรัก (แบบโลกียวิสัย) เมื่อไร ก็ไกลทุกข์เมื่อนั้น
เมื่อไกลจากอาการรักแบบเดิม ๆ จิตใจจะแทนที่ด้วยความรักแบบ พรหมวิหารธรรม เป็นความรักที่ไม่ยึดติด บางคนจึงอาจไม่มีครอบครัว แต่มีเพื่อนร่วมโลกและกัลยาณมิตรมากมายไปหมด
และเมื่อไม่ยึดติด ก็จะไม่มีความกลัว เช่น กลัวไม่มีใครดูแล กลัวอยู่คนเดียว กลัวเหงา ฯลฯ
เพราะความกลัวที่ว่ามา ล้วนเป็นการปรุงแต่งจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากจิตเศร้าหมองด้วยโลภกิเลสเท่านั้น
เมื่อโลภกิเลสในกลุ่มที่เกี่ยวข้องเบาบางไปแล้วด้วยการอบรมจิตด้วยวิปัสสนากรรมฐาน การปรุงแต่งต่าง ๆ นา ๆ ก็จะลดลงไปด้วยนั่นเอง
ที่เล่ามาทั้งหมดก็เป็นการแสดงลำดับที่มาที่ไป และการเกิดดับของอาการต่าง ๆ ในจิตใจ เพื่อเข้าใจเค้าโครงของกิเลสชุดนี้โดยคร่าว ซึ่งเป็นการเข้าใจในระดับสมอง (อ่าน ฟัง)
แต่การจะหวังผลก้าวหน้าเป็นลำดับได้ผ่านการฝึกอบรมจิตด้วยวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เกิดดวงตาธรรมเห็นแจ้งแทงตลอดในสิ่งเหล่านี้ในระดับจิตใจครับ
แนวทางที่น่านำมาใช้ฝึก ได้แก่ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ปฏิกูลมนสิการ เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิแล้วน้อมเข้าพิจารณากายในกายว่าเป็นของไม่งาม เป็นต้น นั่นเอง
cr.คุณพอล
โฆษณา