21 ธ.ค. 2020 เวลา 17:57 • ประวัติศาสตร์
ปิดตำนานธุรกิจครอบครัว Gucci เมื่อลูกต้องส่งพ่อเข้าคุก เพื่อฮุบมรดก
“ปิดมันซะ !!!”
.
Aldo ประธานบริหารบริษัท Gucci ตะโกนสั่งลั่นกลางห้องประชุม ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปต่อย Paolo ลูกชายของเขาอย่างเต็มหมัด พร้อมทำลายเครื่องบันทึกเสียงที่อัดเอาไว้จนแหลก
.
เหตุการณ์นี้ได้สร้างความแค้นให้กับ Paolo เป็นอย่างมาก เพราะถูกผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “พ่อ” หักหลัง จนนำไปสู่แผนการแก้แค้นที่ไม่เหลือแล้วคำว่า ครอบครัว !
.
#ค่านิยมของพ่อ
สร้างรอยร้าวในครอบครัว Gucci ก่อตั้งขึ้นในปี 1921 โดย Guccio Gucci เขามีลูกทั้งหมด 5 คน ชาย 4 คน และหญิงอีก 1 คน ซึ่ง Aldo เป็นผู้นำธุรกิจรุ่นที่สอง เนื่องจาก Guccio Gucci ไม่ยอมแบ่งหุ้นให้กับลูกสาวคนโต Grimalda เพียงเพราะเธอเป็น “ผู้หญิง” โดยไม่สนว่าเธอเป็นคนช่วยดูแลธุรกิจมาตั้งแต่ต้น
.
ส่วน Enzo พี่ชายคนรองได้เสียชีวิตไปตั้งแต่อายุ 9 ขวบ Aldo จึงกลายเป็นทายาทคนโต และขึ้นเป็นผู้นำกิจการไปโดยปริยาย
.
#จับลูกมาแข่งกันเอง
เมื่อ Guccio Gucci เสียชีวิตลงในปี 1953 อาณาจักร Gucci จึงกลายเป็นของ 3 พี่น้องอย่างเต็มตัว โดยมี Aldo เป็นกำลังหลัก เนื่องจากมีหัวการค้ามากที่สุด
.
แม้ 3 พี่น้องจะร่วมมือกันบริหารกิจการจนเติบโตมีถึง 13 สาขา และ 46 ร้านแฟรนไซร์ทั้วโลกในปี 1974 แต่แนวคิดที่ว่า “จับลูกมาแข่งกันเอง” เพื่อเค้นศักยภาพสูงสุดของ Guccio Gucci กลับกลายเป็นการสร้าง “ปมในใจ” ที่รอเวลาระเบิดออกมา
.
เมื่อ Vasco พี่ชายคนกลางได้เสียชีวิตลง ทำให้ Aldo และ Rodolfo ถือหุ้นอยู่เท่ากัน 50 % แต่ Aldo พี่ชายคนโตที่คอยดูแลทุกอย่างกลับรู้สึกว่า Rodolfo ไม่สมควรได้หุ้นเท่ากัน เพราะเขาได้ให้อะไรกับบริษัทมากกว่า นี่จึงเป็นเหตุที่ทำให้ Aldo ต้องทวงความยุติธรรมให้กับตัวเอง
.
#สู้กับน้องชายตัวเอง
Aldo ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า Gucci Perfumes ในปี 1979 โดยที่ Rodolfo ถือหุ้น 20% ที่เหลืออีก 80% เป็นของ Aldo และลูก ๆ ทั้ง 3 คนละ 20%
.
เมื่อ Rodolfo เห็นรายได้ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ของ Gucci Perfumes ในขณะที่ตัวเองมีหุ้นเพียง 20% ประเด็นเรื่องความยุติธรรมจึงถูกยกขึ้นมาคุยกับพี่ชายคนโต ซึ่งแน่นอนว่า Aldo ไม่สนใจ และหันไปหาลูกชายทั้งสามคน ได้แก่ Giorgio, Paolo และ Roberto เพื่อโหวตสู้กับน้องชายตัวเอง
.
แน่นอนว่าเขาชนะ เพราะลูก ๆ ทุกคนต่างโหวตให้พ่อตัวเอง แต่สิ่งที่ทำให้ Aldo ประหลาดใจ และโกรธมากที่สุดก็คือ Paolo ลูกชายคนกลางปฎิเสธที่จะเป็นพันธมิตรกับเขาซะเอง !
#ไล่ลูกตัวเองออก
Paolo เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นตัวเองสูง แต่เสียดายที่ความคิดสร้างสรรค์ไม่เข้าตาพ่อและอา สภาพเขาตอนนี้จึงกลายเป็น “แกะดำ” ของครอบครัว
.
เมื่อไอเดียที่เขาคิดไม่ผ่านการอนุมัติจากพ่อและบอร์ด เขาจึงตัดสินใจออกไลน์สินค้าใหม่โดยไม่บอกใครในชื่อ Paolo Gucci Collection แต่ไม่นานข่าวนี้ก็ไปถึงหูพ่อและอา
.
Aldo ไม่สามารถให้ลูกตัวเองทำสินค้ามาขายแข่งกับบริษัทตัวเองได้ ในขณะที่ Paolo ยังเป็นลูกจ้างของบริษัทอยู่ เขาจึงตัดสินใจไล่ลูกชายตัวเองออกจากบริษัท เรื่องนี้จึงกลายเป็นปมฝังใจที่พ่อเขาทำให้ Paolo Gucci Collection แท้งตั้งแต่อยู่ในท้อง
.
#โดนพ่อแท้ๆหักหลัง
2 ปีต่อมา Aldo ได้เสนอแบ่งหุ้นให้ลูก ๆ อีกคนละ 7.7% (ก่อนหน้านี้ให้ไปแล้ว 3.3%) โดยตัวเขาถือ 17% พร้อมแต่งตั้ง Paolo ให้เป็น Vice Chairman ของ Guccio Gucci SpA นอกจากนี้ยังเสนอให้ Paolo คุมฝ่ายที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อดูแลการขายสินค้าที่อยู่ใน Paolo Gucci Collection ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาวาดฝันมาโดยตลอด
.
แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อ Paolo ถูกบอร์ดบริษัทปัดตกการออกไลน์ใหม่ของ Paolo Gucci Collection ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นไลน์สินค้าราคาถูก ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสื่อมเสีย ความฝันที่เคยมีมาจึงถูกดับลงทันที และรู้เลยว่าเขาโดนพ่อแท้ ๆ หลอกให้กลับมาทำงาน
.
#ถึงเวลาแก้แค้นพ่อตัวเอง
การประชุมบอร์ดครั้งต่อมา Paolo มาพร้อมกับเครื่องบันทึกเสียง โดยยืนยันว่าจะให้การแถลงการณ์ของเขาครั้งนี้อยู่ในบันทึกการประชุม เมื่อผู้เป็นพ่อได้ยินอย่างนั้นจึงโมโหเป็นอย่างมาก และได้ทุบเครื่องบันทึกเสียงทิ้ง ก่อนจะเกิดการตะลุมบอนขึ้นมา
.
Paolo เดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับคราบเลือดบนใบหน้า และตอนนี้เขาก็พร้อมแล้วกับการงัดอาวุธชิ้นสุดท้ายเพื่อ Paolo Gucci Collection ของเขาจะได้คลอดออกมาสักที
.
อาวุธที่ว่านั้นก็คือ ข้อมูลการไซฟอนเงินบริษัทไปยังต่างประเทศของ Aldo ซึ่งอาจทำให้พ่อของเขาติดคุกได้เป็นปี ๆ
.
#หลานรักคืองูพิษ
Maurizio เป็นลูกชายคนเดียวของ Rodolfo ที่เขาได้ทิ้งหุ้นไว้ให้ 50% ก่อนเสียชีวิตลง อีกทั้งยังเป็นหลานรักของ Aldo ที่ได้รับการไว้วางใจจากลุงของเขาเป็นอย่างมาก แต่ใครจะรู้ว่าลึก ๆ ในใจแล้ว Maurizio กลับคิดจะยึดอาณาจักร Gucci อยู่ตลอดมา
.
Maurizio ตามติดคดีที่ Aldo ถูกลูกชายฟ้องข้อหาไซฟอนเงินของบริษัทอย่างเงียบ ๆ ในที่สุดเขาก็ยืมมือ Paolo มาโค่นพ่อแท้ ๆ ของตัวเอง ด้วยการให้มาเป็นพันธมิตรในบอร์ดของ Gucci ทำให้ตอนนี้ Maurizio ถือหุ้นอยู่ที่ 53.3% (ของ Paolo 3.3%)
.
ก่อนจะลงมติให้ยุบบอร์ดชุดปัจจุบันที่มี Aldo อยู่ทิ้ง หลังจากนั้น Maurizio จึงขึ้นแท่นเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของ Gucci แทนลุงแท้ ๆ ของเขา
.
#ส่งพ่อตัวเองเข้าคุก
ผลจากการฟ้องร้องครั้งนั้นทำให้ Aldo ถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 1 วัน และต้องจ่ายภาษีย้อนหลัง 7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 212 ล้านบาท !
.
#ครอบครัวขี้ฟ้อง
หลังจากที่ Maurizio เข้ามาบริหารเต็มตัว ปัญหาการเงิน และธุรกิจของ Gucci ก็เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ เพราะ Aldo ได้ยื่นฟ้อง Maurizio เกี่ยวกับการเลี่ยงภาษีมรดก อีกทั้งยังโดน Paolo ยื่นฟ้องศาลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลี่ยงภาษี ทำให้เขาต้องเสียค่าปรับหลายล้านดอลลาร์
.
#จุดจบ
เมื่อปัญหาการเงินเริ่มรุนแรงขึ้นเขาจึงมองหานักลงทุนใหม่ โดยนำเงินที่ได้รับไปซื้อหุ้นคืนจากคนในตระกูล ได้แก่ Giorgio และ Roberto (ลูกคนโต และคนเล็กของ Aldo) และสุดท้ายคือ Aldo ที่ถือหุ้นไว้ 17% ซึ่งเขามีทางเลือกไม่มากนักจึงต้องยอมขาย ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้เสียชีวิตลงในวัย 84 ปี ในขณะที่ 5 ปีต่อมา Paolo ลูกชายกบฏก็ล้มละลาย และเสียชีวิตตามไป
.
ถึงตอนนี้ Maurizio ได้กลับมาครองอาณาจักร Gucci เต็มตัว พร้อมกับนักลงทุนกลุ่มใหม่ ซึ่งเขาได้เปลี่ยนทิศทางการทำธุรกิจมาเน้นสินค้าระดับสูงทำให้ยอดขายตกลง ในขณะที่รายจ่ายกลับถูกใช้ไปอย่างฟุ่มเฟือย
.
ทำให้กลุ่มนักลงทุนเสนอซื้อหุ้น 50% ที่เขาถืออยู่ ซึ่งสถานะการเงินที่ย่ำแย่จึงทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายหุ้นทั้งหมดออกไป สุดท้ายแล้ว Maurizio ก็ถูกภรรยาของตนจ้างวานฆ่าเนื่องจากมีปัญหาในครอบครัว
.
และนี่ก็ถือเป็นการปิดฉากธุรกิจครอบครัว Gucci ที่ไม่มีแม้แต่คนใดในครอบครัวได้ครอบครอง ปัจจุบัน Gucci อยู่ภายใต้การดูแลของ Kering บริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ของโลกที่เป็นเจ้าของ Balenciaga, Saint Laurent และแบรนด์หรูอื่น ๆ อีกมากมาย
โฆษณา