25 ธ.ค. 2020 เวลา 00:17 • ธุรกิจ
จริงหรือไม่? ที่เงิน (Silver) กำลังน่าลงทุนกว่าทองคำ
การลงทุนในโลหะเงินแท่ง (แบบทองคำแท่ง) เพื่อซื้อเก็บในระยะยาว อาจไม่ได้รับ
ความนิยมมากนักในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการเก็งกำไรด้วย
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Silver Online Futures) ในตลาด TFEX เท่านั้น
2
แต่คุณรู้ไหมครับว่าในมุมมองของนักลงทุนระดับโลกหลาย ๆ คนนั้นไม่ได้มองว่า
โลหะเงินด้อยไปกว่าทองคำเลย โดยในบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ นั้นพวกเขามักจะใช้
คำว่า "Gold and Silver" อยู่เสมอ คือเรียกโลหะทั้ง 2 ชนิดนี้พร้อมกันเลย
2
เนื่องจากพวกเขาเชื่อมั่นว่าโลหะทั้ง 2 ชนิดเป็น "เงินที่แท้จริง" เพราะนอกจากทอง
คำแล้ว โลหะเงินก็ถูกนำมาใช้เป็นเหรียญในสกุลเงินต่าง ๆ มานับพันปี
ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรงทนทานของเงิน (Silver) ที่แม้เมื่อใช้งานไปนาน ๆ
แล้วโลหะเงินจะมีสีหมองคล้ำลงจากปฏิกิริยาเคมี แต่ปฏิกิริยานั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะที่
ผิวเท่านั้น ไม่ได้ทำให้สมบัติต่าง ๆ ของเนื้อเงินเปลี่ยนไป
2
ต่างจากโลหะชนิดอื่น ๆ ที่มักจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ด้วยความทนทานนี้จึง
ทำให้โลหะเงินเป็นเครื่องมือในการรักษามูลค่าเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่แพ้ทองคำ
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันคุณสามารถหาซื้อทองคำแท่งได้ง่ายกว่าโลหะเงินแท่ง จึงดูไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณต้องลำบากไปลงทุนในโลหะเงิน นอกเสียจากว่า "ในเวลานั้น
โลหะเงินน่าจะทำกำไรได้มากกว่า"
2
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้แหละครับ!! คือตอนนี้บรรดานักลงทุนระดับโลกอย่างจิม โรเจอร์ส, โรเบิร์ต คิโยซากิรวมถึงอีกหลาย ๆ คน กำลังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
"ราคาโลหะเงินตอนนี้อยู่ในระดับที่น่าลงทุนกว่าทองคำ"
6
เนื่องจากราคาของมันยังต่ำกว่า All Time High อยู่ถึง 50% เมื่อเทียบกับทองคำที่
ทะลุ All Time High ไปแล้ว
1
(ราคาโลหะเงินปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 25$/Oz. ส่วน All Time High อยู่ที่ประมาณ 50$/Oz.)
บทความนี้จึงได้สรุปข้อมูลเกี่ยวกับโลหะเงิน (Silver) โดยสังเขปมาให้คุณได้เห็น
ภาพรวมของโอกาสและความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะ
เชื่อคำแนะนำของนักลงทุนระดับโลกเหล่านั้นหรือไม่ ดังนี้ครับ
1
1. "ต้นทุนการผลิตโลหะเงิน" ของแต่ละเหมืองนั้นมีความแตกต่างกันมาก เพราะโล
หะเงินนั้นเป็นผลผลิตพลอยได้จากการผลิตโลหะชนิดอื่น เนื่องจากในธรรมชาตินั้น
แร่เงินมักจะอยู่ร่วมกับแร่อื่น ๆ เช่น ทองคำหรือตะกั่ว เสมอ
1
แต่โดยเฉลี่ยแล้วต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 11$/Oz. (ข้อมูลเมื่อปี 60) ซึ่งต่ำกว่าราคาในปัจจุบันถึง 56% ทว่าหากความต้องการของแร่เงินสูงขึ้นก็จะดันต้นทุนสูงขึ้นได้
เนื่องจากจำเป็นต้องใช้กำลังการผลิตจากเหมืองที่มีต้นทุนสูงกว่า
1
(เหมือนกับน้ำมันที่แท่นขุดเจาะในสหรัฐมีต้นทุนสูงกว่าแท่นในซาอุฯ แต่ด้วยความ
ต้องการการใช้งานที่สูงทำให้กำลังการผลิตของซาอุฯไม่เพียงพอ)
1
2. "Gold/Silver Ratio" เป็นอัตราส่วนที่ใช้บ่งบอกว่าในเวลานั้นทองคำมีราคาแพงมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับโลหะเงิน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 75/1 (หมายถึงทองแพง
กว่าเงินอยู่ 75 เท่า)
แต่ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าอัตราส่วน Gold/Silver นั้นควรจะเป็นเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามถ้าย้อนไปเมื่อ 800 ปีที่แล้ว ในสมัยโรมันนั้นอัตราส่วนนี้จะอยู่ที่ประมาณ 12/1 เท่า
นั้น
แต่ปัจจัยสำคัญที่ดันให้อัตราส่วนนี้สูงขึ้นคือการประกาศใช้ Gold Standard ซึ่งส่ง
ผลให้ทองคำมีบทบาทในแวดวงการเงินมากกว่าโลหะเงินเมื่อเทียบกับอดีต
โดยจะสังเกตได้ว่าในช่วงที่เกิดวิกฤติต่าง ๆ อัตราส่วนนี้มักจะสูงขึ้นอยู่เสมอ เพราะผู้คนจะเลือกเก็บวิ่งเข้าหาทองคำมากกว่าโลหะเงิน อย่างการแพนิคในช่วงเมษาที่ผ่านมานั้นอัตราส่วนนี้ได้วิ่งขึ้นไปถึง 114/1 เลยทีเดียว
และนับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมาอัตราส่วนนี้ก็ไม่เคยต่ำกว่า 30/1 อีกเลย จึงแสดง
ให้เห็นว่าความต้องการของการเก็บโลหะเงินเพื่อรักษาความมั่งคั่งนั้นลดลงไปมาก
3. "โลหะเงินมีความผันผวน (volatility) มากกว่าทองคำ" หมายความว่าเวลาเงิน
ขึ้นก็จะขึ้นแรงกว่าทอง แต่เวลาลงก็ลงได้มากกว่าทองคำ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับนักลง
ทุนระยะสั้นที่คุณมีโอกาสที่จะทำกำไรได้มากกว่า แต่สำหรับการลงทุนระยะยาวแล้ว store of value (ตัวเก็บมูลค่า) นั้นไม่ควรผันผวนมากจนเกินไป
4. "การใช้งานในอุตสาหกรรม" เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะโลหะเงินมีสมบัติต่าง ๆ ที่โดดเด่น โดยเฉพาะการเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีที่สุด, เป็นตัวสะท้อนแสงอันดับต้น ๆ, แข็งแรง, ทนการกัดกร่อน, ขึ้นรูปได้ง่าย, ป้องกันแบคทีเรีย ฯลฯ
1
ทำให้เงินถูกนำมาใช้ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอิเล็กทรอนิกส์, แบตเตอร์รี่,
แผงโซลาร์เซลล์ และในทางการแพทย์ ซึ่งคุณจะสังเกตว่าเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ใน
เทรนด์อนาคตล้วน ๆ!!!
โดยปัจจุบันอุปทานโลหะเงินในอุตสาหกรรมนั้นมีสัดส่วนถึง 56% ของอุปทานทั้ง
หมด เมื่อเทียบกับทองคำที่มีอยู่เพียง 12% เท่านั้น
.
สรุปแล้วโลหะเงินนั้นมีความน่าสนใจในแง่ของการป้องกันเงินเฟ้อ เพราะราคายังถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับอดีต (ตามความเห็นของจิม โรเจอร์ส)
อีกทั้งเงินยังเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมที่อยู่ในเทรนด์อนาคตจึงอาจทำให้ความต้องการโลหะเงินสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาเงินให้สูงขึ้น
แต่ถ้าคุณจะลงทุนจริง ๆ ก็ควรต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าเงิน (Silver) มีความจำเป็นมากแค่ไหนในแต่ละอุตสาหกรรม มีโอกาสถูกทดแทนได้หรือไม่และถ้าการต้องการใช้
งานมีมากขึ้นจริง ๆ ก็มีโอกาสที่จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีการทำเหมืองเงิน เพื่อให้
เงินมีต้นทุนที่ต่ำลงได้เช่นกัน
นอกจากนี้ในแง่ของการลงทุนนั้น โลหะเงินมีข้อด้อยกว่าทองคำอยู่หลายประการทั้งสภาพคล่องที่น้อยกว่า เนื่องจากตลาดเล็กกว่า, ปริมาตรเยอะกว่าในราคาที่เท่ากัน ทำให้เก็บยากกว่า, ความผันผวนที่สูงกว่า ฯลฯ
แล้วในมุมมองของเพื่อน ๆ เงิน (Silver) มีความน่าสนใจมากแค่ไหนเพราะอะไร?
คอมเมนท์ด้านล่างเลยครับ
.
แอดปุง
4Centry
มันก็ธรรมดาที่ store of value ของทองคำจะมากกว่าเงิน เพราะทองคำ มี stock to flow ratio ที่สูงกว่าโลหะเงิน ถึงราคาของโลหะเงินจะไม่ทะลุ All time high ก็ไม่ได้หมายความว่ามันน่าลงทุนมากกว่าทองคำ ในทางกลับกันมันอาจจะเป็นดัชนีชี้วัดได้ว่าคนสนใจในโลหะเงินน้อยมากทำให้ราคาของมันถูกปั่นในตลาดได้ง่าย หรือที่เรียกว่าผันผวนจนเกินกว่าจะเก็บเป็น Store of value ในอนาคตได้