1 ม.ค. 2021 เวลา 05:11 • หนังสือ
รีวิวหนังสือ On Writing: A Memoir of the Craft “เวทมนตร์ฉบับพกพา: ชีวิตและเรื่องขีดเขียนของสตีเวน คิง”
แนวทางของหนังสือเล่มนี้
เล่มนี้ไม่ใช่ How to การเขียน ไม่ได้สอนเขียนนิยาย ไม่มีแบบฝึกหัดให้ฝึกเขียน หนังสือมีสองพาร์ท
พาร์ทแรกเป็นการเล่าชีวิตของสตีเวน คิง พื้นเพที่บ้าน ตั้งแต่แรกเริ่มว่าเป็นมาไงถึงได้มาเป็นนักเขียน สิ่งที่นักเขียนเจอตั้งแต่เริ่มเขียน จนผลงานเริ่มเป็นที่รู้จัก จนผลงานเป็นที่โด่งดัง สไตล์การเล่าคล้าย ๆ หนังสือนักเขียนนิยายมืออาชีพ ฮารูกิ มูราคามิ
พาร์ทสองจะพูดถึงการเขียน สิ่งที่นักเขียนควรมีควรเป็นและควรทำด้วยค่ะ
ทำไมถึงซื้อและอ่านเล่มนี้
เติมไฟในการเขียนของตัวเองค่ะ การเขียนโดยเฉพาะเขียนนิยายเรื่องยาว สำหรับเราเป็นงานช้าง เป็นงานจดจ่อ และโดดเดี่ยว ใช้เวลา ต้องใช้กำลังกายและกำลังใจอย่างต่อเนื่อง
การให้ตัวเองแวดล้อมด้วยเรื่องที่เรากำลังพยายามทำให้สำเร็จ (สำหรับเราคือเขียนนิยายให้จบ) น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดี เลยทำให้เราคว้าเล่มนี้มา
เหตุผลรองก็คือ อยากอ่านว่าสตีเวน คิง มีเทคนิคการเขียนอย่างไรบ้าง เผื่อจะได้ข้อคิดดี ๆ มาประยุกต์ใช้กับตัวเองบ้าง
20 ข้อคิดที่ได้จากการอ่านเล่มนี้
1. ครอบครัวเป็นพื้นฐานที่สำคัญ
เราชอบคุณแม่สตีเวน คิง เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงสตีเวนออกมาได้ดีมาก ๆ ตอนเด็ก ๆ ที่สตีเวน คิงเริ่มการเขียนจากการลอกการ์ตูนที่ดูมาเขียน คุณแม่เขาผิดหวัง ส่งสมุดคืนให้ และบอกว่า
“แต่งเอกสิจ๊ะ สตีวี...แม่ว่าลูกทำได้ดีกว่านั้นนะ เขียนเองเลยลูก”
 
อ่านแล้วแบบโอ้โห นึกถึงคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ฐานะไม่ดีเลย แต่คงเห็นแววลูก และตัวเองก็ชอบอ่านนิยายเป็นทุนเดิมและสนับสนุนให้ลูกลองเขียนเรื่องดูเอง แทนที่จะไล่ลูกไปทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือว่ากล่าว แล้วให้ไปช่วยทำงานหาเงิน
สตีเวนบอกว่า “คำพูดของแม่ มันเหมือนกับการถูกนำตัวเข้าไปในอาคารหลังมหึมาที่เต็มไปด้วยประตูที่ปิดอยู่ และได้รับอนุญาตให้เปิดบานไหนก็ได้ที่ต้องการ”
 
แล้วเขาก็เริ่มเขียนนิทานเรื่องยาวสี่หน้า พอแม่อ่านแม่ก็บอกว่ามันดีพอที่จะส่งไปลงหนังสือได้เลย แถมให้เงินรางวัลลูก และเอานิทานไปขายญาติ ๆ เพื่อนบ้านให้อีก ซึ่งเราว่าคุณแม่สตีเวนไม่ได้หวังสร้างรายได้หรือรวยจากตรงนี้หรอก แต่มันคือการให้กำลังใจ และเปิดประตูอย่างที่สตีเวนเขียนไว้นั่นแหละค่ะ
เป็นคุณแม่ที่สุดยอดมาก ๆ
จนมาถึงคุณภรรยา ก็สนับสนุนสตีเวนต่อ ตอนนั้นฐานะก็ยังไม่ดี เลี้ยงลูกไปด้วย เป็นครูไปด้วย ก็เขียนนิยาย ตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงและก็ถูกปฏิเสธงานเขียนเรื่อย ๆ แถมภรรยายังอ่านต้นฉบับให้อีก
เขาเขียนถึงภรรยาไว้ว่า
“แท็บบี้ไม่เคยแสดงความสงสัยในตัวผมแม้แต่ครั้งเดียว เธอให้กำลังใจผมตลอดมา และมันก็เป็นหนึ่งในของไม่กี่อย่างที่ผมรับด้วยความเต็มใจ ทุกครั้งที่ผมเห็นนักเขียนอุทิศนิยายเรื่องแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ให้กับภรรยา (หรือสามี) ผมจะยิ้มและคิดว่า อย่างน้อยก็มีใครบางคนเข้าใจนาย งานเขียนเป็นงานที่โดดเดี่ยว การมีใครสักคนที่เชื่อในตัวคุณนั้นมีความหมายมาก พวกเขาไม่ต้องพูดอะไร แค่เชื่อในตัวเราเท่านั้นก็พอ”
Life Partner’s goal มาก ๆ ค่ะ
2. ความจำที่ดีและทักษะในการเล่าเรื่องจำเป็นสำหรับงานเขียน
จากที่อ่านดู เขาเป็นคนที่มีความจำวัยเด็กดีมากเลยค่ะ จำได้ละเอียด และเขียนออกมาให้อ่านในเล่มนี้ได้สนุกทีเดียว ซึ่งเราว่ามันเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่สำคัญของนักเขียน คือการจดจำคน เหตุการณ์ ความรู้สึกที่ตัวเองเคยรู้สึกหรือพบเจอ บวกกับจินตนาการแล้วสามารถเขียนถ่ายทอดออกมาได้เห็นภาพนั่นเอง
3. ไอเดียมีอยู่ทุกที่ มองให้เห็น
ประเด็นนี้พูดไปในแนวทางเดียวกับหนังสือพลังวิเศษของคนธรรมดาเลยค่ะ ในเล่มนั้นพูดไว้ว่าถ้าเจอ ถ้าคิดได้ ต้องรีบจดไม่พอ ต้องรีบใช้ด้วย ไม่งั้นไอเดียก็จะกระโดดจากเราไปหาคนอื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในเล่มนี้พูดถึงไอเดียไว้ประมาณนี้ค่ะ
“ไอเดียของงานเขียนที่ดีมักจะโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เหมือนหล่นลงมาจากท้องฟ้าที่ว่างเปล่า บางครั้งไปเดียเก่าสองไอเดียที่เป็นคนละเรื่องกันก็หลอมรวมกันเป็นสิ่งใหม่ได้ภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะฉะนั้น หน้าที่ของคุณไม่ใช่การมองหาไอเดียเหล่านี้ แต่คือการมองเห็นเมื่อมันโผล่ขึ้นมา”
4. รับมือคำวิจารณ์
เขาเคยหยุดเขียนไปหลายปี จนกลับมาเขียนอีกทีเมื่ออายุสี่สิบ ก็เพราะคำพูดของสำนักพิมพ์หนึ่ง ผ่านเวลามาเขาถึงได้เข้าใจว่าการวิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดา จะต้องมีใครบางคนพยายามทำให้คุณรู้สึกแย่กับสิ่งที่คุณทำอยู่
“งานที่คุณเขียน ในตอนเริ่มต้น คุณเขียนให้กับตัวเอง แต่หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น งานของคุณจะออกไปสู่สายตาผู้คน ทันทีที่รู้แล้วว่าเรื่องที่เขียนเกี่ยวกับอะไรและได้แก้ไขจนดีแล้ว หรืออย่างน้อยก็ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ งานชิ้นนั้นจะเป็นของใครก็ตามที่ต้องการอ่านหรือวิจารณ์มัน ถ้าคุณโชคดีมาก คนที่อยากอ่านงานของคุณจะมีมากกว่าคนที่อยากวิจารณ์”
อย่ากลัวที่จะโดนด่า บางทีเพื่อความสมจริงและอรรถรส เราต้องพลีชีพบ้าง!
5. อย่าหยุดเขียน
เขาเขียนทุกวันค่ะ ไม่มีหยุดพัก ไม่มีเว้นวันเกิด วันคริสมาส ถึงแม้จะได้จดหมายตอบปฏิเสธจากสนพ.มาเป็นปึก ๆ เขาก็ไม่หยุดเขียน ปักจดหมายปฏิเสธไว้กับผนังเป็นชั้น ๆ แม้ว่าจะต้องทำงาน จะต้องเลี้ยงลูก เขาก็เขียน และเขียนต่อไป เขาแนะนำให้ลองเขียนเริ่มต้นที่ 1,000 คำต่อวันก่อนค่ะ
6. เมื่อจะลงมือเขียนให้ปิดประตู ปิดการับรู้โซเชียลทุกอย่าง และจดจ่อกับการเขียนตรงหน้า
7. นักเขียนควรสร้างกล่องเครื่องมือสำหรับการเขียนของตัวเอง
ชั้นบนสุดคือ คำศัพท์และไวยากรณ์ ชั้นสองคือ สไตล์ และชั้นล่างสุดคือ เวทมนตร์
8. หาสไตล์การเขียนจากการอ่านและขัดเกลางานเขียนตัวเอง
เขาแนะนำให้อ่านทุกอย่าง อ่านให้มาก ๆ และคอยขัดเกลางานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
“ถ้าคุณไม่มีเวลาอ่าน คุณก็จะไม่มีเวลา (หรือเครื่องมือ) ที่จะเขียนด้วย ง่าย ๆ แค่นั้นแหละ”
9. การอ่านแบบสตีเวน คิง
อย่างแรกเลยคือเขาเชื่อว่า “การอ่าน คือ หัวใจของความคิดสร้างสรรค์ในชีวิตนักเขียน”
และพกหนังสือไปทุกที่ “เขาอ่านแบบจิบทีละนิดและแบบซดเฮือกใหญ่” หมายถึงเขาไม่สร้างข้อจำกัดให้ตัวเองว่า ต้องอ่านเฉพาะตอนที่มีเวลานั่งอ่านยาว ๆ แต่เราสร้างโอกาสให้อ่านได้ทุกที ไม่ว่าจะรอหมอ รอดูหนัง นั่งส้วม หรือแม้กระทั่งตอนขับรถ ก็ฟังหนังสือเสียงเอา
“ความสำคัญที่แท้จริงของการอ่านคือ มันทำให้เราสนิทสนมคุ้นเคยและไม่รู้สึกเกร็งกับกระบวนการเขียน เหมือนคนที่เดินทางมาถึงประเทศแห่งนักเขียนพร้อมหนังสือเดินทางและเอกสารบัตรประจำตัวครบถ้วน การอ่านอย่างสม่ำเสมอจะดึงคุณมายังสถานที่ (หรือจะเรียกว่า ‘มายเซ็ต’) ซึ่งคุณจะเขียนด้วยความกระหาย ไม่รู้สึกตะขิดตะขวง นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณมีความรู้เพิ่มขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ว่าอะไรที่มีคนทำไปแล้วบ้าง อะไรที่ยังใช้ได้ อะไรที่เชย อะไรที่ใหม่ อะไรที่ได้ผล อะไรที่ตายบนหน้าหนังสือ ยิ่งอ่านเท่าไหร่ โอกาสที่คุณจะทำอะไรอับอายขายหน้าด้วยปากกาหรือคอมพิวเตอร์ก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น”
10. ไม่ลืมรักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง และมีความสุข เพื่อจะได้มีแรงเขียนได้เรื่อย ๆ
เขาจะออกกำลังกายวันละหนึ่งชั่วโมงทุกวัน และแน่นอนฟังหนังสือเสียงไปด้วย
11. พรสวรรค์คืออะไรสำหรับเขา
สำหรับเขาพรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งที่เราทำได้ดีโดยไม่ต้องฝึกฝน แต่เป็นสิ่งที่มีความสุขที่ได้ทำ จนทำได้เรื่อย ๆ จนเก่งขึ้นเรื่อย ๆ
“เวลาที่คุณตั้งหน้าตั้งตาทำจนกระทั่งนิ้วเลือดออกซิบ ๆ หรือลูกตาถนนหลุดออกจากเบ้า คุณจะกระตือรือร้นทุกครั้งที่ได้ออกแสดง ต่อให้ไม่มีคนฟัง (หรืออ่าน หรือดู) คุณอยู่ก็ตาม เพราะคุณมีความสุขที่ได้ทำ ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับการอ่านและการเขียนเช่นเดียวกัน การเขียนการอ่านต้องใช้เวลาอย่างหนัก แต่จะไม่หนักสำหรับคุณ ถ้าสนุกกับมันหรือมีความถนัดอยู่แล้ว บางทีคุณอาจจะทำอยู่แล้วด้วยซ้ำ”
12. จงเขียนในสิ่งที่คุณชอบ
“จงเขียนในสิ่งที่คุณชอบ และใช้ชีวิตให้กับมัน ทำให้มันมีเอกลักษณ์ของตัวเองด้วยการเติมความรู้ส่วนตัวของคุณเข้าไป” เขียนในสิ่งที่อยากเขียน โดยไม่มีใครช่วยออกความเห็น หรือคอยขัดในตอนแรก
13. จงเขียนในสิ่งที่รู้
ถ้าไม่รู้แต่อยากเขียนก็ต้องค้นคว้า หาข้อมูล “แต่อย่าไปให้ความสำคัญของข้อมูล แทนที่จะเป็นเรื่องราว จงจำไว้ว่านิยายไม่ใช่รายงานวิชาการ”
14. เขียนถึงฉากหรือการพรรณนาน้อยแต่มากเข้าไว้
"เขียนถึงฉากหรือการพรรณนาถึงอะไรก็แล้วแต่ อย่าเยอะ น้อยแต่มากเข้าไว้เป็นดี
กุญแจของการเขียนพรรณนาได้ดี เริ่มจากการเห็นภาพอย่างชัดเจนและจบลงด้วยการเขียนถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน เป็นการเขียนที่ให้ภาพสดใหม่และใช้ภาษาเรียบง่ายธรรมดา"
15. จงอย่าเล่าตรง ๆ
"กฏสำคัญอีกข้อของนิยายที่ดีคือ จงอย่าเล่า ถ้าคุณสามารถแสดงให้เห็นได้"
16.ซื่อสัตย์ต่องานเขียน
"กุญแจสำคัญของการเขียนบทพูดที่ดีคือ ความซื่อสัตย์ คุณต้องพูดความจริง หากต้องการให้เรื่องของคุณสะท้อนความจริงและมีความเหมือนจริง การสร้างตัวละคร คือ จงให้ความสนใจกับพฤติกรรมของคนรอบตัว แล้วเล่าสิ่งที่คุณเห็นอย่างตรงไปตรงมา"
17. งานเขียนที่เป็นมิตรกับผู้อ่าน
"คุณไม่ควรปล่อยงานเขียนหรือนิยายออกจากห้องทำงานจนกว่าจะมั่นใจว่ามันเป็นมิตรกับผู้อ่านแล้ว"
18. ตอนเขียนนิยายเหมือนเราปลูกต้นไม้ทั้งป่าทีละต้นทีละต้น เราจะมองเห็นแต่มุมเล็ก ๆ ที่เจาะจง ต้องลองออกมามองป่าทั้งป่าบ้าง มองภาพรวมของนิยายบ้าง ว่ามันโอเคหรือไม่
19. เขียนเสร็จแล้ว ควรมีคนสนิทหรือไว้ใจที่จะช่วยอ่าน ตรวจการเขียน และวิจารณ์
เขาจะให้ภรรยาช่วยอ่านคนแรก และจะส่งต้นฉบับให้เพื่อน ๆ หรือคนรู้จักอีกสี่ถึงแปดคนที่เคยอ่านงานของเขาช่วยอ่านอีกที แล้วพักอย่างต่ำหกสัปดาห์ เหมือนพักแป้งก่อนนวด เพื่อให้ลืมความเป็นเจ้าของ ลืมว่ามันดีที่สุดแล้ว และค่อยกลับไปรีไร้ท์งานเขียนตัวเองอีกครั้ง เราก็จะสามารถแก้ไขให้มันดีขึ้นกว่าเดิมได้มากขึ้น
 
20. ไม่มีสูตรลับ สูตรพิเศษสำหรับการเขียนนิยายทั้งสิ้น
ความคิดเห็นหลังอ่านจบ
อ่านแล้วสนุก เจ็บ ๆ แสบ ๆ คัน ๆ มัน ๆ ดีค่ะ ระดับนักเขียนนิยายชื่อดังมาเล่าชีวิตตัวเอง เรื่องธรรมดา ๆ ก็เขียนให้อ่านแล้วได้อารมณ์มาก เหมือนเราดูหนังชีวิตของเขาอยู่เลยค่ะ ส่วน Part เกี่ยวกับวิธีการเขียนหรือมุมมองต่อนักเขียนนิยายของเขา ก็เป็นการแบ่งปันความรู้ที่ครีเอทดี ไม่เหมือนใคร หนังสือมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะมาก อยากรู้ ต้องลองอ่านด้วยตัวเอง ถ้าชอบขีด ๆ เขียน ๆ หรือชอบงานของสตีเวน คิง ไม่ควรพลาดเล่มนี้ค่ะ
ถ้าชอบ อยากอ่านรีวิวเล่มอื่น ๆ อีก อย่าลืมกด like comment share เป็นกำลังใจให้ฌาร์มาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^
#เล่มนี้ฌาร์มาอ่านจบแล้ว #ฌาร์มากับการสลายกองดองของเธอ #เดี๋ยวนี้ใครเขาอ่านหนังสือกัน
#รีวิวหนังสือตามใจฉัน #สายป้ายยาชวนคุณมาอ่านไปด้วยกัน
#OnWriting #เวทมนตร์ฉบับพกพา #สตีเวนคิง #นักเขียน #นักเขียนนิยาย #นิยาย
หนังสือ เวทมนตร์ฉบับพกพา: ชีวิตและเรื่องขีดเขียนของสตีเวน คิง
แปลจากหนังสือ: On Writing: A Memoir of the Craft
ผู้เขียน: Stephen King
ผู้แปล: นรา สุภัคโรจน์
สำนักพิมพ์: Merry-Go-Round Publishing
จำนวนหน้า: 320 หน้า ปกอ่อน
โฆษณา