ชายในภาพนี้คือลุงเนลสันที่ใครหลายคนคงคุ้นหน้าลุงจากคลิปไวรัลชื่อดังเมื่อหลายปีก่อน
ทราบไหมครับว่าชีวิตของคุณลุงที่ดูตลกคนนี้ ผ่านอะไรมาบ้าง ?
ถ้าไม่ทราบผมจะเล่าให้ฟัง
ลุงเนลสันออกจากบ้านมาสู้ชีวิตตั้งแต่วัยรุ่น เพื่อมาทำงานศิลปะที่ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง นอกจากนั้นแกยังทำงานที่ร้านพิซซ่าด้วยเพราะการขายงานศิลปะเพียงอย่างเดียวสร้างรายได้ให้ไม่มากพอที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
หลังจากทำงานศิลปะ วาดนั่น วาดนี่ ไปสักพัก แกก็หันมาเอาดีทางด้านศิลปะแนวคอลลาจ(ตัดแปะ)จนได้รับการยอมรับ ผลงานถูกนำไปแสดงในแกลอรี่และพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง
หลังจากนั้นก็มาเป็นอาจารย์สอนศิลปะ
ต่อมาแกไปดูบรุชลีแสดงศิลปะการต่อสู้แล้วชื่นชอบ แกเลยลองฝึกดูบ้างและเดินสายโชว์ทั่วประเทศ
โชว์ของแกดังจนไมเคิล แจ็คสันจ้างให้ไปโชว์ในงานวันเกิดของเขา
ล่าสุดขณะนี้ในวัย 80 ลุงเนลสันเป็นนักเต้นระบำตามแหล่งสตรีทโชว์ต่างๆ เพราะประทับใจโชว์เต้นรำที่เคยดูเมื่อสองปีก่อน
เวลาแกไปโชว์ แม้สังขารจะร่วงโรย แกก็ยังพลิ้วและมีความสุขในสิ่งที่ทำ
ที่แกมีพลังล้นเหลือในการทำสิ่งที่อยากทำ เพราะสมัยเด็กบ้านแกเป็นคลีนิครักษาสัตว์ เวลาคนแก่อุ้มสัตว์มารักษา แกชอบชวนคุย คนแก่เหล่านั้นมักจะเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง บ้างก็ระบาย บ้างก็ปรับทุกข์
แต่ประโยคที่จะได้ยินซ้ำๆคือ "If only I had..." (ถ้าเพียงแต่ฉัน....)
ลุงเนลสันบอกว่านั่นเป็นประโยคที่น่าเศร้า
การที่เรามารู้คุณค่าของชีวิตในวันที่สังขารไม่อำนวย เป็นอะไรที่น่าเศร้ามาก ดังนั้นลุงแกเลยเลือกที่จะทำอะไรตามความฝันมาตลอด ต่อให้เรื่องนั้นมันจะสุดเหวี่ยงขนาดไหนก็ตาม แกก็จะทำโดยไม่กั้ก ไม่อั้น เพราะไม่อยากมานั่งเสียดายและบ่นกับตัวเองในภายหลังว่า
"If only I had..." (ถ้าเพียงแต่ฉัน....)
    ทำ เป็น รู้ ดี Do you know?
    ลุงเป็นตัวอย่างที่ดีทีเดียวครับ การมารู้ค่าของชีวิตในวันที่สังขารไม่เอื้ออำนวน น่าเสียดายแทนหลายๆคน💓💓 ⭐แวะมากดติดตามครับ⭐