1 ม.ค. เวลา 00:46 • ธุรกิจ
ศัตรูของ Bitcoin คืออะไร? ไม่ใช่ดอลลาร์ ไม่ใช่ทองคำ ไม่ใช่การควบคุม แต่เป็น “รัฐบาลที่ดี”
2
หากคุณกำลังสงสัยว่าราคา Bitcoin แพงไปหรือยัง? อะไรทำให้ Bitcoin มีค่า?
แล้วมันจะเปลี่ยนโลกการเงินได้จริง ๆ หรือเปล่า? ผมบอกได้เลยครับว่าถ้าคุณอ่าน
บทความนี้จบ คุณจะได้รับคำตอบของคำถามมากมายเกี่ยวกับ Bitcoin เหล่านี้แน่
นอน
8
ส่งท้ายปี 2563 กันด้วยสรุปเนื้อหาจากหนึ่งในไลฟ์อันทรงคุณค่าที่สุดในปีนี้ ที่ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่ตั้ม อาจารย์พิริยะ สัมพันธารักษ์ กูรูทางด้าน
คริปโตเคอเรนซี่ Bitcoin จากชมรมโฉลกดอทคอม หรือ CDC
1
สำหรับตัวผมและเพื่อน ๆ หลายคนนั้นจะอยู่ในแวดวงทางด้านทองคำและปัจจัยพื้น
ฐานทางเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่หากพูดถึง Bitcoin ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่ามันดูพื้นฐาน
ค่อนข้างยากและเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นฐานของโลกเก่าไม่ได้เลย จึงมีคำถามมาก
มายที่อยากถามอาจารย์ตั๊มครับ เริ่มต้นกันที่คำถามแรก
4
1. ราคา Bitcoin ขึ้นสูง ทำ All Time High ท่ามกลางภาวะไวรัสโควิดระบาด อะไร
เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคามันขึ้น?
1
อาจารย์ตั๊มอธิบายว่า ขอตอบง่าย ๆ ก่อน ราคาขึ้นก็เพราะว่ามีคนซื้อมากกว่าคน
ขาย แต่ที่สำคัญคือต้องมาวิเคราะห์กันว่า กำลังซื้อมันมาจากไหนกัน?
5
ทางด้านกำลังขาย นั้นตอบง่าย เพราะ Bitcoin นั้นมีคุณสมบัติสำคัญอยู่อย่างนึง คือมีอัตราการผลิตจำกัด ที่กำหนดในโค้ด ตั้งแต่วันแรกที่มันถูกเปิดเผยและไม่มีใคร
แก้ไขได้ โดยทุก ๆ 10 นาทีจะมี Bitcoin ผลิตขึ้นมาใหม่ ในจำนวนที่กำหนดเอาไว้
ไม่สามารถผลิตได้มากกว่านั้น แปลว่าถ้ามีคนต้องการมันมาก ๆ มันก็ไม่สามารถ
ผลิตมาตอบสนองความต้องการนั้นได้ เมื่อ supply ไม่สามารถตอบสนอง demand ได้ มันก็ทำให้ราคาสูงขึ้น
2
ทางด้าน Bitcoin ที่มีเจ้าของอยู่แล้วหรือมีอยู่ในมือคนต่าง ๆ นั้น ผู้ใช้งาน Bitcoin ก็คือคนผลิต Bitcoin และ Bitcoin ที่ผลิตออกมาก็อยู่ในมือคนที่ใช้งาน แปลว่า
คุณจะซื้อ คุณก็ต้องไปซื้อกับคนที่มีอยู่ในมือ ซึ่งก็มีคนยอมขายในราคาที่แตกต่าง
กัน กำลังการขายจึงไม่ได้มากนัก
4
ในส่วนกำลังซื้อหรือ demand นั้นมาจากไหน? คำตอบก็คือ มีคนกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาซื้อ คนที่มาซื้อจะมีเงินดอลลาร์มหาศาล ที่เขาต้องการแลกเปลี่ยนมัน เปลี่ยนเงินที่มี
ไม่จำกัดคือเงินดอลลาร์มันพิมพ์ได้ตลอด ให้กลายเป็นทรัพย์สินที่มีอย่างจำกัด
อย่างเช่น Bitcoin
1
มีทฤษฎีการเปลี่ยนสถานะของสินทรัพย์ที่อธิบายว่า Bitcoin นั้นได้เปลี่ยนสถานะ
ของตัวเองมาเรื่อย ๆ โดยเป้าหมายสุดท้ายของมันคือตั้งใจที่จะเป็นเงินสกุลใหม่
ของโลก
1
เริ่มต้นมันเปลี่ยนสถานะจากเงินของเล่นของสะสมกลายเป็นเงินในตลาดมืด กลาย
เป็นทองคำ Digital ในกลุ่มคนเล็ก ๆ กลายเป็นสินค้าเก็งกำไรในปี 2017 และทุก
ครั้งที่มันเปลี่ยนสถานะนั้น มันจะมาพร้อมกับกลุ่มกำลังซื้อใหม่
1
โดยพี่ตั๊มมองว่าในอนาคต Bitcoin จะกลายเป็น Reserve Asset หรือสินทรัพย์
สำรองขององค์กร รวมทั้งเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้วย ซึ่งถ้ามันกลายเป็น
แบบนั้นจริง ๆ องค์กรทั่วโลกก็จะต้องมี Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง อาจจะเป็น
1% หรือ 10% ก็ได้ แค่เงิน 1% ขององค์กรทั่วโลกรวมกัน ก็สามารถทำให้ราคาของ Bitcoin ขยับอีกระดับหนึ่งได้
6
Step ต่อไปของ Bitcoin อาจขยับไปเทียบคู่กับทองคำ ซึ่งแต่ก่อนทองคำนั้นคือเงิน (Money) แล้วถูกลดฐานะกลายมาเป็นสินทรัพย์สำรอง เมื่อเทียบ Market Cap ของทองคำที่ปัจจุบันอยู่ที่ 10 Trillion USD กับ Bitcoin ที่อยู่ราว ๆ 0.35 Trillion USD ซึ่งหากมันเพิ่มขึ้นเป็นสักครึ่งหนึ่งของทองคำคือ 5 Trillion USD นั้นก็จะทำให้ราคา Bitcoin พุ่งไปอีกมหาศาล
6
เพราะเมื่อเทียบกับปริมาณ Bitcoin ที่มีจำกัดเพียง 21 ล้าน ซึ่งตอนนี้ผลิตมาแล้ว 19 ล้านบิทคอยน์ เหลือแค่อีก 2 ล้านบิทคอยน์เท่านั้นที่ยังไม่ถูกผลิตและจะค่อย ๆ ผลิต
ไปอีก 120 ปีนั้น เมื่อเอาจำนวน Bitcoin มาหารกับ Market Cap จากราคาหลัก
หมื่นจะกลายเป็นหลักแสน
11
2. ทองคำพิสูจน์ตัวเองมา 5000 ปี คนก็ยังเชื่อถือมันอยู่ แล้วทำไมคุณต้องเชื่อ
Bitcoin ที่มันล่องลอยอยู่ในอากาศและอยู่นอกกฎหมายด้วยซ้ำ?
1
พี่ตั๊มตอบว่า ทองคำก็ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายใด ๆ เพราะทองคำมีมาก่อน
กฎหมาย มันเป็นสิ่งมีค่าที่มีมาก่อนที่มนุษยชาติจะผลิตคำว่าประเทศชาติหรือกฎ
หมายเสียอีก คำตอบของคำถามที่ว่าทำไม Bitcoin ถึงมีค่าได้? ก็จะคล้าย ๆ
คำตอบที่อธิบายว่าทำไมทองคำถึงมีค่าได้?
3
ในอดีตทำไมคนเลือกใช้ทองคำเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน? นั่นก็เพราะทองคำ
ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือสังเคราะห์ใหม่ได้ รวมทั้งไม่เสื่อมสลายด้วย
2
แต่ทองคำมีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือ มันไม่ล่องลอยอยู่ในอากาศ เพราะมันทำให้คุณสามารถโดนจี้โดนปล้นได้ หลายประเทศเก็บทองคำเป็น Reserve Asset แล้วทุก ๆ ครั้งที่มีสงคราม ทองคำก็จะโดนปล้น เพราะมันจับต้องได้และไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกนอกประเทศอย่างถูกกฎหมายได้
โจทก์ของ Bitcoin ก็คือ มนุษย์เราจะกลับไปยุคของทองคำได้หรือไม่? คำตอบคือไม่ได้ เพราะทองคำนั้นส่งยากมาก มันโดนยึดได้ ปัจจุบันนี้มันจำเป็นต้องเป็นดิจิตอล
แล้วเราจะทำทองคำให้เป็น Digitalได้อย่างไร?
2
จากการทดลองหลายอย่างในการทำสกุลเงินดิจิตอล แต่ข้อเสียของดิจิตอลคือมัน Copy ได้ มีแต่ Bitcoin ที่สามารถทำได้ใกล้เคียงทองคำ โดยผ่านเทคโนโลยี
บล็อกเชน
ทำให้ส่งข้อมูลแล้วส่งจริง หายไปจริง ๆ Copy ไม่ได้ ทุก Bitcoin ไม่สามารถปลอม
แปลงได้ ทุกธุรกรรมจะมีการตรวจสอบว่าคุณไม่ได้ปลอมแปลงหรือขโมย Bitcoin
ใครมา จากการตรวจสอบจากผู้ใช้งานทุกคน เป็นระบบที่ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นการป้องกันไม่ให้มีการปลอมแปลงหรือเสกบิทคอยน์ขึ้นมาได้
1
3. คนรุ่นเก่าจะเชื่อในเรื่องของตัวกลางในการควบคุมและการบังคับใช้กฎหมาย
แต่คนรุ่นใหม่เชื่อในโค้ด สองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร?
5
พี่ตั๊มอธิบายว่ากฎหมายจะมีผู้ควบคุม คุณลองมองย้อนกลับไปว่ารัฐบาลมีไว้ทำไม? แต่ก่อนคนสองคนจะแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ไม่ได้มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันจึงต้องมีตัว
กลางเป็นตัวกำหนดให้คนสองคนทำตามสัญญาที่คุยกันไว้ผ่านกฎหมาย นั่นคือหน้าที่ของรัฐบาลในอดีต
แต่ Bitcoin ไม่ใช่แค่เงิน มันคือการสร้างโครงข่ายเชื่อถือแบบใหม่ขึ้นมาโดยไม่
ต้องอาศัยตัวกลางหรือบุคคลที่ 3 เลย ยกตัวอย่างเช่น คุณทำสัญญาใน Bitcoin
จะกู้ยืมเงินกัน จำนวนเท่านั้น วันที่เท่านี้ แล้วประกาศให้ทุกคนในระบบรับรู้ ถ้าจะ
แก้ไขก็ต้องไปแก้ไขความทรงจำในระบบของทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก
4
4. ถ้ามีเงินสกุลอื่นรวมทั้ง Bitcoin เข้ามา มองว่าเป็นปรปักษ์ กับรัฐบาลและค่าเงิน
ภายในประเทศหรือไม่ ?
3
เป็นปรปักษ์แน่นอน เพราะหากมีคนใช้ Bitcoin เยอะมันจะลดทอนอำนาจรัฐลงไป
ซึ่งรัฐเป็นคนควบคุมนโยบายทางการเงิน ควบคุมเศรษฐกิจ ค่อนข้างเป็นอำนาจที่
ใหญ่มาก ในทางตรงกันข้าม Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีความเชื่อว่า ไม่ควรมี
ใครในโลกที่มีอำนาจนี้ ไม่ควรมีใครต้องควบคุมเศรษฐกิจ
4
เพราะเศรษฐกิจมันควบคุมไม่ได้ ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไกของมันเอง
โลกที่กลไกตลาดทำงานได้และอยู่เหนือการควบคุมของรัฐคืออะไร? คือโลกในยุค
สมัยที่มีมาตรฐานทองคำ ที่คุณสามารถใช้ทองคำเป็นเงินกันทั่วโลก ซึ่งในอดีตรัฐไม่สามารถพิมพ์ทองคำขึ้นมาใหม่ได้
2
แต่พอมีสงครามก็อยากจะใช้เงินปริมาณมาก จึงยกเลิกมาตรฐานทองคำชั่วคราว
แล้วเมื่อสงครามจบลง ผู้ชนะก็จะยึดทองคำของคนที่แพ้มา แล้วกลับไปใช้มาตรฐานทองคำอย่างเดิม พอทำบ่อย ๆ เข้ายกเลิกมาตรฐานทองคำไปเลย
2
ทว่าสุดท้ายแล้วกลไกตลาดมันก็ยังคงทำงานตลอดเวลา คุณยับยั้งมันไม่ได้ การเข้าไปแทรกแซงมันทำให้สิ่งต่าง ๆ ผิดเพี้ยนไปเสมอ
1
ในกลุ่มของคนที่เชื่อมั่นในบิทคอยน์ การที่ดึงเอาอำนาจนี้ออกจากรัฐจะทำให้มนุษยชาติพัฒนาได้รวดเร็วขึ้นในเชิงของตลาดและเศรษฐกิจ
ถ้าคุณบอกว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของมนุษย์คือเวลา ฉะนั้นทรัพยากรที่มีค่าของ
สังคมคือ วิธีการนำเวลาของมนุษย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด
8
สังคมที่เงินผลิตได้ยาก คนจะเอาเวลาไปสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อนำมาแลกเงิน แต่ถ้าเป็นสังคมที่ผลิตเงินได้ง่าย คนก็จะไม่เสียเวลาไปผลิตอะไรที่มี
ประโยชน์ แต่จะหันไปผลิตเงินแทน
9
วิธีการผลิตเงินง่าย ๆ คือไปทำโปรเจคของรัฐ แล้วตั้งราคาแพงๆ อย่างเช่น ทำถนน 1 ล้าน ก็ตั้งราคา 100 ล้าน เดี๋ยวรัฐบาลก็พิมพ์เงินมาจ่ายได้ นี่คือวิธีการผลิตเงิน
พอเป็นแบบนี้คนจะไม่สร้างคุณค่าให้กับสังคมแล้ว หันไปสร้างเงินกันแทน ทำให้
สังคมเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ
5
5. แล้วถ้าเอา Bitcoin มาใช้งานจริง ๆ อย่างเสรี โดยไม่มีรัฐบาลเป็นตัวกลางใน
การควบคุม ก็อาจทำให้คนรวยยิ่งรวยขึ้นไปอีก มันจะก่อนให้เกิดปัญหาความ
เหลื่อมล้ำตามมาหรือไม่?
2
อาจารย์ตั๊มตอบว่า Wealth Gaps เกิดขึ้นแน่นอน เพราะ Wealth Gaps เป็นธรรม
ชาติของมนุษยชาติ คนที่มีข้อมูลมากกว่าก็จะสร้างความมั่งคั่งได้มากกว่า
สิ่งที่สำคัญคือ Wealth Gaps นั้นเกิดจากอะไร? ถ้า Wealth Gaps เกิดจากความ
สามารถที่ต่างกัน ความรู้ที่ต่างกัน มันเป็น Wealth Gaps ที่ยุติธรรม การที่คุณลงทุนเพื่อได้ความรู้มา คุณก็มีโอกาสที่จะสร้างผลประโยชน์ให้ตัวเองได้มากกว่า เพราะฉะนั้นมันก็เป็นการให้รางวัลตัวเองสำหรับการลงทุนในสิ่งที่ถูกต้อง
4
แต่ปัญหาคือในปัจจุบันคือ Wealth Gaps ไม่ได้เกิดจากความสามารถและความรู้ที่ต่างกันเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากอำนาจในการควบคุมการผลิตเงินด้วย มีคนบางกลุ่มสามารถสร้างหนี้เท่าไหร่ก็ได้ โดยที่ประชาชนทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีเงินไหลมาในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เงินเฟ้อขึ้น ข้าวของแพงขึ้น
เงินที่ถูกพิมพ์มาใหม่ไม่ได้กระจายไปยังประชาชนในสัดส่วนที่เท่ากัน มันผลิตมาเพื่ออุ้มธนาคารที่กำลังจะล้มหรือการสร้างรัฐสภา เป็นต้น คือมันใช้เฉพาะคนบางกลุ่ม
และคนกลุ่มนี้ก็จะเข้าถึงแหล่งเงินใหม่ได้ก่อน
8
ทำให้มีสิทธิพิเศษ ในการมีเงินเพิ่มขึ้นแต่ราคาข้าวของยังเท่าเดิม เขาจึงมีกำลังซื้อ
มากกว่า ส่วนคนที่อยู่ห่างไกลแหล่งผลิตเงินก็ต้องใช้จ่ายมากขึ้น ก่อนที่เขาจะได้เงินมากขึ้น เมื่อเขาได้เงินมากขึ้นก็ไม่ได้ทำให้เขารวยขึ้นเพราะราคาสินค้าก็สูงขึ้นเช่น
กัน
1
นี่จึงเป็นการสร้าง Wealth Gaps ที่ไม่ยุติธรรม เป็น Wealth Gaps ที่เอากฎหมาย
และอำนาจรัฐเข้ามาสร้างทางอ้อม แม้จะด้วยเจตนารมณ์ที่ดี แต่เมื่อความหวังดีไม่ได้มองภาพรวมก็ทำให้เกิดผลกระทบขึ้นในภาพรวมได้
2
6. การมีหน่วยงานของรัฐแต่ละประเทศเพ่งเล็ง จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มเครือข่าย
Bitcoin หรือไม่?
1
พี่ตั๊มมองว่าการห้ามของรัฐบาล เปรียบเสมือนกับการสร้างกำแพง ถ้ามีคนมุ่งมั่นที่
จะข้ามกำแพงก็ข้ามได้ รัฐบาลจะห้ามได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น คือสามารถห้ามคนที่
ไม่จำเป็นต้องใช้มันได้ แต่ถ้ามีคนจำเป็นต้องใช้มันก็ห้ามไม่ได้
Bitcoin กับรัฐบาลไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน แต่รัฐบาลควรจะหาโอกาสจากมันมากกว่า เพราะมันจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากกว่า
2
สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือควรแก้กฎหมาย Bitcoin จากคำว่า “สินทรัพย์ดิจิตอล” ไปเป็น “เงินดิจิตอล” เพราะถ้าใช้คำว่าสินทรัพย์ มันจะใช้จ่ายเป็นเงินไม่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคำว่าเงิน มันจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล แล้วค่อยไปเก็บภาษีจากกำไรหรือภาษีมูลค่าเพิ่มเอาที่หลังก็ได้ ระบบภาษีไม่ได้หายไปไหน
2
หลายคนถามว่า ศัตรู Bitcoin คืออะไร? คำตอบก็คือ รัฐบาลที่ดี !!!
ถ้ารัฐบาลมีระบบการเงินที่ดี ไม่พิมพ์เงินเพิ่ม ไม่มีการคอรัปชั่น ดอกเบี้ยสูง แล้วคน
จะใช้ Bitcoin ไปเพื่ออะไร คนก็เลิกใช้ระบบที่ไม่มีตัวกลางในการควบคุม
10
สิ่งที่คุณต้องเข้าใจคือ Bitcoin ไม่มีตัวตนให้ไปโจมตี คุณโจมตีคนเล่นได้
แต่ตัวระบบมันไม่หายไปไหน เมื่อมีความต้องการมันก็งอกมาใหม่ กีดกันยังไงก็ไม่
สำเร็จ สิ่งที่สำคัญคือคุณจะตัดสินใจยังไงให้ประเทศชาติได้ผลประโยชน์สูงที่สุด
1
7. หลายคนพูดว่าการขุด Bitcoin นั้น กินไฟมหาศาล สิ้นเปลืองทรัพยากรประเทศ
ใครจะยอมให้มันเกิดขึ้น?
1
พี่ตั๊มบอกว่าคำว่า “ยอม” หมายความว่ามีคนที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะยอมหรือไม่
ยอม แต่ถ้าไม่มีอำนาจก็จะไม่มีคำว่า “ยอม”
1
ถ้าคนคิดว่าไฟของเขาเอามาขุด Bitcoin ดีกว่า แล้วคุณจะไปห้ามอะไรเขา? มันคือ
กระบวนการตลาดเสรี คนที่จ่ายค่าไฟเขาเห็นว่ามันคุ้ม แต่ถ้าวันไหนเขาไม่คุ้มเขาก็
เลิกทำ แค่นั้นเอง
คำถามต่อมาคือพวกเขาเอาไฟฟ้าพวกนี้ไปทำอะไร? แล้วมูลค่าที่ได้จากมันคืออะไร ถ้าตอบง่าย ๆ ก็จะตอบว่าได้ Bitcoin แต่จริง ๆ แล้วคุณไม่ได้แค่ Bitcoin เพราะนั้น Bitcoin เป็นเพียงรางวัลของคนที่เอาค่าไฟเข้ามาเสี่ยง
3
ฉะนั้นค่าไฟที่คุณจ่ายไปนั้น มันถูกจ่ายให้กับระบบทั้งระบบที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัว
กลางเข้ามา แพงหน่อยแต่ก็คุ้ม เมื่อเทียบกับการไม่ต้องมีตัวกลางได้ มันก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก
2
8. แล้วราคาตอนนี้มันแพงไปหรือไม่? มันจะมาปฏิวัติโลกได้จริงหรือ? คนใช้งานยังมีจำนวนน้อย ราคามันจะไปได้สักแค่ไหน แล้วจะมีพื้นฐานอะไรมารองรับ?
3
พี่ตั๊มบอกว่าถ้าตอบแบบกวน ๆ ก็ “ราคาจะไปถึงไหน ก็ถึงตรงนั้น” หรือมีคนเคยพูดไว้ว่า 1 Bitcoin ก็ราคาเท่ากับ 1 Bitcoin เปรียบเสมือนว่า ถ้าคุณมี 1 Bitcoin ก็เท่ากับว่า คุณมี 1 ใน 21 ล้าน Bitcoin ในเครือข่ายของคนใช้ Bitcoin ส่วนตัวพี่ตั๊มมองว่า ตอนนี้มันเพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนำการมาประยุกต์ใช้ เพราะคนทั่วไปยังไม่รู้จัก
มันด้วยซ้ำ
2
9. มีโอกาส ที่ Bitcoin กับรัฐบาล จะสร้างผลผลิตร่วมกันได้หรือไม่?
พี่ตั๊มอธิบายให้เห็นภาพว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นการสลับข้างของอำนาจเท่านั้นเอง
ในยุคที่เงินเสรีคนก็จะบอกว่ามันยุ่งยากก็หาตัวกลางเข้ามาควบคุม ทำให้เงินมันใช้ง่าย พอควบคุมมาก ๆ ประชาชนก็เหมือนจะโดนปล้นตลอดเวลา คนก็ต้องการการ
เงินระบบเสรีแล้วมันก็จะสลับกันไปมาตามกาลเวลาและตามความต้องการของคน
ในช่วงเวลานั้น
3
ซึ่งจุดที่มองว่าเป็นจุดสุกงอมคือตอนที่การควบคุม Money Supply ของโลกมันรุน
แรงมาก จนทุกคนเห็น ทุกคนรู้ คือพิมพ์เงินไปเรื่อย ๆ คนรวยอยู่ไม่กี่กลุ่ม และมันไม่ใช่การรวยด้วยความสามารถ แต่เป็นการรวยขึ้นด้วยการควบคุมกฎหมาย จึงทำให้คนรู้สึกไม่ยุติธรรม
4
ต้องยอมรับก่อนว่า Bitcoin มันเหมือนปรากฏการณ์ธรรมชาติ คุณไม่ควรเถียงกับ
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่ควรจะหาประโยชน์จากมันมากกว่า เราลองมาคิดใหม่
กันว่า แทนที่จะป้องกันไม่ให้คนเข้าถึงมันอย่างไร เป็นประเทศชาติจะได้ประโยชน์
อะไรเมื่อมีมันอยู่
4
10. สุดท้ายแล้วอยากฝากอะไรกับเพื่อน ๆ ที่อ่านอยู่บ้าง?
พี่ตั๊มบอกว่าความรู้เรื่องระบบการเงินสำคัญ เพราะคุณสามารถโยนชีวิตทั้งชีวิตทิ้ง
ได้เลย จากการหาเงินผิดที่ โลกปัจจุบันถูกออกแบบมาให้คนวุ่น ทำงานไปเรื่อย ๆ
โดยไม่ต้องคิดอะไร แต่เงินที่คุณเก็บนั้นด้อยค่าลงทุกวัน
2
พี่ตั๊มจึงแนะนำให้เลือกลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ได้ที่รักษามูลค่าได้ข้ามผ่านกาลเวลาได้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ ที่ดิน Bitcoin ได้หมด
1
ตอนนี้คุณอาจจะไม่อินกับ Bitcoin แต่คุณมีทองคำหรือยัง ที่ดินมีหรือยัง หรือมีสิน
ทรัพย์ที่มูลค่าไม่เสื่อมค่าผ่านกาลเวลาหรือยัง คุณทำงานมาเหนื่อยมากแล้วเพื่อแลกกับเงินที่เน่าได้ ทุกอย่างมันแพงขึ้นไปหมด คุณก็ไม่มีวันมีเงินเก็บสักที
6
สิ่งแรกที่แนะนำในการลงทุนคือ “เก็บเงินให้เป็นก่อน” บางคนข้ามขั้นไป เงินเก็บยังไม่มีจะเอาบัตรเครดิตไปรูดเปิดบัญชีเทรดหุ้น
3
พอคุณเริ่มเก็บเงินคุณก็ต้องหาที่เก็บ เก็นในธนาคารแล้วเงินมันเสื่อม ลองเก็บเงินในกองทุนก่อนไหม ทองคำก่อนไหม แล้วคุณจะค่อย ๆ เรียนรู้เรื่องการเงินมากขึ้น แล้ว Bitcoin ก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุน
1
สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้วิจารณญาณในการลงทุน เริ่มต้นลงทุนในสิ่งที่คุณเชื่อก่อน
พอคุณมีความรู้มากขึ้นก็เริ่มกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลาย ๆ ตัว เพื่อลด
ความเสี่ยงของคุณ แล้วคุณก็จะค้นพบว่าความรู้ทางการเงินสามารถปกป้องความ
มั่งคั่งของคุณได้มากแค่ไหน
2
และสุดท้ายนี้ก็ขอสวัสดีปีใหม่เพื่อน ๆ ทุกคน ขอให้มีความสุขกับการลงทุนครับ
.
แอดปลา
2
พุทธวจน
อธิบายได้ดีมาดค่ะ👍