4 ม.ค. 2021 เวลา 08:26 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
หลังจากผ่านมาเพียง 15 วันนับตั้งแต่ประเทศอิสราเอลเริ่มฉีดวัคซีน COVID-19 ให้กับประชาชนเข็มแรก ตอนนี้ก็ได้ฉีดให้ประชาชนไปแล้วกว่า 1 ล้านคน …นำโด่งชาติอื่นๆแบบไม่เห็นฝุ่น
ที่ทำยอดได้เทพขนาดนี้ เพราะอิสราเอลฉีดวัคซีนให้ประชาชน 150,000 คนต่อวัน ทำให้ยอดรวมคิดเป็นประมาณ 11.55% ของประชากรทั้งประเทศ หรือพูดง่ายๆคือ ในคน 100 คน มี 12 คนที่ได้ฉีดวัคซีนแล้ว โดย priority คือการฉีดให้ลุงๆป้าๆที่อายุมากกว่า 60, บุคลากรทางการแพทย์ และบุคคลที่สุขภาพสุ่มเสี่ยงก่อน
แล้ว 12.59% นี่มันสูงขนาดไหน?? โคตรสูงครับ…เพราะประเทศอื่นๆที่เริ่มฉีดกันแล้วยังได้แค่ไม่ถึง 1% ไปจนถึง 4% เท่านั้น อาทิเช่น Bahrain 3.57%, UK 1.39%, US 1.28%, China 0.31% (รู้หมื่อไหร่: ประเทศหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมียอดฉีดวัคซีนเป็น 0%…ครับ…0 ถ้วน)
โดยวัคซีนที่นำมาฉีดในช่วงแรกนี้เป็นของ Pfizer แต่อิสราเอลก็ไม่ “Put all eggs in one basket” ครับ ไม่ใส่ไข่ทั้งหมดในตระกร้าเดียว…เพราะเค้ากระจายความเสี่ยงด้วยการ “สั่งแม่มทุกจ้าว” โดยสั่งวัคซีนจาก Moderna และ AstraZeneca ด้วย เพราะจริงๆแล้วใครจะไปรู้ว่าของบริษัทไหนดีสุด? แถมส่งไวส่งช้าไม่เท่ากันอีก สั่งวัคซีนจากบริษัทเดียวเค้าไม่ทำกันหรอก
แต่…จะฉีดก่อน เท่ก่อน มันก็ต้องแลกครับ เพราะวัคซีนของ Pfizer ที่อิสราเอลได้มานั้นราคาแพงกว่าที่ชาวโลกจ่ายกันเกือบ 2 เท่า เพราะขณะที่ชาวบ้านเค้าซื้อที่ราคาเข็มละ $19.50…อิสราเอลยอมควักตังที่ราคาเข็มละ $28 สาเหตุก็เพราะว่าตัวเองมาช้า ประเทศอื่นเค้าดีลกับ Pfizer กันไปตั้งแต่ก่อนผลทดลองวัคซีน Phase 3 ประกาศ แต่อิสราเอลมัวรอให้ผลการทดลองออกมาก่อนแล้วค่อยเข้าไปดีล ก็เลยต้องจ่ายราคา Premium กันเล็กน้อย แต่ก็นะ…ประเทศเค้ารวยพอที่จะจ่ายอะครับ…ทำไงได้
.
.
อ่านมาถึงตรงนี้...ถูกใจอย่าลืมกด Like Page กด Share ให้กำลังใจ TechToast กันได้นะครับ 🙂
#Science #COVID19
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ - https://techtoast.tech/
โฆษณา