1. ดริปเปอร์ (Dripper )
* มีทั้งแบบ พลาสติก เซรามิค และสแตนเลส ดริปเปอร์สแตนเลสบางตัวจะเป็นตัวกรองมาให้ด้วยไม่ต้องใช้กระดาษกรองในการดริป โดยส่วนตัวจากที่แอดมินลองมาทั้งหมดชอบแบบเซรามิคมากที่สุดครับ
* ประเภท ของดริปเปอร์แบ่งได้เป็น 4 แบบหลักๆ คือ
1. ดริปเปอร์ทรงกรวย
2. ดริปเปอร์ทรงกรวยตัด
3. ดริปเปอร์ทรงถ้วย
4. ดริปเปอร์ทรง Origami
ซึ่งในแต่ละแบบจะใช้กระดาษกรองที่แตกต่างกันไป
* ดริปเปอร์แต่ละวัสดุมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
-ทรงกระบอกให้กาแฟที่รู้สึกใส กว่าตัวอื่น -ทรงคางหมูให้รสชาติกาแฟที่หนักแน่น เข้มมากที่สุด
-ทรงกรวยให้รสชาติที่อยู่ระหว่างกลางของทรงกระบอกและคางหมู
2. โถรองดริป (server)
* ทำจากวัสดุแก้ว เพื่อรองรับ น้ำกาแฟที่จะตกลงมาจากการดริป และเป็นทรงรูปเหยือกเพื่อที่เมื่อดริปเสร็จแล้วจะสามารถเทใส่แก้วได้อย่างสะดวก
3. กาดริป (Drip kettle)
* วัสดุที่นำมาทำกาดริป มี สแตนเลส และเทปล่อนเป็นส่วนใหญ่
* กาดริป มีเพียงบางประเภทเท่านั้นที่สามารถใช้กับเตาแม่เหล็กไฟฟ้าได้
* ขนาดของรูปากน้ำมีผลต่อการดริป
4. เครื่องบดเมล็ดกาแฟ (coffee grinder)
* แบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ ใบมีดเหล็ก ฟันบดเหล็ก และฟันบดเซรามิค
5. เครื่องชั่งกาแฟ (Digital scale)
* ต้องเป็นสเกลย่อยหลัก 1 g ลงไป เนื่องจากการทำกาแฟดริปใช้สเกล เป็นกรัม ไม่ใช่หลักกิโลกรัม
* ถ้าในเครื่องชั่งสามารจับเวลาได้ด้วยยิ่งดี เพราะบางตัวจะมีระบบ เมื่อมีการชั่งเวลาจะวิ่งเองสะดวกมากๆ
* ทำไมถึงต้องใช้เครื่องชั่งดิจิตอลในการทำกาแฟ?
เนื่องจากมีความเที่ยงตรงแม่นยำ และสะดวกต่อการ Tare น้ำหนักภาชนะ
6. กระดาษกรอง (Paper filter)
* มีทั้งหมด 3 ประเภท
* 1. แบบทรงกรวย ใช้กับดริปเปอร์ทรงกรวย
* 2. แบบทรงก้นตัด ใช้กับดริปเปอร์ทรงกรวยตัด
* 3.แบบตระกร้า หรือ แบบถ้วย ใช้กับดริปเปอร์ทรงถ้วยหรือทรง origami
7. ฐานรองดริป (Drip stand)
* เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มการนำเสนอให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น อันนี้ไม่มีผลต่อรสชาติขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลครับ