7 ม.ค. 2021 เวลา 19:37 • อาหาร
ว่าด้วยเรื่องของเครื่องชงกาแฟนั้นมีกี่ประเภท?
ภาพจาก Google
หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่า เครื่องชงกาแฟมีกี่ประเภทกันแน่นะ ทาง Coffee Addict เลยไปหาคำตอบมาให้ครับ ซึ่งโดยหลักๆแล้วเครื่องชงกาแฟถูกแบ่งออกเป็น 7 ประเภทใหญ่ๆได้ ดังนี้ครับ
ประเภทแรกก็คือเครื่องชงกาแฟแบบหยดหรือแบบดริป (Drip Coffee Maker) เครื่องชงกาแฟแบบเป็นกาหยดหรือแบบนีโอโพลิแทน ดริป พอต(Neopolitan Drip Pot), เครื่องชงกาแฟแบบฝรั่งเศสหรือเฟรนซ์เพรส (French Press), เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ (Espresso), เครื่องชงกาแฟแบบมอคคาพอต (Mocca pot), เครื่องชงกาแฟแบบเพอร์โคเลเตอร์ (Percolator), เครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศ (Vacuum)
โดยวันนี้เราจะพูดถึงประเภทแรกก่อนก็คือ เครื่องชงกาแฟแบบดริป หลายท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า ดริป (Drip)  , กาแฟดริป แต่จริงๆ แล้วชื่อของวิธีการชงกาแฟดริป นั่นคือ วิธีการชงแบบ pour-over หรือ filter brewers นั่นเอง ซึ่งวิธีการชงกาแฟแบบ pour-over นั้นไม่ได้มีการใช้เครื่องชงหรืออุปกรณ์ที่ตายตัว ขอเป็นแค่เพียงใช้น้ำผ่านผงกาแฟและตัวกรอง(กระดาษกรอง ผ้ากรองหรือ ตะแกรงเหล็ก) เพียงเท่านั้นส่วนอุปกรณ์ เราตามไปดูกันเลยครับ
 
อุปกรณ์ที่ใช้ในการชงกาแฟดริป หรือ pour-over
ภาพจาก Koffee Mart
1. ดริปเปอร์ (Dripper )
* มีทั้งแบบ พลาสติก เซรามิค และสแตนเลส ดริปเปอร์สแตนเลสบางตัวจะเป็นตัวกรองมาให้ด้วยไม่ต้องใช้กระดาษกรองในการดริป โดยส่วนตัวจากที่แอดมินลองมาทั้งหมดชอบแบบเซรามิคมากที่สุดครับ
* ประเภท ของดริปเปอร์แบ่งได้เป็น 4 แบบหลักๆ คือ
1. ดริปเปอร์ทรงกรวย
2. ดริปเปอร์ทรงกรวยตัด
3. ดริปเปอร์ทรงถ้วย
4. ดริปเปอร์ทรง Origami
ซึ่งในแต่ละแบบจะใช้กระดาษกรองที่แตกต่างกันไป
* ดริปเปอร์แต่ละวัสดุมีข้อดีข้อเสียอย่างไร     
*   อ้างอิงจากการทดสอบของ https://beanshere.com/posts/how-to-choose-a-dripper-flow-rate/
-ทรงกระบอกให้กาแฟที่รู้สึกใส กว่าตัวอื่น -ทรงคางหมูให้รสชาติกาแฟที่หนักแน่น เข้มมากที่สุด
-ทรงกรวยให้รสชาติที่อยู่ระหว่างกลางของทรงกระบอกและคางหมู
2. โถรองดริป (server)
* ทำจากวัสดุแก้ว เพื่อรองรับ น้ำกาแฟที่จะตกลงมาจากการดริป และเป็นทรงรูปเหยือกเพื่อที่เมื่อดริปเสร็จแล้วจะสามารถเทใส่แก้วได้อย่างสะดวก 
3. กาดริป (Drip kettle)
* วัสดุที่นำมาทำกาดริป มี สแตนเลส และเทปล่อนเป็นส่วนใหญ่ 
* กาดริป มีเพียงบางประเภทเท่านั้นที่สามารถใช้กับเตาแม่เหล็กไฟฟ้าได้
* ขนาดของรูปากน้ำมีผลต่อการดริป 
4. เครื่องบดเมล็ดกาแฟ (coffee grinder)
* แบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ ใบมีดเหล็ก ฟันบดเหล็ก และฟันบดเซรามิค 
 5. เครื่องชั่งกาแฟ (Digital scale)
* ต้องเป็นสเกลย่อยหลัก 1 g ลงไป เนื่องจากการทำกาแฟดริปใช้สเกล เป็นกรัม ไม่ใช่หลักกิโลกรัม 
* ถ้าในเครื่องชั่งสามารจับเวลาได้ด้วยยิ่งดี เพราะบางตัวจะมีระบบ เมื่อมีการชั่งเวลาจะวิ่งเองสะดวกมากๆ
* ทำไมถึงต้องใช้เครื่องชั่งดิจิตอลในการทำกาแฟ?
เนื่องจากมีความเที่ยงตรงแม่นยำ และสะดวกต่อการ Tare น้ำหนักภาชนะ
6. กระดาษกรอง (Paper filter)
* มีทั้งหมด 3 ประเภท
* 1. แบบทรงกรวย ใช้กับดริปเปอร์ทรงกรวย
* 2. แบบทรงก้นตัด ใช้กับดริปเปอร์ทรงกรวยตัด
* 3.แบบตระกร้า หรือ แบบถ้วย ใช้กับดริปเปอร์ทรงถ้วยหรือทรง origami
7. ฐานรองดริป (Drip stand)
* เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มการนำเสนอให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น อันนี้ไม่มีผลต่อรสชาติขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลครับ
ขั้นตอนการทำกาแฟดริป
1. วางอุปกรณ์ดังภาพ เรียงตามลำดับ เครื่องชั่ง > โถรองดริป > ดริปเปอร์ > กระดาษกรอง(กางออก)
 [ สูตรอัตราส่วนกาแฟต่อน้ำ 1 : 15 กรัม หรือ 1: 16 กรัม ]     
 
ดื่มกาแฟ ใช้ผงกาแฟ (กรัม) ใช้น้ำ (กรัม/ ml)
1 cup 10 150-200
2 cup 20 300-350
3 cup 30 450-500
 
2. ต้มน้ำ ให้ได้อุณหภูมิ 92 - 95 องศาเซลเซียส
3. ทำให้กระดาษกรองติดกับดริปเปอร์โดยการ เทน้ำใส่กระดาษกรองให้ชุ่มรอบๆ แล้ว นำน้ำจากโถรองดริป ไปเททิ้ง
4. บดเมล็ดกาแฟ 30 กรัม ระดับการบดน้ำตาลทราย (ในที่นี้ต้องการทำกาแฟ 3 cup)
5. นำเมล็ดกาแฟที่บดใส่ลงไปที่ดริปเปอร์ที่มีกระดาษกรอง 
6. ตั้งค่าเครื่องชั่งให้น้ำหนักเป็น 0 กรัม เพื่อจะทำการชั่งน้ำหนักของน้ำระหว่างการเทต่อไป
7. เทน้ำร้อนลงบนกาแฟ ให้น้ำหนักขึ้น 60 กรัม แล้วหยุดเททันที และ รอ 30 วินาที เพื่อให้ผงกาแฟเริ่มปล่อยแก๊ส co2 (ทุกครั้งที่เทพยายามเทให้โดนทั่วๆผงกาแฟ โดยการลากจากตรงกลางหมุนเป็นวงกลมแบบก้นหอย)
8. เมื่อครบ 30 วินาที ให้เทดริปแบบเดิมลงไป จนน้ำหนักขึ้นเป็น 210 กรัม แล้วรอ 30 วินาที
9. เมื่อครบ 30 วินาที ให้เทดริปแบบเดิมลงไป จนน้ำหนักขึ้นเป็น 360 กรัม แล้วรอ 30 วินาที
10. เมื่อครบ 30 วินาที ให้เทดริปแบบเดิมลงไป จนน้ำหนักขึ้นเป็น 500 กรัม แล้วรอให้นำไหลจนหมด 
11. นำดริปเปอร์ไปทำความสะอาด และนำกระดาษกรองไปทิ้ง
12. นำโถรองดริป (server) เทใส่แก้วพร้อมดื่ม
***ควรระวัง ต้องเทน้ำให้ทั่วๆ กาแฟถึงจะเกิดการสกัดอย่างสม่ำเสมอ
***การดริปกาแฟไม่มีสูตรตายตัวขึ้นอยู่กับความชอบและเทคนิคของแต่ละบุคค
*****โปรดติดตามตอนต่อไปยังมีเครื่องชงอีก 6 ประเภทรอเราอยู่ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลที่ทาง Coffee Addict นำมาเสนอ ถ้าชอบ ก็กด Like กด Share กดติดตาม เพื่อจะไม่พลาดข่าวสารดีๆและเป็นกำลังใจให้เพจทำคอนเท้นท์ดีๆต่อไปครับ
เรียบเรียงโดย : Coffee Addict
โฆษณา