8 ม.ค. เวลา 03:36 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลยต้องสวัสดีปีใหม่ 2021 กันอีกรอบนะครับ หวังว่าเริ่มปีนี้มาทุกคนจะเจอแต่เรื่องดีๆกันในทุกๆวัน
โพสต์นี้ยาวหน่อยนะครับ แต่อยากให้อ่านมั้กๆ
วันนี้เช่นเคยครับ ผมมีบทความมาฝาก เป็นบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์และซีรี่ส์10 เรื่องที่ผมประทับใจในปี 2020 มาลองดูกันครับ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
10. The Invisible Man (ผู้กำกับ Leigh Whannell)
ความรู้สึกตื่นเต้นและเอาใจช่วยนางเอก (Elisabeth Moss) ให้รอดพ้นจากไอ้โรคจิตมนุษย์ล่องหนแฟนเก่าของเธอ ยังคงตราตรึงครับ การแสดงความกลัวต่อสื่งที่มองไม่เห็นของเธอ คือที่สุดแล้วครับ มันดูหวาดกลัว ดูวิตกกังวล อึดอัด ไม่ปลอดภัยแบบสุดๆ นอกจากนี้หนังยังมีตอนจบที่เราคาดไม่ถึงว่าเธอจะทำแบบนั้น......ชอบมากครับ Bravo!
9. The Trial of the Chicago 7 (ผู้กำกับ Aaron Sorkin)
นี่คือหนังเกี่ยวกับการเมืองที่เข้าฉายในช่วง เหตุการณ์ปะทะของกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รัฐในบ้านเราที่กำลังทวีความรุนแรง ณ ขณะนั้นครับ ทำให้อินกับหนังเข้าไปอีก หนังว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มคน 7 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์การปะทะกันของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนกลุ่มที่ต่อต้านการทำสงครามกับเวียดนาม (ปี 1968) ทำให้พวกเขาต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การได้นั่งดูคนสองฝั่งเฉือดเฉือนกันด้วยสำนวนทางกฎหมาย ก็เป็นอะไรที่สนุกมากและไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดครับ และก็ทำให้เห็นว่า ในบางกรณี กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถมอบความยุติธรรมให้กับฝ่ายที่ถูกต้องได้ แต่เวลาจะบอกความจริงเสมอครับ อีกอย่าง การได้เห็น Sacha Baron Cohen มาเล่นบทบาทอื่นบ้างก็เป็นเรื่องที่ผมชอบมาก ถึงแม้เราจะแอบคิดถึง ท่านผู้นำ (The Dictator) หรือ Borat อยู่บ้าง
8. The Devil All the Time (ผู้กำกับ Antonio Campos)
คนเราจะศรัทธาต่อพระเจ้าได้แค่ไหน? พระเจ้ามีจริงหรือไม่? พระเจ้าต้องการสิ่งตอบแทนหรือไม่? คนทำดีจะได้รับสิ่งดีๆตอบแทนเสมอหรือเปล่า? คนที่ภายนอกดูดีข้างในเป็นคนดีหรือไม่? การเลี้ยงดูส่งผลต่อการเติบโตมากน้อยแค่ไหน? หนังเรื่องนี้ตอบคำถามที่กล่าวมาได้ทั้งหมดครับ อยากให้ได้ดูจริงๆครับสำหรับเรื่องนี้ มันทั้งเศร้า และ มีความหวังอยู่ในที
สิ่งที่ชอบ คือการเล่นประเด็นความ ศรัทธา ของมนุษย์ครับ ว่าเราควรเชื่อพระเจ้า อ้อนวอนต่อพระเจ้า หรือ ดำเนินชีวิตด้วยตัวของเราเอง
7. The Queen's Gambit
เรื่องราวของ Beth Harmon เด็กสาวอัจฉริยะ ที่ใช้หมากรุกในการต่อสู้กับชีวิตที่หมองหม่นของเธอ
นี่คือซีรี่ย์ที่ทำให้คนเล่นหมากรุกกันทั่วบ้านทั่วเมืองครับ(อาจจะเว่อร์ไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ผมคนนึงครับที่กลับมาเล่น 555) และเป็นเรื่องที่ทำให้ตอกย้ำความมีสเน่ห์และฝีมือการแสดงของ Anya Taylor-Joy โตมาด้วยกันจริงๆครับ ><
6. Itaewon Class
“ร้านอาหารคือผู้คน ทันบัมคือครอบครัว “เถ้าแก่พัค แซ รอย คงบอกกับเราแบบนั้นตลอดไปครับ ตลอด 16 ตอน ของซีรี่ย์ตามฉบับบของเกาหลี กลับสร้างความทรงจำให้มากมาย กับเส้นทางการต่อสู้ของ พัค แซรอย ที่เปิดร้านอาหารในย่าน อิเทวอน เพื่อล้างแค้นมหาเศรษฐีที่เอาทุกอย่างไปจากเขา ทั้งเอาใจช่วยในการทำธุรกิจของเถ้าแก่ เศร้าไปกับการสูญเสียคนสำคัญ ชื่นชมและมีความสุขในความสำเร็จของเถ้าแก่ ไหนจะความรักของเถ้าแก่อีก ครบรสมากๆ 16 ตอนกับความรู้สึกหลังจากดูจบ คุ้มค่ามากครับ
ข้อดีคือนอกจากจะให้กำลังใจแบบสุดๆแล้ว เพลงประกอบในเรื่องนี้ยังโคตรเพราะ เพราะทุกเพลง ทุก EP คือดีไปหมดครับ
5. สุขสันต์วันโสด (ผู้กำกับ นฤบดี เวชกรรม)
นี่คือหนังไทยเรื่องเดียวในลิสต์นี้ครับ บอกตามตรงว่าก่อนดูผมไม่ได้คาดหวังเลย แต่สิ่งที่หนังให้กลับมาคือมันอิ่มเอิบมากจริงๆครับ ทั้งภาพ สถานที่ทางภาคเหนือที่ทั้งหนาวทั้งเหงา เพลงประกอบจากเขียนไขและวานิช ซึ่งก็เข้ากันเหลือเกิน เคมีของมาริโอ้และพลอยที่เข้ากัน แถมคุณพลอยยังแสดงได้ดีถึงแม้จะเป็นเรื่องแรกของเธอ และที่ชอบที่สุดก็คือซีนของพี่เปิ้ล นาครครับ เอาไปเต็ม 10
4. The Boys season 2
ก๊วนหนุ่มซ่ากลับมาล่าซุปเปอร์ฮีโร่ อีกครั้งครับ และไม่ทำให้ผิดหวัง กับพล๊อตเรื่องเดิมครับ เมื่อฮีโร่ที่ควรจะเป็นที่พึ่งพากลับเป็นคนชั่วที่ทำดีบังหน้าไปซะงั้น กลุ่มคนธรรมดากลุ่มหนึ่งจึงต้องกระชากหน้ากากให้โลกรู้ว่าพวกซุปเป็นพวกจอมปลอม และทำเรื่องเลวร้ายมากมาย มาตรฐานเดิมครับ ฉากต่อสู้ที่เละเป็นเละ เลือดเป็นเลือด ความตื่นเต้นของคนธรรมดาที่ต้องไปสู้กับเหล่าซุปซึ่งมีพลังมหาศาล แค่ลุ้นว่าฝั่งฮิวอี้กับบุชเชอร์จะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรก็สนุกแล้วครับ ซีซั่น3 มาเร็วๆเลย
3. Wonder Woman 1984 (ผู้กำกับ Patty Jenkins)
นี่คือหนังรักแห่งปีสำหรับผมครับ คุณเห็นหน้า Gal Gadot ก็ทำให้โลกสดใสทั้งใบแล้วครับ สาวน้อยมหัศจรรย์ กลับมาอีกครั้งในปี 1984 ปีที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมากครับ แต่มนุษย์เองไม่ว่าสมัยไหนก็ยังมีความโลภและความต้องการเสมอครับ และมันมักมาพร้อมกับปัญหาเสมอเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ไดอาน่าเอง ที่ต้องแลกสิ่งสำคัญกับคนที่เธอรักที่สุดเพื่อให้เขากลับมา แถมภาคนี้ยังมีตัวละคร บาบาร่า มิเนอว่า อีสาวพลังเสือ(ชีต้า) เข้ามาสร้างสีสันในเรื่องอีกตังหาก ( พอเห็นเธอแล้วก็ทำให้นึกถึง แคทวูแมน ของ Michelle Pfeiffer สมัยที่ผมยังเช่าแผ่นซีดีตามร้านเช่ามาดูเลยครับ นึกถึงสมัยนั้นจริงๆ TT )
2. Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba the Movie: Mugen Train
(Koyoharu Gotōge เนื้อเรื่องเดิม ) (Haruo Sotozaki กำกับภาพยนตร์)
คุณเร็นโงคุน่ะ ไม่ได้แพ้ !!!!!!!! เสียงของทันจิโร่ ยังดังอยู่ในหัวผมอยู่เลยครับ ต้องบอกก่อนว่า ถ้าใครไม่ได้ดูหรือรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ คงไม่มีทางมาอยู่ใน 10 อันดับนี้แน่นอนครับ แต่ถ้าใครที่เอาตัวไปผูกพันธ์กับมันแล้ว คงยากที่จะตัดมันออกไปจากลิสต์ นี่คืออีกหนึ่งสิ่งที่การันตีได้ว่า การอ่าน กับ การได้เห็นตัวละครเคลื่อนไหว ให้อารมร์ที่ต่างกันจริงๆครับ ถึงจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็อดไม่ได้ครับที่จะมีอารมณ์ร่วมและสนุกไปอีกครั้ง เผลอๆจะสนุกกว่าอ่านซะอีกครับ(ส่วนตัวเลยนะครับ) สิ่งที่ดีของหนังเรื่องนี้นอกจากภาพที่โคตรจะสวย ยังเป็นเพลงประกอบ Homura ของ Lisa ที่เพราะจนน้ำตาซึมอีกแล้ววววววว
1. Tenet (ผู้กำกับ Christopher Nolan)
ไม่ว่าจะยังไง ไม่มีใครชนะเสด็จพ่อได้ครับ ความรู้สึกตอนซื้อตั๋วเข้าไปในโรงยังจำได้อยู่ถึงตอนนี้เลยครับ (ผมไม่ค่อยได้ดู IMAX ครับ ไม่มีกะตังค์ 5555 แต่เรื่องนี้ผมยอมครับ แล้วมันก็คุ้มมากจริงๆ ) การลงทุนสร้างทฤษฎีย้อนเวลาฉบับโนแลนขึ้นมาเพื่อให้คนทั้งโลกที่ได้ดู ถกเถียงกันถึงข้อเท็จจริงว่าคืออะไร ก็สุดยอดแล้วครับ เรียกได้ว่าเป็นมากกว่าภาพยนตร์ แต่โนแลนสร้างปรากฎการณ์ขึ้นมาอีกแล้ว ผมไม่มีอะไรจะพูดถึงหนังเรื่องนี้เยอะเลยครับ เพราะมัน ด อ ย ด สุ ในตัวของมันอยู่แล้ว แหม่ อวยสุดๆ (ความจริงคือดูไม่รู้เรื่องครับ555) อีกอย่างคือผมพูดถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้วครับ ใครอยากอ่านไปที่ลิ้งค์นี้นะครับ
จบไปแล้วนะครับสำหรับ 10 อันดับภาพยนตร์และซีรี่ย์ที่ประทับใจในปี 2020 ของผม
และนี่ก็เป็นแค่ความคิดเห็นและความประทับใจของผมเท่านั้นนะครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่สนุก หลายๆเรื่องผมก็ตกหล่นไปเยอะเลย
เชื่อว่าทุกๆคนก็จะมีลิสต์หนังที่คุณประทับใจแตกต่างกันไปครับ มาแชร์กันได้นะครับ
ขอให้ปี 2021 นี้ทุกๆคนได้ดู ภาพยนตร์และซีรี่ย์ที่สนุกตลอดทั้งปีเลยนะครับ 😊