ความนิยมของหม้อต้มกาแฟสไตล์นี้แพร่กระจายไปทั่วเนเปิลส์อย่างรวดเร็วในช่วงปลายทศวรรษ 1700 ปรากฎการณ์ที่ต้องขอบคุณอย่างมากมายเลยก็คือ หนังสือเล่มเล็กๆ ที่อ่านกันอย่างกว้างขวาง เขียนโดย เปียโตร คอร์ราโด นักชิมอาหารชื่อดัง เขาแต่งเพลงไว้ในหนังสือเล่มนี้ ยกย่องกาแฟว่าเป็นเครื่องดื่มแห่งการต้อนรับขับสู้ มิตรภาพ และความปรารถนาดีของชาวเมือง
ในช่วงต้นทศวรรษ 1900 ทางเหนือของอิตาลีได้มีการคิดค้นเครื่องชงเอสเพรสโซขึ้นมา อุปกรณ์ชงแบบใหม่ที่มาพร้อมกับกาแฟรสเข้มจัดพร้อมครีม่าสีทองสวย ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วไปทั่วอิตาลีและทั่วโลก ทว่าชาวเนเปิลส์ยังคงนิยมใช้หม้อต้มกาแฟดั้งเดิมสำหรับชงกาแฟในบ้านกันอยู่เช่นเดิม ...เอาเข้าจริงๆ การกำเนิดของ Moka Pot ต่างหาก ที่ทำให้ Cuccumella โดนกระชับพื้นที่เหลือใช้กันเฉพาะในเนเปิลส์เท่านั้น
แล้วก็มาถึงช่วงหักมุมครั้งสำคัญ ในปี ค.ศ. 1946 เอดูอาร์โด เด ฟิลิปโป นักแสดง นักเขียนบทละคร นักเขียนบท นักเขียน และกวีชาวเนเปิลส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง (คยแสดงภาพยนตร์คลาสสิคกับ โซเฟีย ลอเรน เรื่อง ‘The Gold of Naples’ ในปี ค.ศ. 1954) ได้เปลี่ยนหม้อต้มกาแฟ ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ในภาพยนตร์คอมเมดี้ของเขา ชื่อ Three Ghosts มีฉากที่ ฟิลิปโป นำ Cuccumella เข้าไปไว้ในบท พร้อมเผยเคล็ดลับว่า หากนำกรวยไปครอบตรงพวยกาแล้วไซร้ จะทำให้กาแฟมีกลิ่นหอมมากขึ้น
หม้อต้มกาแฟตามแบบฉบับชาวเมืองเนเปิลส์ ซึ่งเป็นต้นแบบให้กับการผลิต Moka Pot ในเวลาต่อมา และทำให้การชงกาแฟสไตล์ตุรกีหดหายไปในอิตาลี ว่ากันว่า... นี่คือจุดเริ่มต้นที่ส่งผลให้เกิด ‘กาแฟเนเปิลส์’ กาแฟที่ให้น้ำสีดำและมีความเข้มข้น
หลังจากมีการเปิดตัวเครื่องชงเอสเพรสโซขึ้นมา แม้ Cuccumella จะถูกลดความสำคัญลงไปมาก เพราะไม่ตอบสนองเรื่องความรวดเร็ว แต่ชาวเนเปิลส์ก็กกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องเอสเพรสโซ เพื่อสร้างสรรค์กาแฟรสเฉพาะตัว จนเป็นที่มาของคำเรียก ‘Neapolitan espresso’ จนถึงปัจจุบัน
ในปี ค.ศ. 1970 บริษัท Alessi ยักษ์ใหญ่วงการผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนของอิตาลี ร้องขอให้ ริคาร์โด ดาลิชี่ ปรมาจารย์ด้านสถาปนิกชาวเนเปิลส์ ช่วยออกแบบเวอร์ชั่นใหม่ของ Neapolitan Flip-Over Coffee Pot หลังจากใช้เวลาศึกษาคิดค้นอยู่นานหลายปี การออกแบบของศิลปินนักออกแบบผู้โด่งดัง ก็สิ้นสุดลงด้วยการคว้ารางวัล ‘Golden Compass’ รางวัลด้านการออกแบบอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในอิตาลี
ดาลิชี่ เริ่มงานในปี ค.ศ. 1979 จนเริ่มผลิตออกสู่สายตาชาวโลกได้ในอีก 9 ปีต่อมา ผ่านทางการนำเทคนิคออกแบบดีไซน์สมัยใหม่ บวกกับความเชี่ยวชาญในเชิงช่างฝีมือ ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเนเปิลส์ ว่ากันว่าในการค้นคว้าครั้งนี้ มีการทำต้นแบบมากกว่า 200 แบบด้วยกันเลยทีเดียว
กาแฟที่ชงจากหม้อต้ม Cuccumella นั้น ให้รสและกลิ่นแตกต่างจากเอสเปรสโซ และคล้ายกับการต้มกาแฟแบบมีฟิลเตอร์มากกว่า กลิ่นและรสกาแฟที่ชงจากหมอต้มท้องถิ่น ก็เป็นที่ชื่นชอบของชาวเมือง แม้ว่าเวลาไม่ใช่ปัญหาของทุกคน แต่เวลาก็ทำให้ Cuccumella ถูกแทนที่ด้วย Moka Pot ที่ใช้เวลาในการชงกาแฟได้เร็วกว่า ถึงกระนั้น ตามบ้านเรือนชาวเนเปิลส์จำนวนไม่น้อย ยังคงมีหม้อต้มตามแบบฉบับของเมืองประจำการอยู่
หากไม่มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปจิบกาแฟตามบ้านของชาวเนเปิลส์แล้วล่ะก็ ลองแวะไปที่ร้านกาแฟหรูชื่อ Gran Caffè La Caffettiera ตั้งอยู่บริเวณย่าน Piazza dei Martiri ที่นี่มีคอลเล็กชั่นเครื่องชงกาแฟโบราณและงานศิลปะที่สวยงามรอให้คุณชื่นชม
และแน่นอนว่า มีกาแฟจากหม้อต้มตามแบบฉบับเมืองเนเปิลส์ ไว้รอต้อนรับผู้มาเยือนอีกด้วย