9 ม.ค. 2021 เวลา 08:55 • ธุรกิจ
ความคิดคนรวย Vs ความคิดคนจน l โดยโรเบิร์ต คิโยซากิ
1
- Robert Kiyosaki เจ้าของผลงานเขียนหนังสือชื่อดังขายดีทั่วโลก อย่าง Rich Dad Poor Dad หรือพ่อรวยสอนลูก
- ปัจจุบันโรเบิร์ตมีทรัพย์สินอยู่ที่ 80 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,400 ล้านบาท
- ดังนั้น วันนี้ THE MONEY จะมาเล่าว่า เหตุใดเขาจึงเป็นผู้ชายที่รวยได้ขนาดนี้
- การปลูกฝังที่ดี
- ปฎิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างคนรวยกับคนจน ก็คือ "การถูกปลูกฝัง" เกี่ยวกับเรื่องเงิน โดยเฉพาะการเรียนการศึกษา
- เพราะสถาบันส่วนใหญ่ มักจะสอนให้เราตั้งใจเรียน ทำเกรดให้ได้ดีๆ เพื่อให้ได้งานดีๆทำ จะได้มีเงินเดือนเยอะๆ แต่โรงเรียนไม่ได้สอนว่า จะต้องทำอย่างไรถึงจะร่ำรวยได้
3
- ถ้าหากคุณเคยอ่านหนังสือ Rich Dad Poor Dad มาแล้ว จะมีอยู่ตอนหนึ่งที่พ่อรวยของโรเบิร์ต ปฎิเสธที่จะจ่ายเงินเดือนให้ แม้ว่าจะให้เขาทำงานหนักก็ตาม เพราะพ่อรวยบอกว่า "การจ่ายเงินเดือน อาจเป็นสิ่งที่สร้างหายนะได้มากที่สุดในชีวิต"
3
- เมื่อใดก็ตามที่คุณยินยอมที่จะรับเงินเดือน นั้นเท่ากับว่าคุณได้รับแนวความคิดการเป็น "พนักงานประจำ" ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเปรียบได้กับพ่อจนของเขาที่ทำงานเป็นพนักงานรัฐ สิ่งที่เขาคิดอยู่ในหัว ก็คือ “รัฐบาลต้องจ่ายเงินเดือนให้ฉันสิ”
2
- พ่อรวยกำลังบอกว่า "เราไม่ควรตกเป็นทาสของเงิน" เพราะในฐานะเป็นผู้ประกอบการ แม้ว่าบริษัทจะเจ๊ง ก็จะหาทางสร้างบริษัทใหม่โดยไม่เพิ่งเงินเดือน หรือเงินของผู้อื่น เชื่อว่าสามารถดูแลตัวเองได้
- ดังนั้น ต่อให่รัฐบาลไม่ชอบหน้า ตัวเขาก็แค่ย้ายไปประเทศอื่น ที่ต้องการ(ไม่ง้อ)
- สิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จ
ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ประกอบไปด้วย 3 สิ่งก็คือ
1.Mindset
2.Skill sets
3.The different of rules
2
- ยกตัวอย่างเช่น กฏกติกาเกมการเงินของพนักงานประจำ ย่อมแตกต่างจากกฏกติกาเกมการเงินของผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ประกอบการขนาดเล็ก และเช่นเดียวกัน
2
- กฎเกมการเงินของบริษัทขนาดใหญ่ก็มีกฎกติกาที่แตกต่างกันกับกฎของ SME ดังนั้น Robert Kiyosaki จึงเลือกที่จะเล่นในเกมของบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีกฎกติกาที่เอื้อต่อการเป็นคนรวยได้มากที่สุด
1
- โดยหากใครก็ตามที่อยากจะเดินเข้ามาสู่ในเส้นทางของการเป็นผู้ประกอบการ นี่คือคำแนะนำจาก Robert Kiyosaki ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับตนเองได้
1
-ทัศนคติอันแรงกล้า
-โรเบิร์ต ทำงานกับ Xerox ในวันทำงานสุดท้ายในฐานะเป็นพนักงานบริษัท เขาได้รับเช็คโบนัสเป็นจำนวนเงินประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นวันที่เขารู้สึกแย่ที่สุด และดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ในด้านดี ก็คือ มีเงินก้อนไปทำธุรกิจ ส่วนด้านแย่ต้องนำเงินไปจ่ายภาษี
2
- เพื่อนร่วมงานชื่อ "จอห์น" จู่ๆ ก็เดินเข้ามาบอกกับเขาว่า “ไม่นานคุณก็ต้องกลับมาทำงานบริษัท” โรเบิร์ตส่งสัย เลยถามกลับไปว่า “ทำไม?” ก็เพราะคุณออกไปทำธุรกิจแล้วก็เจ๊ง แล้วก็กลับมาทำงานที่เดิม
.
- นั้นเป็นประโยคที่ยั๊วมาก โรเบิร์ตตอบกลับไปว่า “ฉันไม่เหมือนนายหรอกจอห์น เพราะฉันรู้ว่า นายลาออกเพื่อไปทำธุรกิจแล้วเจ๊ง นายก็เลยกลับมาทำงาน อยู่ที่บริษัทเดิมไงล้ะ “ ส่วนฉันต่อให้ล้มเหลว ฉันก็จะไม่กลับมาที่นี้อีก
.
5
- ดังนั้น อย่าทำงานหนักเพื่อเงิน เพราะหากทำงานเพื่อเงินคุณต้องจ่ายภาษีอย่างหนักเช่นเดียวกัน นำเงินที่หามาได้ ไปสร้างธุรกิจ ลงทุนในสินทรัพย์อย่างอสังหาริมทรัพย์ และที่สำคัญทัศนคติอันแรงกล้า หากคุณมีมันไม่มากพอ คุณก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ
.
- แม้กระทั่งตัวของ โรเบิร์ต เองในบางครั้งก็ยังมีความคิดแบบจน ๆ อยู่ แม้ว่าเขาจะเป็นคนรวยก็ตามที แต่สิ่งที่ทำให้เขายังคงเป็นคนรวยได้อยู่นั้น คือการที่เขามีความคิดแบบรวย มากกว่าความคิดแบบจน ก็เท่านั้นเอง
.
.
4
และบทความหน้าจะมาสรุปให้ฟังว่า ความคิดของคนรวย Vs ความคิดของคนจน เป็นอย่างไร ?
หากชอบบทความนี้ กดไลค์ กดแชร์ และกดติดตามเพจ THE MONEY จะได้ไม่พลาดบทความดีๆที่มีมาให้เติมพลังสมองกันทุกวัน
1
ช่องทางติดตาม
Line : @354yvllw/
กลุ่มพูดคุย : https://www.facebook.com/groups/385262412772955
#themoney #การเงิน #ความรู้ #RobertKiyosaki
โฆษณา