มีบัญชีอยู่แล้ว?
10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ‘เกอิชา’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ The Facts เพจที่จะพาทุกคน ไปค้นพบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสรรพสิ่งบนโลกใบนี้
ขอบคุณรูปภาพจากโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Memoirs of a Geisha
ถ้าพูดถึงเกอิชา เดาว่าทุกคนจะต้องนึกถึงผู้หญิงหน้าขาว ๆ ใส่ชุดกิโมโน ทาปากด้วยลิปสติกสีแดงใช่ไหมล่ะครับ แต่จริง ๆ แล้วอาชีพของพวกเธอทำอะไร และกว่าที่จะกลายมาเป็นเกอิชาได้จะต้องผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้มีคำตอบมาให้กันครับ
1. เกอิชา แปลว่า ศิลปิน 👯‍♀️
คำว่า 'เกอิชา' ถูกใช้ครั้งแรกเมื่อประมาณปี 1750 แต่เพิ่งมาเป็นที่ยอมรับให้เป็นอาชีพในช่วงก่อนปี 1813 คำว่า ‘เกอิชา’ แปลตรงตัวได้ว่า ‘ศิลปิน’ เธอมีความเชี่ยวชาญทางด้านงานศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ เช่น การรำพัด ร้องเพลง วรรณคดี ขับบทกวี การจัดดอกไม้ รวมถึงการชงชาและการปรนนิบัติแขกอีกด้วย (แต่ไม่ใช่การปรนนิบัติแบบนั้นนะ) นอกจากนี้ยังมีคำอื่น ๆ ที่ใช้เรียกเกอิชา แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ในโตเกียวจะเรียกว่าเกอิชา ในเกียวโตจะเรียกว่าเกอิโกะ และในพื้นที่อื่น ๆ จะเรียกว่า เกอิงิ แต่ล้วนแล้วหมายถึงสิ่งเดียวกัน
1
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.japantimes.co.jp
2. เกอิชาไม่ใช่โสเภณี 🙅🏻‍♀️
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเกอิชาคือโสเภณี หรือที่เรียกว่า ‘โออิรัน’ ด้วยลักษณะงานของพวกเธอที่มีความคล้ายคลึงกัน คือการปรนนิบัติให้ความบันเทิงกับแขก แต่มีความต่างกันตรงที่เกอิชาจะขายความสามารถ แต่โออิรันจะขายเรือนร่างของเธอ ความเข้าใจผิดนี้อาจเกิดจากการตีความที่ผิดพลาดของภาพยนตร์ที่สร้างเกี่ยวกับเกอิชา หรือเกิดจากความสับสนของทหารอเมริกัน ระหว่างเกอิชากับโสเภณีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความแตกต่างของเกอิชากับโออิรันอีกอย่างก็คือ ชุดกิโมโนของเกอิชาจะมีการผูกผ้าคาดเอวหรือที่เรียกว่า “โอบิ” ไว้ด้านหลัง ส่วนโออิรัน จะผูกโอบิไว้ด้านหน้านั่นเอง
1
ขอบคุณรูปภาพจาก https://mai-ko.com
3. ในอดีตเกอิชาเป็นผู้ชาย 🙋🏻‍♂️
ยุคเริ่มแรกของเกอิชาในสมัยเอโดะ เกอิชาในสมัยแรกนั้นล้วนเป็นผู้ชายหรือที่เรียกว่า ไทโคะโมะชิ หรือ โฮกัง ซึ่งคล้ายกับพวกตลกหลวงในราชสำนัก ทำหน้าที่ให้ความบันเทิงกับแขกโดยการแสดงความสามารถพิเศษ เต้นระบำในบาร์ ร้านอาหารหรือโรงน้ำชา แต่หลังสมัยเมจิ เกอิชาที่เป็นผู้ชายเริ่มหายไป และกลายเป็นอาชีพของผู้หญิงแทน ในปันจุบันไม่มีบุรุษเกอิชาให้เห็นแล้ว
1
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.flickr.com/photos/fr3nd
4. เกอิชาฝึกหัดเรียกว่า Maiko (หญิงสาวนักเต้นรำ) 💃🏻
เกอิชาฝึกหัดเรียกว่า ‘มาอิโกะ’ ความแตกต่างระหว่างเกอิชากับมาอิโกะที่เห็นได้ชัด ๆ มีอยู่ 3 ข้อด้วยกัน ซึ่งได้แก่ 1. มาอิโกะจะใส่ชุดที่มีสีสันมากกว่าเกอิชา 2. เกอิชาส่วนใหญ่จะใส่วิกในขณะที่มาอิโกะใช้ผมของตัวเองในการจัดแต่งทรงผมหรือบางครั้งอาจมีการต่อผมด้วย และ 3. มาอิโกะจะสวมเครื่องประดับบนหัวมากกว่าเกอิชา ในอดีตเกอิชาส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกที่จะมาเป็นเกอิชาด้วยตัวเอง พวกเธอทำอาชีพนี้ด้วยความจำเป็น หรืออาจเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนในชนบท แล้วถูกรับมาฝึกเป็นเกอิชาตั้งแต่อายุเพียง 3-5 ขวบ ในปัจจุบันกฎหมายญี่ปุ่นกำหนดว่าเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นจะต้องมีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์เสียก่อน จึงจะสามารถเข้ามาฝึกเป็นเกอิชาฝึกหัดได้ และระยะเวลาการฝึกก็ไม่ต้องยาวนานเหมือนสมัยก่อนแล้ว อาจใช้เวลาฝึกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นก่อนที่จะกลายเป็นเกอิชาเต็มตัว แต่ทั้งนี้ผู้หญิงทุกคนสามารถเป็นเกอิชาได้ โดยไม่ต้องผ่านการเป็นมาอิโกะมาก่อน
1
ขอบคุณรูปภาพจาก https://mai-ko.com
5. การแต่งหน้าขาวของเกอิชา 🧖🏻‍♀️
จุดเด่นของเกอิชาคือการแต่งหน้าสีขาว ด้วยแป้งรองพื้นที่เรียกว่าโอชิโอริ ทั่วใบหน้าและลำคอ ทาลิปสติกสีแดงสดพร้อมทั้งกรีดอายไลน์เนอร์สีดำบริเวณดวงตา สำหรับเกอิชาที่มีอายุอาจจะไม่ทาแป้งรองพื้นสีขาวบนใบหน้าแล้ว แต่ยังคงแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางอย่างอื่นอยู่ ว่ากันว่าเหตุผลที่พวกเขาต้องแต่งหน้าให้ขาวโพนนั้น ในสมัยก่อน ก่อนที่จะมีแสงไฟจากไฟฟ้า บ้านเรือนต่าง ๆ ใช้เทียนไขให้แสงสว่างในยามค่ำคืน เกอิชาจึงต้องแต่งหน้าสีขาวเพื่อให้ตัวเองดูโดดเด่น และแตกต่างจากคนอื่น ๆ ในงานเลี้ยง
6. เกอิชาอาศัยอยู่ที่ฮานะมาจิ ⛩
หากเพื่อน ๆ ต้องการไปดูเกอิชาด้วยตาของตัวเอง อาจเจอพวกเธอที่ได้ ‘ฮานะมาจิ’ ที่แปลว่า ‘เมืองแห่งดอกไม้’ ซึ่งเป็นย่านของเหล่าเกอิชา พบได้ในเกียวโตและโตเกียว ที่ฮานะมาจิจะเต็มไปด้วย โอกิยะ หรือบ้านเรือนที่เกอิชาอาศัยอยู่ นอกจากนี้ฮานะมาจิยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยว ที่หวังจะได้เจอกับเกอิชาตัวเป็น ๆ อีกด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก https://okiya.tumblr.com
7. ชุดกิโมโนของเกอิชาทำจากผ้าไหม 👘
ชุดกิโมโนของเกอิชาทอด้วยมือจากผ้าไหมชั้นดี ซึ่งใช้เวลานานถึง 3 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลายพันดอลลาร์ ชุดกิโมโนที่เป็นทางการของเกอิชาจะทำจากผ้าไหมทั้งชุด นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ชุดมีราคาแพงมาก แต่เกอิชาที่โด่งดังก็มีเป็นโหล ๆ เลยล่ะ สนใจสักชุดไหมครับ 😊
2
8. เกอิชาไม่สามารถแต่งงานได้ (แต่มีผู้อุปถัมภ์ได้) 👩‍❤️‍👨
กฎของการเป็นเกอิชาคือห้ามแต่งงานจนกว่าจะเกษียรหรือเลิกทำอาชีพนี้ไปแล้ว แต่ด้วยความที่อาชีพของเกอิชานั้นมีต้นทุนสูงมาก จึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เกอิชาจะหาผู้ชายที่มีฐานะหรือผู้อุปถัมภ์ เพื่อมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายตลอดชีวิตของเธอ ผู้อุปถัมภ์เกอิชาเป็นสถานะทางสังคมของญี่ปุ่นที่บ่งบอกว่าพวกเขามีความมั่งคั่งมากพอที่จะอุปถัมภ์เกอิชาได้
1
9. เกอิชาจะต้องไม่สูงหรือผอมเกินไป 🧚🏻‍♀️
เกอิชาจะต้องไม่สูงหรือมีรูปร่างผอมจนเกินไป ผู้หญิงที่สูงเกินกว่า 160 ซ.ม. จะถูกมองว่าสูงเกินไปที่จะเป็นเกอิชา เหตุผลก็เพราะว่าเธอจะต้องใส่ร้องเท้าส้นตึกสูงถึง 10 ซ.ม. ซึ่งจะยิ่งทำให้เธอสูงขึ้นไปอีก นอกจากนี้เกอิชาจะต้องมีน้ำหนักอย่างน้อย 45 กิโลกรัมขึ้นไป เพราะเสื้อผ้าหน้าผม และเครื่องประดับของเธอมีน้ำหนัก รวมกันถึง 10 กิโลกรัม ถ้าหากเธอผอมเกินไป อาจรับน้ำหนักเครื่องแต่งกายเหล่านั้นไม่ไหว และยิ่งไปกว่านั้น คนที่อยากเป็นเกอิชาจะต้องรับวิถีชีวิตที่มีระเบียบแบบแผนและเคร่งครัดได้ ซึ่งทุกอย่างตั้งแต่ กริยามารยาท ไปจนถึงภาษาท่าทางและการแต่งกายจะแตกต่างจากคนทั่วไปในยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง
1
10. เกอิชาคนแรกจากดินแดนตะวันตก 🇺🇸
ในอดีต มีเพียงผู้หญิงชาวญี่ปุ่นเท่านั้นที่สามารถเป็นเกอิชาได้ แต่ในปี 1976 ผู้หญิงจากดินแดนตะวันตกนามว่า ลิซ่า ดอลบี้ เป็นผู้หญิงที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้เป็นเกอิชา เธอเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเกอิชาครั้งแรกตอนที่เธอมาเที่ยวญี่ปุ่นตอนเป็นวัยรุ่น จากนั้นเธอก็ได้กลับมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้งในฐานะนักศึกษาปริญญาเอก เพื่อทำงานวิจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเกอิชา ถึงแม้ตัวเธอเองไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นเกอิชา แต่เธอได้รับการเชิญชวนให้เข้าร่วมกับสมาคมเกอิชาเล็ก ๆ ในเกียวโต หลังจากนั้นเธอก็เป็นที่รู้จักในนาม the blue-eyed geisha หรือ เกอิชาตาสีฟ้านั่นเอง
ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.lizadalby.com
และนี่ก็คือ 10 เท็จจริงเกี่ยวกับเกอิชาในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แม้ว่าในปัจจุบันโลกจะพัฒนาไปไกลเพียงใด ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี แต่เกอิชาหลายคนก็ยังไม่ยอมปรับตัวไปตามยุคสมัยใหม่ และเกอิชาฝึกหัดจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการฝึกเป็นเกอิชา แต่พวกเธอจะติดตามข่าวสารจากการอ่านหนังสือพิมพ์แทน ถ้าชอบบทความนี้ ฝากกดไลก์ กดแชร์ และกดติดตามกันด้วยนะครับ รับรองว่าจะนำเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากอีกแน่นอน 😊
เรียบเรียงโดย The Facts
manit kaewrut
เกอิชา ก็คือผู้ที่ขายบริการดีๆนี่เอง เปรียบเทียบแล้วคล้ายๆ แอร์โฮสเตส สมัยนี้นี่เอง.
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    สหรัฐฯ เตรียมใช้ Chip 4 Alliance พันธมิตรเซมิคอนดักเตอร์ กดดันจีน ล่าสุด Chip4 ซึ่งเป็นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้การนำของสหรัฐกำลังเกิดขึ้น
    “ข้อเข่าเสื่อมรักษาได้..ไม่ต้องผ่าตัด” มารู้วิธีการรักษา โดย นายแพทย์พิญญงค์ อุทัยทัศน์ แพทย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อโรงพยาบาลเอกชัย และพิธีกร คุณมายด์ ปรียาภรณ์ แก้วนิล พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลเอกชัย โรคข้อเข่าเสื่อม คือ ภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่า มีการสึกหรอและเสื่อมอย่างช้าๆ พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอาการปวดเข่า เข่าบวม ข้อยึดติด มีเสียงดังในเข่า เข่าผิดรูป ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ . สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : 🏥 ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ☎️ โทร. (034) 417-999 ต่อ 132, 133 สายด่วน 1715
    ชาวอเมริกันยกให้การอาศัยใน ‘กรุงเทพฯ’ ดีกว่าบ้านเกิด เพราะสามารถ ‘ใช้ชีวิตหรูหรา’ ด้วยเงิน 8,000 ดอลลาร์ หรือ 2.8 แสนบาทต่อเดือน ‘เจสซี โชเบิร์ก’ (Jesse Schoberg) เริ่มวางแผนหลบหนีจากเมืองเอลค์ฮอร์น รัฐวิสคอนซิน ซึ่งเขาเกิดและเติบโต ด้วยมองว่า เล็ก เงียบสงบ และไม่มีกิจกรรมอะไรเลย เขากล่าวกับ CNBC Make It ว่า “ฉันรู้เสมอว่าฉันต้องการออกไปสำรวจโลก”
    ฟองสบู่ที่ดินใน Metaverse แตก มูลค่าลดลง 85% แทบทุกแพลตฟอร์ม จากกระแสความนิยมของ Metaverse หรือโลกเสมือนจริง ตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน ที่ลากยาวมาจนถึงต้นปีนี้ ได้ทำให้ทั้งราคาของเหรียญ และราคาของที่ดินเสมือนจริงในหลาย ๆ แพลตฟอร์ม เช่น Decentraland และ Sandbox พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
    ดูทั้งหมด