“ไม่กล้าแสดงให้คนเห็น เพราะมีคนที่เก่งกว่าเราอีกตั้งเยอะ”
.
“ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองเรายังไง จะดูมั่นใจเกินไปรึเปล่า”
.
“กลัวทำไปแล้วสุดท้ายก็ไม่มีคนสนใจอยู่ดี”
.
งานอดิเรก เป็นสิ่งที่มักเกิดจากการที่เรามี Passionกับอะไรซักอย่าง ทำให้เรามีความสุขที่จะทำมัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี การทำอาหาร การวาดรูป ร้องเพลง เล่นตลก เล่าเรื่อง แต่งนิยาย และอื่นๆอีกมากมาย จนหลายๆครั้งพอเราใช้เวลากับงานอดิเรกมากๆ จึงกลายเป็นว่าเราได้ฝึกและพัฒนาสิ่งนั้นบ่อยๆ ทำให้ในที่สุดงานอดิเรกก็เลยกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำมันได้ดี
.
ซึ่งหลายๆคนก็ได้ใช้งานอดิเรกมาใช้ในการสร้างรายได้ หรือมาแสดงให้คนอื่นเห็นจากโลกยุคปัจจุบันที่มีพื้นที่ให้แชร์ผลงานมากมายเพื่อเก็บไว้เป็นผลงาน ไม่ว่าจะเป็น เปิดเพจแสดงผลงาน ทำขนมขาย เขียนบทความลง Blog หรือการสร้าง Channel Youtube เป็นของตัวเอง แต่แน่นอนว่าการจะได้เริ่ม กล้า นำสิ่งนั้นออกมาแสดงให้สาธารณะเห็นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หลายๆครั้ง เราก็อาจเกิดคำถามในใจว่า “นี่เราเก่งพอรึยังนะ?” ซึ่งก็กลายมาเป็นสิ่งที่ทำลายความมั่นใจของตัวเอง แล้วสุดท้ายแผนที่วางไว้ของเราก็เริ่มก็ไม่ได้เริ่มซักที
.
“คำว่าเก่งพอ มันไม่มีอยู่แล้ว” ประโยคนี้ได้ยินมาจากการแลกเปลี่ยนมุมมองกับพี่กันต์ เจ้าของแชนแนลโคฟเวอร์กีตาร์ Youtube - Kanknw (http://bit.ly/3s8S69P) แน่นอนว่าพี่คนนี้ก็เป็นเด็กมหาลัยคนหนึ่งที่ไม่ใช่นักกีตาร์มืออาชีพ รวมทั้งก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้าแสดงความสามารถของตัวเองในพื้นที่ Public โดยหลังจากที่ได้คุยกับพี่คนนี้ Shake a Change ก็ได้มุมมองและข้อคิด 3 เรื่องที่น่าสนใจอยากมาแชร์ให้เพื่อนๆได้ฟัง .
1. คำว่าเก่งพอ มันไม่มีอยู่แล้ว - ความกังวลที่หลายๆคนคิดว่าจะโดนตัดสินจากโลกภายนอกว่า เราไม่เก่งพอจะทำสิ่งๆนี้ ตามความเป็นจริงแล้วไม่ว่าเราจะเก่งขนาดไหน ยังไงโลกก็มีคนเก่งกว่าอยู่ดี เพราะฉะนั้น ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองเป็นการตั้งเป้าหมายว่า โอเค ตอนนี้เราก็มีความสามารถระดับหนึ่ง แล้วคนที่เก่งกว่าเป็น Goal เพื่อให้เราได้ค่อยๆพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเรามีเป้าหมายแล้วก็อย่ายึดติดสิ่งนั้นมากจนเกินไป อย่าลืมที่จะเป็นตัวของตัวเองและสนุกกับสิ่งที่ทำด้วย
.
2. โลกสาธารณะ ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น - “กลัวโดนเพื่อนแซว” อาจจะเป็นความกังวลเริ่มต้นของใครบางคน หรือ “กลัวโดนว่า” ซึ่งอาจเป็นคอมเมนท์ที่ได้รับจากคนสาธารณะ แน่นอนว่า Negative Feedback สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ภายใต้สิ่งเหล่านั้น อย่าลืมว่าจริงๆมีเพื่อนที่พร้อมจะสนับสนุน ชมเรา หรือใครก็ไม่รู้ที่มาทำให้เรารู้สึกใจฟู อย่างประสบการณ์ตรงของพี่คนนี้ก็เล่าว่า เจอคนที่มาชื่นชมเยอะกว่าที่คิดมากๆ เจอเพื่อนดีๆที่พร้อมมาช่วยอัดวิดิโอให้เรา และอีกหลายๆอย่างที่ถ้าเราไม่เริ่มต้นลงมือทำก็คงไม่รู้เลยว่าจะมีเรื่องดีๆแบบนี้เกิดขึ้น
.
3. เราได้อะไรตั้งแต่ยังไม่เริ่มกดโพสต์ซะด้วยซ้ำ - จริงการที่เรากล้าแสดงความสามารถในพื้นที่ Public นอกจากเรื่อง Feedback และสิ่งต่างๆที่กังวลอยู่ จริงๆแล้ว Process ที่เราได้เริ่มทำจนจบได้ให้อะไรกับเราเยอะมาก อย่างเช่นการจะทำคลิปโคฟเวอร์ซักคลิป เราจะได้ฝึกตั้งแต่การฝึกทักษะที่เราจะแสดง การพูดหน้ากล้อง ไปจนถึง การตัดต่อ โดยเฉพาะเมื่อเราเลือกนำงานอดิเรกหรือความสามารถพิเศษมาแสดงให้คนอื่นเห็น เรามักจะอยากทำมันให้ดี นั่นทำให้เราพยายามพัฒนา Skill ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งที่พื้นที่ Social media หรือแม้กระทั่งพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ได้กลายเป็นทั้งแรง Drive ให้เราอยากพัฒนาขึ้น รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ความทรงจำที่เมื่อผ่านไปแล้วเราได้ย้อนกลับไปดู จะเห็นเลยว่าเรามาไกลจากวันแรกขนาดไหน
.
จากประสบการณ์ตรงของพี่คนนี้ ทำให้พบว่าจริงๆแล้วมีเรื่องดีๆมากมายที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างการที่อาจมีโอกาสต่างๆเข้ามาหาเราเพิ่มขึ้น หรือแม้กระทั่ง การที่เราอาจจะไปเป็นแรงบันดาลใจให้ใครซักคนที่กำลังติดตามสิ่งที่เราทำอยู่ ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังลังเลใจหรือกังวลใจ Shake a Change อยากให้ทุกคนลองกล้าทำตามสิ่งที่ตัวเองอยากดูซักครั้ง แน่นอนว่าเราไม่รู้หรอกว่าเริ่มลงมือทำเเล้วผลลัพธ์จะเป็นยังไง แต่คนที่ประสบความสำเร็จก็ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดในโลก หรือได้รับแต่ comment ที่ดีไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นเพื่อนๆเองก็อาจได้รับผลลัพธ์ดีๆแบบไม่คาดฝันเหมือนพี่คนนี้ก็ได้
.