14 ม.ค. 2021 เวลา 09:57 • ประวัติศาสตร์
แฟร็กทรัลส์ (Fractals)
จากภาพในหัวสู่สถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์ยิ่ง
เคยสงสัยกันไหมคะ
เวลาไปเที่ยววัดวาอาราม โบสถ์ หรือปราสาทโบราณต่างๆ​
ว่าใครเป็นคนออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆเหล่านั้น
ทำไมมันถึงวิจิตรตระการตาเกินจินตนาการ​ยิ่งนัก
ปาล์มมี่ลองค้นหาไปลึกๆแล้วพบว่า
มันคือการออกแบบทางเรขาคณิตที่เรียกว่าแฟร็กทัลส์ (fractals)
ในปัจจุบันเป็นคำที่ใช้ในเชิงวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
หมายถึง วัตถุทางเรขาคณิต ที่มีคุณสมบัติคล้ายตนเอง
คือ ดูเหมือนกันไปหมด (เมื่อพิจารณาจากแง่ใดแง่หนึ่ง)
ไม่ว่าจะดูที่ระดับความละเอียด (โดยการส่องขยาย)
หรือ สเกลใดก็ตาม
ว่าแต่โลกของเรา
มีอารยะธรรมโบราณเกิดขึ้นมากมาย
แล้วคนโบราณสมัยนั้นมารู้เรื่องเรขาคณิตระดับนี้ได้ยังไง
คำตอบคือการนั่งสมาธิ​ค่ะ​
ใช่แล้วค่ะในการหลับตาของเรามี​ fractals ซ่อนอยู่​ในนั้น
คนสมัยก่อน
เมื่อก่อนเค้าอาจจะไม่ได้มีอะไรทำเยอะแยะเหมือนสมัยนี้​
การนั่งสมาธิจึงเป็นค้นหาทางสงบ​
และนักนั่งสมาธิที่เก่งๆ สมัยนั้นที่วาดเขียนเก่งๆหน่อย​
ก็สามารถถอดภาพในหัวออกมาได้​
จึงได้ทำการสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ
เพื่อบูชาพระเจ้าของตนตามความเชื่อ
ซึ่งในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็จะมีการออกแบบไม่เหมือนกัน
ก็จะเรียกต่างกันไปในแต่ละยุค​
แต่ละความเชื่อ ชาติพันธ์ ขนบธรรมเนียม และประเพณี
จนถึงในยุคที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาท
ในทศวรรษ 1980
หลักการสมัยใหม่ที่ช่วยให้เราเอาภาพในหัวออกมา
และมองเห็นได้เป็นภาพจริงๆได้แจ่มชัดมากขึ้น
เดิมทีมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
คำว่าแฟร็กทัลส์ (Fractals)
ก็เป็นคำศัพท์ถูกบัญญัติขึ้นในช่วงนั้น
โดย เบอนัว ม็องแดลโบรต
20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2467 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553
เป็นนักคณิตศาสตร์ เกิดที่กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์
ม็องแดลโบรต เป็นศูนย์กลางในการ
พัฒนาการคณิตศาสตร์ แฟร็กทัลส์ ที่สำคัญของโลก
หนังสือของเขาเรื่อง
เรขาคณิตแฟร็กทัลในธรรมชาติ (พ.ศ. 2525)
ได้แสดงให้เห็นศักยภาพในการประยุกต์แฟร็กทัลส์
ในปรากฏการณ์ธรรมชาติได้ชัดเจนขึ้น
และที่สำคัญที่สุดนี่คือไฮไลต์การนั่งสมาธิ
เมื่อจิตคุณนิ่งพอคุณสามารถเห็นองค์พระอยู่ในนั้น
หรือที่ทางคณิต​ศาสตร์เรียกว่า​ #Buddhabrot
ปาล์มมี่ลองค้นหาคำว่า​ Buddhabrot​ แล้วมีข้อมูลน้อยมาก​
ซึ่งอาจจะหมายความว่ามีคนที่เห็นจริงๆน้อยลง​
แม้แต่หนูเองก็ไม่เคยเห็น​ เพราะไม่ค่อยได้นั่งสมาธิสักเท่าไหร่​
แต่ก็ถือเป็นเรื่องราวที่แปลกประหลาดมากเลยนะคะ
ที่ภาพจากจินตนาการ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์
ถ่ายทอดมุมมองให้เห็นออกมาเป็นรูปแบบที่คล้ายกัน
แม้จะอยู่ต่างยุคต่างสมัยกัน ความเชื่อต่างกัน
หนูพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจากการดูสารคดีเชิงความรู้
Inner Worlds, Outer Worlds
จากช่องยูทูบ AwakenTheWorldFilm
ผิดพลาดหรือตกหล่นประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ
เพียงแต่อยากถ่ายทอดประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์นี้
ให้ได้รับชมกันค่ะ
โลกนี้มีอะไรให้ค้นหาแก้เหงาอีกเยอะเลยเนอะ
ไว้มาลงเรื่องแปลกๆให้อ่านกันอีกนะคะ
โฆษณา