15 ม.ค. 2021 เวลา 03:01 • ปรัชญา
“ หย่อน อัตตา รู้อภัย เเละ เข้าใจกัน รักษามิตรภาพ ”
คุณเคยมั้ย บางครั้งเวลาที่เห็นใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็รู้สึกหงุดหงิด ขัดหูขัดตา อยากด่าอยากทำอะไรที่ทำให้คนๆนั้นรู้ตัวว่า เรารู้สึกสึกไม่โอเคนะ!
 
ตราบใดที่คนเรายังมีอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด รัก โลภ โกรธ หลง มีความต้องการต่างๆ และ มีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ ไม่มีใครหรอกที่จะทำอะไรที่เลิศเลอ ดีพร้อมไปซะทุกอย่าง
ขนาดเราเองบางที ยังไม่ค่อยพอใจตัวเราเองเลยที่ทำอะไรไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ มันยิ่งย้ำและสะท้อนให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ไปซะทุกเรื่องทุกอย่างเหมือนที่ผมได้กล่าวไว้ในวรรคที่ข้างต้น
บางคนเจอเพื่อนร่วมงานที่ดีนะ เข้ากับตนเองได้ แต่เวลาทำงานหรือทำอะไรก็มักจะขัดหูขัดตาจนพาลให้เราได้เเสดงกิริยาด้านลบต่อเพื่อนร่วมงานของเรา บางครั้งก็มองหน้ากันไม่ติด โกรธกัน หรืออาจจะทะเลาะกันจนต่อความสัมพันธ์ไม่ติดไปเลยก็มี การทะเลาะกันต่อให้เกิดจากงานหรือกิจกรรมใดๆก็มมิควรให้เกิดจะดีที่สุด มันเหมือนเเก้วใบนึงที่วางอยู่ และโดนทำให้ร่วงแตก ถึงสุดท้ายมันจะต่อกลับมาได้ มันก็ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป ก็เปรียบเสมือนความรู้สึกของคนเรา ถึงเเม้จะบอกว่าโอเคปรับความเข้าใจกันได้ แต่สุดท้ายรอยเเผลเล็กๆมันก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว มันเกิดรอยปริขึ้นมาแล้ว ก็คงอยู่ที่เราเเละเพื่อนร่วมงานของเราจะมีวุฒิภาวะทางด้านความรู้สึกมากน้อยขนาดไหน ในการมองข้ามผ่านในเรื่องหมางใจกันที่เกิดขึ้นมา
 
เพราะฉะนั้น การรักษาน้ำใจด้วยความเข้าใจจึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ถ้าเราเข้าใจ เรื่องเล็กๆน้อยๆควรให้คำแนะนำกันอย่าใช้อารมณ์มาเป็นตัวแปรเพื่อให้ความสัมพันธ์มันกระด้างหรือเปลี่ยนไปเพียงเพราะ อัตตา ของตัวเราเอง จงเข้าใจตัวเราเองและผู้อื่นให้มากๆ มันจะช่วยทำให้เรามีสตินึกคิดได้มากขึ้น ทบทวนบ่อยๆก่อนที่เราจะพูดหรือเเสดงอะไรออกไปเพราะ มันจะเเก้ไขอะไรไม่ได้เลย เขียนหนังสือยังลบเเละเเก้ไขได้ แต่การเเสดงออกทางกายวาจา มันเเก้ไขไม่ได้เลย
ลดอัตตาลง เข้าใจให้มากขึ้น ใจเย็นให้เป็น ใจร้อนให้พอประมาณ จะทำให้เราไม่ทำพลาดในเรื่องของมิตรภาพ ให้อภัยตัวเองให้เป็นนิสัย และจะทำให้เรารู้จักการอภัยให้ผู้อื่น
 
ตัวผมเอง ผมไม่ชอบการทะเลาะเบาะเเว้งกับใคร และคิดว่าการทะเลาะเบาะเเว้งกัน มันช่างเสียสุขภาพจิต เสียเวลาชีวิต เสียมิตรภาพ โดยใช่เหตุ.
บันทึกของหนุ่มเหนือ.
โฆษณา