16 ม.ค. 2021 เวลา 17:27 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
Caterpillar Technology Showcase กับกองทัพฝูงรถบรรทุกขนาดยักษ์ที่วิ่งบรรทุกแร่ในเหมืองเองได้โดยอัตโนมัติ
2
ฝูงรถบรรทุกยักษ์หนัก 284 ตันเหล่านี้พวกมันสามารถทำงานกันได้เองทั้งวันทั้งคืน
ในอนาคตอีกไม่นานรถบรรทุกสินแร่ขนาดยักษ์เหล่านี้จะวิ่งอยู่ในเหมืองโดยไม่จำเป็นต้องมีคนขับอีกต่อไป
Caterpillar ผู้ผลิตรถและเครื่องจักรสำหรับงานก่อสร้างและอุตสาหกรรมหนักรายใหญ่ของโลก ได้เปิดตัวเทคโนโลยีที่จะทำให้เราก้าวเข้าสู่โลกยุคอนาคตอย่างที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์
แม้จะรู้จักกันว่าผู้ผลิตเป็นรถแทรกเตอร์ รถแบคโฮ รถบรรทุกในเหมือง Caterpillar ก็เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้กับเครื่องจักรติดล้อเหล่านี้ด้วย
โดย Caterpillar ได้ลงทุนไปกว่า 2,000 ล้านเหรียญฯ ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี autonomous vehicle และได้ถือครองสิทธิบัตรกว่า 16,000 รายการ ด้วยจุดมุ่งหมายหลักในการพัฒนาระบบการทำเหมืองด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติให้กับเหมืองทุกแห่งทั่วโลก
การควบคุมเครื่องจักรขนาดยักษ์ในเหมืองเปิดขนาดใหญ่เป็นงานที่เหนื่อยล้าและอันตราย
ทั้งนี้งานในเหมืองที่ต้องควบคุมเครื่องจักรขนาดยักษ์อย่างระมัดระวังเป็นสภาพที่สร้างความเหนื่อยล้าและความเครียดให้กับผู้ที่ควบคุมเครื่องจักรยักษ์เหล่านี้ แม้จะมีการแบ่งกะทำงานแต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้อยู่ดี
จึงเป็นที่มาของแนวคิดการทำให้เครื่องจักรเหล่านี้สามารถทำงานเองได้โดยอัตโนมัติ และมาวันนี้ Caterpillar ก็พบว่า "มันดีเลย!!"
สำหรับ Technology Showcase ตัวนี้ Caterpillar ได้นำออกเสนอในงาน CES 2021 ที่กำลังจัดกันอยู่ในตอนนี้
ซึ่ง Caterpillar ได้ทดสอบการใช้งานรถบรรทุกแร่ไร้คนขับนี้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยคิดเป็นน้ำหนักสินแร่ที่บรรทุกด้วยรถบรรทุกแร่ไร้คนขับไปแล้วกว่า 2,200 ล้านตัน
1
โดยพวกมันทำงานกันได้แบบ 24 ชั่วโมงทุกวันไม่มีวันหยุด และถึงแม้จะทำงานกันแบบไม่มีพักแต่ก็ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
รุ่นยอดนิยมที่ใช้กันอยูในเหมือง
เจ้ารถบรรทุกขนาดยักษ์ที่ใช้ในการบรรทุกสินแร่ที่ขุดขึ้นมาก่อนนำไปเข้าสู่กระบวนการถลุงนั้น แต่ละคันที่เห็นอยู่นี้มีน้ำหนักตัวเปล่า 284 ตัน และเมื่อบรรทุกเต็มที่มันจะหนักถึง 688 ตัน
โดยรถบรรทุกแร่ไร้คนขับนี้สามารถรับรู้ถึงสภาพภูมิประเทศรอบตัวได้ด้วย LIDAR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผู้พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหลายเจ้าใช้กันอยู่
LIDAR ใช้การยิงแสงออกไปรอบตัวและวัดการสะท้อนกลับเหมือนกับเรดาห์ เพื่อตรวจจับวัตถุที่อยู่รอบตัว
และเจ้ารถบรรทุกไร้คนขับนี้ยังสามารถวิเคราะห์ประเมินถึงแนวการเคลื่อนที่ของรถหรือวัตถุอื่น ๆ รอบตัวเพื่อประเมินความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นและหยุดรถได้ทันท่วงที
เมื่อกำลังจะมีรถเข้ามาในเส้นทางก็จะติดสินใจหยุดรถได้เอง
นอกจากระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแล้ว Caterpillar ยังได้พัฒนาระบบติดตามและควบคุมเครื่องจักรจากระยะไกลได้หากต้องการ
โดยผู้ควบคุมสามารถเลือกสั่งให้รถจอด ตัก บรรทุก เทสินแร่ โดยแต่ละกิจกรรมสามารถทำได้ง่ายด้วยปุ่มเดียวผ่านหน้าจอ
นั่งขับอยู่ออฟฟิศจากอีกซีกโลกก็ทำได้
แน่นอนว่าในฐานะลูกค้าเจ้าของเหมือง การที่เครื่องจักรยักษ์เหล่านี้สามารถทำงานได้เองทั้งวันทั้งคืนย่อมหมายถึงผลกำไรที่งดงาม
ไม่ต้องมีคนงานทำงานเสี่ยงชีวิตและเจอกับสภาพการทำงานที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่นั่นก็หมายถึงตำแหน่งงานที่จะหายไปอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน. . .

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา