เมื่อขึ้นชั้นประถมปีที่ ๕ โรงเรียนทุกแห่ง ก็มีระเบียบต้องใส่ถุงเท้า รองเท้านักเรียนทุกคน จึงไปซื้อรองเท้าบาจามาสวม ข้าพเจ้ามีปัญหามากเพราะเท้ายาว หารองเท้าสวมยากมาก
.
ร้านขายอาหารสำหรับเด็กมีแค่เจัาเดียว เป็นเจ๊วัยประมาณ ๓๐ กว่าปี ตั้งเป็นหาบและมีเก้าอี้ตัวเล็กๆให้เด็กนั่งเวลารับประทาน ก๋วยจั๊บของเขาเป็นก๋วยจั๊บหมูน้ำข้นอร่อยมาก ใส่ถ้วยสังกะสีเคลือบสีขาว ราคาถ้วยละ ๕๐ สตางค์
.
ตาฮะเป็นแป๊ะแก่ขึ่รถ ๓ ล้อใชัเท้าถีบ มีถังไอติมวางอยู่ที่ชั้นไม้ด้านหน้า มี ๒ ล้อ ตัวแกนั่งด้านหลังมีล้อเดียว มาขายไอติมแท่ง ที่เดี๋ยวนี้เรียกไอติมโบราณนั่นแหละ
.
สมัยนั้นต้นทุนไอติมที่รับมาจากโรงไอติม แท่งละ ๑๐ สตางค์ ขาย ๒๕ สตางต์ ขายไม่หมด โรงไอติมก็รับคืน หรือบางทีความเย็นไม่พอ เพราะเปิดฝาที่เก็บไอติมบ่อยเนื่องจากขายดี ไอติมก็ฝ่อคือเป็นรอยพรุนไม่เรียบก็คืนได้เช่นกัน
.
ไอติมที่ตาฮะขายมีหลายรส รสถั่ว มีถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วดำ หรือ ลอดช่องเขียวผสมข้าวโพด รสเผือกก็มี และยังมีรสน้ำแดง น้ำเขียว แต่น้ำเหลืองรู้สึกจะไม่มี รสชา หรือ กาแฟก็ไม่มีเช่นกัน
.
เพราะวิชาสุขศึกษาว่าด้วยบัญญัติ ๑๐ ประการ ห้ามเด็กดื่มน้ำชาหรือกาแฟ
.
ตาฮะใช้ถังเก็บความเย็นขนาดประมาณ ๑ x ๑ เมตร บรรจุไอติมได้หลายสิบ หรือ อาจเป็นร้อยแท่งทีเดียว ต่างจากไอติมถังทรงกระบอกที่สพายบ่า บรรจุได้ไม่กี่สิบแท่ง .
.
เด็กนักเรียนสมัยนั้นจะห่อข้าวเที่ยงมาจากบ้าน กับข้าวง่าย ๆ เข่นไข่เจียว ไข่ดาว หมูทอด ผัดผัก เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีถุงพลาสติก ของกินก็ห่อใบตอง หรือบางบ้านมีต้นพุทธรักษาต้นใหญ่ใบกว้าง ก็ห่อข้าวมากินก็มี บางคนก็ใส่ปิ่นโต หรือ กล่องข้าวอลูมิเนียม
.
น้ำดื่มส่วนมากจะใส่ภาชนะมาและเป็นน้ำต้ม เนื่องจากสมัยนั้น อหิวาต์(Cholera) ยังระบาดเป็นระยะ ๆ รวมทั้งไข้ทรพิษ หรือ ฝีดาษ (smallpox) ทางกรมอนามัยต้องมา ฉีดวัคซีนป้องกันอหืวาต์ และ ปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษให้ทุกปี
.
น้ำฝนที่ใช้ทั้งดื่มและล้างหน้าล้างตา บนศาลาการเปรียญที่กล่าวถึงในตอนที่ ๒ นั้น เป็นน้ำแห่งเดียวของโรงเรียน ดังนั้นเด็กประถม ๓ ที่เรียนที่ "คอกวัว" และเด็กประถม ๔ ที่เรียนที่เรือนไม้ชั้นเดียวยกสูงและเปิดโล่ง ต่างก็ต้องมาใช้น้ำที่นี่ทุกคน
.
จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็มีเด็กชายคนหนึ่ง ไปขี้แตกที่ข้างโอ่งน้ำกิน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เด็กทุกคนก็เตรียมน้ำมาดื่มเอง แม้แต่ข้าพเจ้าด้วย ส่วนน้ำของโรงเรียนพวกเราไปใช้ฟากน้ำใช้ ล้างมือ ล้างหน้า ไม่มีใครไปใช้น้ำที่ฟากน้ำดื่มอีกเลย .
.
เด็กบางคนไม่ได้นำข้าวห่อมาจากบ้าน และ ไม่มีเงินมาโรงเรียนเพื่อซื้อของ ครูในโรงเรียนแต่ละท่าน ซึ่งตอนนั้นมีอยู่ราวสิบกว่าท่าน จึงสละเงินเดิอนกันคนละเล็กละน้อย จัดคิวในแต่ละวัน ช่วยกันทำอาหารกลางวันให้เด็กได้รับประทาน
.
อาหารก็เป็นเมนูง่ายๆ เช่น ราดหน้า หรือผัดซีอิ้ว ข้าวผัด เป็นต้น ทุกเมนูล้วนใส่วิญญาณหมู ซึ่งก็คือกากหมูที่เจียวน้ำมันออกแล้ว ทอดเกรียม ๆ ในสมัยนั้นสำหรับเด็ก ๆ มีอาหารกินก็หรูแล้ว
.
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว เด็กผู้ชายก็จะเล่นกันแถวรอบๆพระอุโบสถ ส่วนเด็กผู้หญิงจะชอบเล่นหมากเก็บ ใครแพ้ก็โดนเขกเข่า หรือ ไม่ก็วาดตุ๊กตาตัดเป็นตัว วาดเสื้อผ้าให้ ระบายสีชุดด้วยสีเทียน โดยเล่นกันที่ศาลาการเปรียญที่เป็นห้องเรียน
.
ทั้งที่ชีวิตจริงเด็กแต่ละคนมีเสื้อผ้าคนละไม่กี่ชุด (ชุดนอน-ชุดเที่ยว ชุดเดียวกัน)แต่เวลาวาดชุดให้ตุ๊กตาใส่ จะมีทั้ง ชุดนอน ชุดกินข้าว ชุดเดินเล่น ชุดเช้า-สาย-บ่าย-เย็น ชุดอาบน้ำ ชุดไปเที่ยว ฯลฯ ตามแต่ที่จะฝัน(dream)