Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WatchingMachine
•
ติดตาม
18 ม.ค. 2021 เวลา 15:03 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
- รีวิว Schoo Town King -
เมื่อสังคมที่เหลื่อมล้ำแบบสุดโต่งพรากความหวังและความฝันของเด็กน้อยในโลกทุนนิยมแสนโหดร้าย
รูปภาพประกอบบทความ ที่มา - https://www.facebook.com/schooltownking/photos
ท่านเคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือเคยตั้งคำถามกับเด็กน้อยตาใสคนไหนบ้างไหมว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร สำหรับบุ๊คและนนท์แล้วพวกเขาใฝ่ฝันอยากจะเป็นแรปเปอร์ แต่ความฝันของพวกเขากลับกลายเป็นเรื่องเพ้อเจ้อสำหรับผู้ใหญ่รอบตัว ที่มองเพียงว่าการเรียนให้จบและได้ปริญญาสักใบเป็นสิ่งที่เด็กควรจะทำ
แม้แต่ในโรงเรียน สถานที่ที่ควรมีอยู่เพื่อหล่อหลอมจิตวิญญาณและช่วยเด็กตามหาตัวตนกลับเหยียบย่ำความฝันของเด็กทั้งสองและกระทืบซ้ำอย่างไม่ใยดี
เด็กดี เด็กเลว ถูกแบ่งแยกด้วยตัวเลขในใบผลการเรียน เด็กบางคนถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเลว เพราะเลข 0 ใบในผลการเรียน โดยที่โรงเรียนหรือระบบการศึกษาไม่เคยมองให้ลึกลงไปในคำว่า"ทรมาน"ที่ออกจากปากเด็กที่ต้องเรียนในระบบการศึกษาที่ไร้ความยืดหยุ่นและไร้ความสามารถในการช่วยให้เด็กได้รู้จักตัวเอง
บุ๊ค เด็กหนุ่มที่ตัดสินใจลาออกระหว่างที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากเด็กที่ตื่นเช้ามาโรงเรียนก่อนใครเพื่อนเพื่อสวมเครื่องแบบทำหน้าที่โบกธงให้เด็กนักเรียนคนอื่นข้ามถนน ตั้งใจเรียนจนมีเกรดดีอย่างที่เหล่าผู้ใหญ่ต้องการ กลับบ้านช้ากว่าคนอื่นเพราะเป็นอาสาสมัครให้โรงเรียน เขาตัดสินใจลาออกท่ามกลางเสียงคัดค้านของทางบ้านที่มองว่าแค่อดทนอีกนิดให้จบไป วุฒิการศึกษาจะทำให้เขามีกิน แต่การทำตามความฝันที่เขาทำอยู่มันไม่แน่นอน มันอาจจะมาแล้วมันก็ไป
ท่ามกลางบัญญัติ 12 ประการ และบทสวดมนต์ที่พร่ำสอนให้เด็กรู้จักเป็นคนดี แต่ผู้ใหญ่ใกล้ตัวเด็กอย่าง"ครู" ยังคงใช้ความรุนแรงและคำพูดที่หยาบคายภายใต้สถานศึกษาจนเด็กมองว่านั่นกลายเป็นเรื่องปกติ และครูมีสิทธิของความเป็นคนมากกว่าตน
ในชุมชนแออัดที่ชนชั้นสูงและชนชั้นกลางบางคนหยามเหยียด เด็กบางคนไม่มีโอกาสแม้แต่จะฝันว่าอีก 15 ปี เขาอยากจะทำอะไร เช่น บอล เขาทำได้เพียงคิดว่าวันพรุ่งนี้จะเอาอะไรกินทั้ง ๆ ที่เขาอายุเพียง 15 ปี เท่านั้น ระยะเวลาเพียง 15 ปี ความมืดบอดอันน่าขยะแขยงของความเหลื่อมล้ำฆ่าความเป็นเด็กที่เขาควรจะได้เป็นในตัวเขาตายสนิท
นนท์ เป็นเด็กอายุราว ๆ 15 ปี ที่มีฝีมือในการเขียนไรม์สวยพอสมควรสำหรับเด็กที่พึ่งเริ่มฝึกด้วยระยะเวลาเท่านี้ เขาตีความสังคมและการเมืองออกมาให้ผู้คนได้ฟังผ่านไรม์ของเขา แม้เขาจะเคยมียอดวิวในยูทูปหลักล้าน แต่การขอครูขึ้นไปแรปโชว์ความสามารถให้เพื่อน ๆ ฟังบนเวทียังถูกปฎิเสธด้วยคำว่า"ไร้สาระ" คุณผู้อ่านลองนึกเอาเถิด เด็กอายุ 15 ปี คนนึง รวบรวมความกล้าเดินไปคุยกับครูเพื่อขอแสดงความสามารถของตน เรือจ้างลำนั้นได้ทำลายความกล้าของนนท์ในการคุยกับผู้ใหญ่ไปมากแค่ไหน ผู้เขียนเองก็ไม่อาจจินตนาการ รู้แต่เพียงว่านนท์ไม่เคยกล้าขอครูเพื่อแสดงความสามารถอีกเลย
มีฉากนึงของนนท์ที่ผู้เขียนรู้สึกว่ามันตบหน้าประโยคที่ว่า"มึงจนเพราะมึงไม่พยายาม" นนท์เป็นเด็กที่มีความตั้งใจและพยายาม เขาฟังเพลงของ Eminem เขาอยากจะร้องตามได้และแต่งเพลงเป็นภาษาอังกฤษได้ นนท์ทักไปขอให้ครูท่านนึงช่วยสอนเขาอ่านเขียนภาษาอังกฤษหลังเลิกเรียนเพื่อที่เขาจะได้ร้องตามไอดอล และแต่งเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษได้ นี่หรือที่เรียกว่า"ไม่พยายาม"
กับบางคนไม่ต้องพยายามมากนักก็ได้สิ่งที่ฝันมาครอง แต่กับบางคนต่อให้พยายามแทบตาย เขาก็จะได้ผลตอบแทนที่ควรจะได้ไปในแค่ระดับนึงเท่านั้น
ผู้เขียนไม่อาจเชื่อได้ว่าจะมีโลกที่ไร้ความเหลื่อมล้ำ ทุกที่ล้วนเกิดความเหลื่อมล้ำ แต่เราในฐานะมนุษย์ เราจะนิ่งเฉย ปล่อยให้ช่องว่างทางสังคมของชนชั้นขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ และกัดกินชีวิตของผู้คนที่เดือดร้อนตายไปอย่างไม่ใยดีเลยหรือ
หากรัฐบาลดีกว่านี้ หากระบบการศึกษาดีกว่านี้ ชีวิตของผู้คนในภาพยนตร์เรื่องนี้จะยังเป็นแบบในเรื่องหรือไม่
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย เบส วรรจธนภูมิ เรื่องราวความฝันของบุ๊คและนนท์ถูกบอกเล่าออกมาให้มีจังหวะหดหู่เป็นช่วง ๆ พร้อมสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลโดยไม่มีคำด่าทอออกมาได้อย่างนิ่มนวล
รูปภาพประกอบบทความ ที่มา - WatchingMachine
**เสริม**
เนื่องจากผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าชมในรอบพิเศษที่มี Q&A จึงได้ร่วมถ่ายภาพกับผู้กำกับ พี่เบส และหนึ่งในนักแสดง พี่บุ๊ค มาฝากกัน ท่านใดสนใจยังสามารถชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ที่ สามย่านเฮ้าส์
รูปภาพปะรกอบบทความ ที่มา - WatchingMachine
เรียบเรียง
WatchingMachine
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย