Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Blue Ocean (บลู โอเชี่ยน)
•
ติดตาม
18 ม.ค. 2021 เวลา 07:51 • สิ่งแวดล้อม
#Episode 3 เรื่องของปลา
ว่าด้วยเรื่องของ ครีบหาง (Caudal fin)
เราเคยสงสัยกันไหมว่า? ปลาหลายๆชนิด ทำไมถึงมีรูปร่างของครีบหางไม่เหมือนกัน
เราสามารถสันนิษฐานข้อมูลด้านอื่นของปลาชนิดนั้นๆเพิ่มเติมได้ด้วย จากการสังเกตุครีบหาง
ในแวดวงของวิทยาศาสตร์ทางทะเล มีการศึกษาเรื่องของครีบหาง (Caudal Fin) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษามีนวิทยา (Ichthyology)ที่เป็นการศึกษาเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ (anatomy)ของปลาโดยเฉพาะ
ชนิดของครีบหางสามารถบอกอะไรเราได้บ้าง?
หลายๆท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ ก็คงจะเดาได้ไม่ยาก เพราะเป็นสิ่งที่หลายท่านต่างรู้กันดีว่า ครีบหาง สำหรับปลาแล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการว่ายน้ำแน่ๆ
เป็นเรื่องที่เข้าใจถูกต้อง หลักๆแล้วชนิดของครีบหาง สามารถทำให้เราทราบถึงเรื่องการว่ายน้ำของ
ปลาชนิดนั้นๆ ได้ เช่น ความเร็วในการว่ายน้ำของปลาแต่ละชนิด แต่การที่เราทราบข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วในการว่ายน้ำของปลาชนิดนั้นๆได้แล้ว เรายังสามารถสันนิษฐานไปถึงข้อมูลอื่นๆได้อีกเช่น ปลาชนิดนี้มีพฤติกรรมการอาหารอย่างไร เป็นปลาไล่ล่า ปลาฝูง ซุ่มโจมตี บริเวณประเภทไหนที่ชอบไปอยู่ ชนิดของอาหาร เป็นต้น
รูปร่างของครีบหางปลา หลักๆที่พบได้บ่อยๆ ก็จะมีอยู่ 7 แบบ ดังนี้
ครีบหางวงเดือน : แฉกกว้างตั้งสูง ช่วง curve ของหางคล้ายวงพระจันทร์ ปลาที่มีลักษณะครีบหางแบบนี้จะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เพราะต้องใช้ความเร็วสูงในการว่ายน้ำล่าเหยื่อตลอดเวลา มักเป็นปลาผิวน้ำที่ว่ายไล่ล่าเหยื่อด้วยความเร็วสูงและ
มีการว่ายน้ำได้ไกลๆในทะเลเปิด เช่น ปลาทูน่า ปลาอินทรี ปลาประโทงแทง
2.Forked Fin
ครีบหางส้อม : รูปร่างแฉกเว้าลึก แต่curveของหางไม่เปิดกว้างเท่าแบบ Lunated fin มักเป็นปลาที่ว่ายน้ำอย่างต่อเนื่องในมวลน้ำ มีการใช้ความเร็วบ้างเมื่อต้องการล่าเหยื่อ มักมีการว่ายโยกย้ายไปตามแหล่งอาหาร เช่นปลากล้วย ปลาสีกุน ปลาซาร์ดีน
3.Enmarginated Fin
ครีบหางเว้าเล็กน้อย : จะเคลื่อนที่แบบว่ายน้ำเรื่อยๆไม่เร็วมากเมื่อว่ายน้ำปกติ แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องการล่าเหยื่อก็สามารถเร่งความเร็วได้ มักพบหากินอยู่ในแนวปะการัง หรือบริเวณพื้นทะเล กินเหยื่อขนาดเล็กที่ไม่ต้องใช้ความเร็วในการไล่ล่า แต่ต้องว่ายต่อเนื่อง หยุดว่ายได้บ้างเล็กน้อย ได้แก่ปลา หมูสี ปลาทรายขาว ปลาทรายแดง และปลาสลิดหิน
4.Double Emarginated Fin
ครีบหางเว้าแบบปีกกา : มี curve เว้าสองจุด มักจะพบในปลาที่ว่ายน้ำหาเหยื่อไปเรื่อยๆ หรือลอยรอเหยื่อบริเวณผิวน้ำ ตัวอย่างปลาที่มีครีบหางชนิดนี้ที่เห็นได้โดดเด่นก็คือ ปลาน้ำดอกไม้หรือปลาสาก
5. Truncated Fin
ครีบหางตัดตรง : อาจมีส่วนเว้าบางเล็กน้อย ปลาที่มีครีบหางชนิดนี้มักจะว่ายน้ำอย่างช้า แต่จะใช้ความเร็วได้ในระยะสั้นๆในการจับเหยื่อ ส่วนมากจะเป็นปลาที่ล่าเหยื่อกลางน้ำ และปลาที่หากินตามแนวปะการัง เช่น ปลากะพงแดง ปลาวัว และปลาผีเสื้อบางชนิด
6.Rouned Fin
ครีบหางใบพัดหรือครีบหางกลม : ปลาที่มีครีบหางแบบนี้เริ่มที่จะเป็นปลาที่นิ่งอยู่กับที่และมีพฤติกรรมล่าเหยื่อแบบซุ่มโจมตี จะไม่ค่อยว่ายน้ำนัก ส่วนมากจะเป็นปลาที่กินอาหารตามพื้นท้องน้ำ เช่นปลาปักเป้า ปลาเก๋าหรือปลาหมอทะเล
7.Pointed Fin
ครีบหางหยดน้ำ หรือครีบหางใบโพธิ์ : ปลาที่มีหางชนิดนี้จะไม่ค่อยว่ายน้ำนัก มักจะนอนอยู่ตามพื้นท้องน้ำ ครีบหางจะมีหน้าที่แค่เพียงรักษาการทรงตัวในน้ำ และการบังคับทิศทางเท่านั้น ได้แก่ ปลาจวด ปลาบู่บางชนิด
ครีบหางทั้ง 7 ชนิดที่กล่าวมา จะเป็นครีบหางแบบปกติที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป แต่ทั้งนี้ สัตว์ในธรรมชาติมีการปรับตัว ออกแบบในตัวเองสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ในเรื่องของครีบหางก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีการศึกษา
การศึกษาพบว่าการปรับตัวของปลาบางสายพันธุ์ในเรื่องของครีบหางทำให้เราพบครีบหางชนิดที่แปลกใหม่ ที่มีในเฉพาะในปลาสายพันธุ์นี้เท่านั้น ซึ่งมีดังนี้
1. Hypercercal (Heterocercal): การปรับครีบหางชนิดนี้จะมีการเพิ่มขนาดของครีบหางซีกบน ให้ใหญ่กว่าครีบหางซีกล่าง เพื่อทำให้ครีบหางซีกบนมีพื้นที่ผิวในการสัมผัสกับน้ำมากขึ้น ทำให้ความเร็วในการว่ายน้ำเพิ่มขึ้นไปอีก ในขณะที่การลดขนาดครีบหางซีกล่างจะช่วยลดโอกาสที่จะว่ายชนสิ่งกีดขวางต่างๆ
ปลาที่มีครีบหางชนิดนี้ได้แก่ ฉลาม โรนัน และในปลากระดูกอ่อนหลายๆสายพันธุ์
ครีบหางที่มีการปรับเพิ่มขนาดให้ซีกบนใหญ่กว่าซีกล่างเพิ่มสมรรถนะในการว่ายน้ำ ภาพบน : ปลาฉลามภาพล่าง : ปลาโรนัน
2. Hypocercal: จะตรงกันข้ามกับ Heterocercal ซึ่งจะมีการเพิ่มขนาดครีบหางซีกล่างให้ใหญ่กว่าซีกบน เพื่อทำให้สามารถกระโจนขึ้นเหนือน้ำได้(กระโดดขึ้นผิวน้ำ) ใช้ในการหลบหนีศัตรู เช่น ปลานกกระจอก ปลากระทุงเหวแม่ม่าย
ภาพบน: ปลานกกระจอกกระโจนขึ้นเหนือผิวน้ำ ด้วยครีบหางแบบ Hypocercal ภาพล่าง : ปลากระทุงเหวแม่ม่ายมีครีบหางซีกบนเล็กกว่าครีบหางซีกล่าง
3.Isocercal: จะมีลักษณะที่ครีบหาง ไปรวมกับครีบหลัง และครีบก้น เพื่อความคล่องตัวในการอยู่ในพื้นที่แคบๆจึงเป็นปลาที่มักซ่อนตัวอยู่ในโพรงหลืบ เช่น ปลาไหลมอเร่ย์ ปลาลิ้นหมา ปลาดุกทะเลบางชนิด
ตัวอย่างปลาที่มีครีบหางแบบ Isocercal ที่ครีบหางครีบหลังและครับก้นรวมกัน ภาพบน : ปลาไหลมอเร่ย์ ภาพล่าง : ปลาลิ้นหมา
เห็นแล้วว่าการศึกษาเรื่องชนิดของครีบหาง สามารถบ่งชี้ไปถึงข้อมูลทางด้านอื่นๆของปลาชนิดนั้นได้ ซึ่งข้อมูลที่ได้อาจจะเป็นประโยชน์ในการสำรวจศึกษาความหลายทางชีวภาพ หรือเรื่องอื่นๆต่อไปได้
Episode นี้ก็จบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ
สำหรับ Episode หน้าอดใจรออีกนิดนึงครับ
อาจจะเป็นเนื้อหาเบาๆ น่ารักๆ หรือเนื้อหาแบบไหนติดตามที่เพจ Blue Ocean ได้เลยครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Facebook : เรื่องปลาๆในความทรงจำ รูปภาพจาก Wikipedia
18 Jan 2021
#BlueOceanlover
2 บันทึก
2
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย