18 ม.ค. 2021 เวลา 13:59 • อสังหาริมทรัพย์
ปชช. เฮ! แบงก์ชาติปรับหลักเกณฑ์ใหม่ ! กู้สินเชื่อบ้านได้สูงสุด 110%
ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ เรียกสั้นๆ ว่า "แบงก์ชาติ" ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) ใหม่ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกได้ง่ายขึ้นและช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัย เช่น ซื้อเฟอร์นิเจอร์ การต่อเติมหรือซ่อมเเซม เป็นต้น
โดยสามารถขอวงเงินสินเชื่อได้สูงสุดถึง 110%
ใช่ครับ... สูงสุดถึง 110%
สำหรับหลักเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ สินเชื่อบ้านในปัจจุบัน ธนาคารจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทุกธนาคารครับ ภายใต้นโยบายของแบงก์ชาติ
1
หลังจากนี้ไม่ว่าเราจะไปขอสินเชื่อธนาคารไหน ก็ได้รับวงเงินสินเชื่อเหมือนกันครับ ง่ายใช่ไหมครับ ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปถามพนักงานสินเชื่อทีละธนาคาร
ที่เหลือก็แค่เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการกู้ และเงื่อนไขการทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ ที่แต่ละธนาคารเสนอมาแค่นั้น
แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับวงเงินกู้สูงสุด 110% นะครับ ต้องพิจารณาตามเกณฑ์ของ จำนวน "สัญญา" สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยประกอบด้วย
มาครับ... เดี่ยวผมจะอธิบายให้ฟัง
ก่อนอื่นขออธิบายศัพท์เทคนิคของนายธนาคารให้ทราบก่อนนะครับ
คำว่า HL หรือ Home Loan หมายถึง สินเชื่อบ้าน
คำว่า PL หรือ Personal Loan หมายถึง สินเชื่อบุคคล
ส่วนคำว่า LTV หรือ Loan-to-value หมายถึง อัตราส่วนสินเชื่อต่อราคาบ้าน
เช่น หากเราต้องการซื้อบ้านราคา 2 ล้านบาท และธนาคารให้กู้ LTV = 90% หมายความว่าเราจะกู้ได้แค่ 1.80 ล้านบาท ( 2 ล้าน x 90%) และต้องวางเงินดาวน์หรือจ่ายเงินส่วนต่างเอง 2 แสนบาท หรือ 10% ครับ
หลักเกณฑ์การให้วงเงินสินเชื่อ หรือ LTV ในปี 2564 แบงก์ชาติได้แบ่งตามราคาบ้าน ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ โดยยึดราคาบ้านเป็นเกณฑ์ ดังนี้
(1) ราคาบ้าน < 10 ล้านบาท
(2) ราคาบ้าน > 10 ล้านบาท หรือ เท่ากับ 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดรายละเอียดปลีกย่อย ตามจำนวนสัญญา(สินเชื่อบ้าน) ที่ยังผ่อนอยู่ ออกเป็น 3 แบบ ซึ่งผมขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
- สัญญาที่ 1
- สัญญาที่ 2
- สัญญาที่ 3 เป็นต้นไป
(1) สำหรับราคาบ้าน < 10 ล้านบาท
สัญญาที่ 1 : LTV = 110%
โดยแบ่งออกเป็นสินเชื่อบ้าน (HL) 100% และ อีก 10% เป็นสินเชื่อบุคคล (PL) สำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตกแต่ง ซ่อมแซมบ้าน
คำว่าสัญญาที่ 1 หมายถึง การกู้ซื้อบ้านหลังแรก ในกรณีที่เรายังไม่เคยกู้ยืมเงินสินเชื่อบ้านมาก่อนเลย
และอีกกรณี หมายถึง เราเคยมีสินเชื่อบ้านและปัจจุบันได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นหรือปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ก็ถือว่าครั้งนี้เป็นสัญญาที่ 1 เช่นเดียวกันครับ
ยกเว้น ! กรณีปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง , ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน และ Refinance จากสถาบันการเงินอื่น ไม่สามารถกู้วงเงิน Top Up 10% ได้
สัญญาที่ 2 : LTV 80% หรือ 90%
สัญญาที่ 2 หมายถึง ปัจจุบันเรามีสินเชื่อบ้านอยู่เดิม และ ยังคงผ่อนชำระอยู่กับธนาคาร หรือ สถาบันการเงินต่างๆ รวมถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย
หลายคนคงสงสัยว่า อ้าว... แล้วสรุปจะกู้ได้ 80% หรือ 90% กันแน่
แบงค์ชาติกำหนดหลักเกณฑ์ไว้แบบนี้ครับ
หากเรากำลังผ่อนสินเชื่อบ้านอยู่ แต่ผ่อนมาแล้วมากกว่า หรือ เท่ากับ 2 ปี ขึ้นไป เราจะสามารถกู้ได้สูงสุด LTV = 90%
แต่หากเราพึ่งผ่อนสินเชื่อบ้านมาไม่ถึง 2 ปี เราจะสามารถกู้ได้สูงสุด LTV = 80%
สัญาที่ 3 เป็นต้นไป : LTV 70%
สำหรับใครที่มีสินเชื่อบ้านอยู่แล้ว 2 หลังขึ้นไป ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันเลยครับ คือสามารถกู้ได้สูงสุดไม่เกิน LTV = 70% หมายความว่า เราต้องหาเงินดาวน์หรือจ่ายส่วนต่างเอง 30%
(2) สำหรับราคาบ้าน > 10 ล้านบาท หรือ เท่ากับ 10 ล้านบาท
มีลักษณะการพิจารณาคล้ายๆ กับราคาบ้าน < 10 ล้านบาท โดยแตกต่างกันที่สัญญาที่ 2 ธนาคารจะไม่นำระยะเวลากู้ของสัญญาแรกมาคิด
โดยมีรายละเอียดสัดส่วนวงเงินดังนี้
สัญญาที่ 1 : LTV = 90%
สัญญาที่ 2 : LTV = 80%
สัญญาที่ 3 : LTV = 70%
ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 ม.ค.63 เป็นต้นไป
วัตถุประสงค์ ของการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวก็เพื่อ ควบคุมดูแลไม่ให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ผู้ที่อยากมีบ้านสามารถเป็นเจ้าของบ้านในราคาที่เหมาะสม ไม่แพงเกินจริง และผู้ซื้อมีการออมเงินก่อนการกู้ตามสมควร
ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมกดติดตาม กด Like กด Share เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ The Banker Talks ด้วยนะครับ :)
ตอนนี้ The Banker Talks มีช่อง Youtube แล้วครับ ฝากติดตามตามให้กำลังใจกันได้ที่...
โฆษณา