18 ม.ค. 2021 เวลา 17:36 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ต้นปี 2564
ท่ามกลางกระแสโควิท-19 ที่ยังคงเป็นปัญหาของมวลมนุษยชาติ อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม การใช้ชีวิตของผมและหลายๆ คน อย่างพลิกฝ่ามือ ถึงแม้ว่าถ้านับเวลาที่โควิท-19 กำเนิดก็กินเวลามาครบปีกว่าๆ แล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการปรับตัวก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา
1
หนึ่งในการปรับตัวคือ การลงทุนในตลาดหุ้น
1
หุ้นหลายๆตัวที่เคยมีอนาคตที่สดใส ถูกเตะตัดขา อย่างโหดร้าย เช่นMint ซึ่งมีการลงทุนกระจายความเสี่ยงไปยังภูมิภาคต่างๆของโลก แต่กลับกลายเป็นว่าหลังโลกมีการอุบัติขึ้นของโควิท แทนที่จะเป็นการกระจายความเสี่ยงกลับกลายเป็นเป็นการเปิดหน้ารับหมัดทุกทิศทุกทางแทน
1
หุ้นสายการบิน ล้มละลายกันเป็นทิวแถว
ในขณะหุ้นที่มาแรง ได้แก่หุ้นสินเชื่อ โรงไฟฟ้า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับรถEV หุ้นถุงมือยาง เเละหุ้นที่ไม่โดนผลกระทบจากโควิทเป็นต้น
2
มุมมองการลงทุนปีนี้
มองว่า การเติบโตในเมืองไทยต่อไปในอนาคตน่าจะยากมาก ทั้งในเรื่องโครงสร้างของอายุประชากร ค่าแรงขั้นต่ำ รัฐบาล การกีดกันทางการค้าจากกลุ่มประเทศ ตะวันตก
ดังนั้นจึงจะขอแปะ หุ้นที่ตัดสินใจลงทุนในปีนะและจะทำการ ประเมินperformance และอัพเดทเป็นระยะๆ
2
ADVANC หุ้นAIS การลงทุนก้อนใหญ่ใน5Gไปแล้วต่อจากนี้น่าจะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวกำไรไปยาวๆ ดึงเข้ามาเพื่อลุ้นในการต่อยอดของธุรกิจที่น่าจะไปได้หลายทางเพราะเป็นหุ้นเทคโนโลยี และคนแก่สมัยนีติดyoutube มาก อีกทั้งยังคาดหวังเงินปันผลน่าจะมี6% อย่างต่ำเมื่อเปิดประเทศ
Key point
- จะกลับตัวแรงเมื่อสถาณการณ์กลับมาปกติ
- สอดคล้องวิถีชีวิตแบบ New normal
- การลงทุนก้อนใหญ่ผ่านไปอล้ว ได้เวลาตักตวง
- การต่อยอดธุรกิจในด้าน cloud system
4
BBL ดึงเข้ามาเพื่อเป็นCash cow ให้กับพอทด้วยอัตราการปันผลที่น่าจะอยู่ระดับ6%ขึ้นไปในอนาคต พ่วงไปถึงการเติบโตที่ได้เข้าไปลงทุนในอินโดนีเซีย ที่มีประขากรสูงติดอันดับของโลก และน่าจะมีการเติบโตของเศรษฐกิจ ตีคู่ไปกับเวียดนาม
Key point
-ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ดี ในด้านproduct ทางการเงินต่างๆ
- รองรับการเติบโตในอินโด
- กระแสเงินสดเหลือเฟือมาก
- แต่ละปีรับปันผลสม่าเสมอ ที่ราคานี้น่าจะมี6-10% ในอนาคต
3
OSP อีกตัวที่ดึงเข้ามาเพราะมีการกระจายพอทลงทุนไปยังพม่าและกลุ่มอาเซียนรวมไปถึงการได้รับผลกระทบจากโควิทไม่มากมาย ถ้าทุกอย่างกลับมาปกติ ตัวนี้น่าจะมีการเติบโตสูงพ่วงไปกับ% เงินปันผลน่าจะประมาณ3% จึงเป็นหุ้นที่เราเอามาติดพอทไว้
Key point
- โรงงานที่พม่าเริ่มเดินเครื่อง
- มีโรงแก้วเองที่พม่าและเป็นโรงเดียวที่นั่น
- มีการrecycle บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นtrend ที่กำลังมา
- เริ่มมีการทำ อีคอมเมิร์ช และเครื่องสำอางค์
- วงจรเงินสดติดลบ พระเจ้านี่มัน7-11 รึเปล่าเนี่ย
1
SCGP เริ่มเข้าที่ราคาสูงแล้ว แต่คิดว่าน่าจะเป็นหุ้นเจ้าใหญ่ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ในตลาดอาเซียน ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อาเซียนเองนี่แหละที่จะกลายเป็นฐานการผลิตใหญ่ให้กับโลกในอนาคตในทุกๆธุรกิจ
1
ที่สำคัญเค้าเริ่มกินตลาดเวียดนามและอินโดเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เรามองตัวนี้เป็น หุ้นเติบโต เลยต้องมีติดพอทไว้ กันการเสียใจในอนาคต
Key point
- เป็นธุรกิจที่ซัพพอร์ทให้SCC ทั้งระบบเมื่อSCCโต ยิ่งโตตาม
- เพิ่งเทค บริษัทแพคเกจจิ้งในเวียดนาม และมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มอย่างมีนัยยะ
1
Stark หุ้นเติบโตที่เข้ากับเมกะเทรนทั้งเครื่องรถEV โครงสร้างพื้นฐาน มีการซื้อโรงงานในเวียดนาม และแผนการควบรวมที่มีมาเรื่อยๆ ผู้บริหารมีจิตวิทยาในการทำราคาหุ้น จิ้มตัวนี้ก็เพราะ คิดว่าน่าจะเป็นหุ้นหลายเด้งในอนาคตอันใกล้นี้ แล้วเดี๋ยวลองมาดูกันว่าเราจะผิดถูกหรือผิด
Key poin
- Top 15 ขายสายไฟในโลก
- มีผลิตภัณ์เล็กสุดจนถึงใหญ่สุดของสายไฟ
- รองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐหลังโควิท ด้วยเมกะโปรเจคต่างๆ
- รองรับการโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมของเวียดนาม
2
Thai เป็นการBET ที่ผมมีความมั่นใจมากกว่า 80% ว่าน่าจะสามารถทำกำไรได้เป็น100% ค่อนข้างจะแน่นอน
Key point
- คู่แข่งล้มหายตายจากหมด อะไรจะเกิดขึ้น
3
TPAC หุ้นผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ที่มีการกระจายการลงทุนไปอินเดีย UAE ซึ่งไปได้ดี เป็นเจ้าเดียวในไทยที่มีกำลังการผลิตขวด recycle พลาสติก ที่ต่อไปจะเป็นข้อเรียกร้องพื้นฐานสำคัญของขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุผลิตภัณฑ์ ในการที่จะเอาของเข้าไปขายในUS และกลุ่มประเทศยุโรป
1
มองว่ามีโอกาสที่จะโตสูงมาก ทั้งในไทย อินเดีย และUAE ที่สำคัญมีบริษัทแม่คือ IVL คอยซัพพอร์ทอีกขั้น และโควิทแทปไม่มีผลต่อการเติบโตของเค้าเลย ของมันต้องมีจริงๆ
Keypoint
- ต้นทุนต่ำ ทำplastic recycle packaging ได้ตามวอลุ่มของลูกค้า
- กินตลาดใหญ่ๆ ในไทย เครื่องดื่ม ผลิภัณธ์ที่ต้องใช้แพคเกจจิ้งพลาสติค TPAC มีเอี่ยว
- แนวโน้มการโตในอินเดีย และ UAE
- IVL โต TPAC โต
2
โฆษณา