Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Blue Ocean (บลู โอเชี่ยน)
•
ติดตาม
19 ม.ค. 2021 เวลา 15:58 • สิ่งแวดล้อม
Episode#4
"ศึกสายเลือดพี่น้อง"
ผู้ชนะเท่านั้น ที่จะได้ท่องโลกกว้าง
สำหรับเนื้อหาในวันนี้ค่อนข้างที่จะดูรุนแรงนิดนึงนะครับ แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เกี่ยวกับการถือกำเนิดของฉลามสายพันธุ์หนึ่งในท้องทะเลที่มีชื่อว่า ฉลามเสือทราย (Sandtiger Shark)
มาทำความรู้จักกับฉลามสายพันธุ์นี้กันก่อนครับ..
ฉลามเสือทรายเป็นฉลามที่มีขนาดใหญ่ ตัวเต็มวัยจะมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 2 -3 เมตร น้ำหนักราวๆ 100 - 150 กิโลกรัม มีลำตัวสีเทาอมน้ำตาล ถิ่นที่อยู่อาศัยจะพบได้ในทะเลเขตอบอุ่นและเขตร้อนทั่วโลก เป็นฉลามที่รักสงบ ไม่ทำร้ายมนุษย์ จึงเป็นฉลามสายพันธุ์ที่นิยมนำมาจัดแสดงโชว์ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วโลก อาหารโดยทั่วไปจะเป็นปลาที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยใช้ฟันที่มีรูปร่างคล้ายส้อม ในการจับเหยื่อ และดูดอาหารเข้าไปทั้งตัว จะไม่สามารถฉีกกัดเหยื่อให้ขาดเป็นชิ้นๆได้ โดยฟันของฉลามเสือทรายจะมีอยู่ในปากราวๆ 300 ซี่ วางตัวซ้อนกัน 2-3 ชั้น เป็นฟันที่ไม่มีระบบรากฟันจึงหลุดออกได้ง่ายมาก เมื่อฟันชั้นนอกสุดหลุดออกมา ฟันที่อยู่ชั้นในจะมาแทนที่
ภายใน 6-12 ชม. โดยตลอดชีวิตฉลามเสือทรายจะมีฟันทั้งหมดราวๆ 30,000 ซี่
และนั่นคือข้อมูลเบื้องต้นของฉลามเสือทราย แต่ใน Episode นี้จะเล่าถึงการถือกำเนิดของเจ้าฉลามเสือทรายว่า กว่าจะได้มาเป็นฉลามเสือทราย 1 ตัว หนุ่มน้อยจะต้องผ่านอะไรมาบ้างก่อนที่จะได้ออกสู่ท้องทะเล
ฉลามเสือทรายเวลาออกลูก จะออกลูกมาเป็นไข่ แต่ไข่ของฉลามเสือทรายจะไม่ถูกปล่อยออกมาฟักภายนอกตัวแม่ เมื่อปฏิสนธิกับน้ำเชื้อพ่อแล้วก็เหลือเพียงแค่รอเวลาที่จะฟักออกมาเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนทุกอย่างตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงไข่ฟัก จะเกิดในที่ๆเดียว คือท้องแม่
หลังจากนั้นตัวอ่อน (embryo)
จะพัฒนาในร่างกายแม่บริเวณท่อนำไข่ (oviduct) กระบวนการนี้เรียกว่า histotrophic viviparity แม่จะรักษาตัวอ่อนในท้องให้แข็งแรงก่อน จึงปล่อยให้มันออกไปดูโลกกว้าง
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ก็คือ...
ย้อนไปในปี 1948 นักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งได้นำฉลามเสือทรายมาทดลอง เขาใช้มือล้วงไปในท่อนำไข่ของฉลามเพศเมียตัวหนึ่งที่กำลังตั้งท้อง
ในขณะที่เขาล้วงเข้าไปในท่อนำไข่ เขาได้รับการบาดเจ็บเหมือนเกิดจากการถูกของมีคมบาด ด้วยความสงสัยเขาจึงเปิดท่อนำไข่ของฉลามดู ปรากฏว่ามีตัวอ่อนฉลามที่พัฒนาเกือบสมบูรณ์อยู่ปะปนกับไข่ที่ยังไม่ได้ฟัก และที่น่าทึ่งไปอีกเมื่อเจ้าตัวอ่อนฉลามกำลังกินไข่ใบอื่นๆ หรือกินตัวอ่อน
ที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างหิวกระหายทั้งๆ อยู่ในท้องแม่ พฤติกรรมนี้เรียกว่า adelphophagy รากจากภาษากรีกที่หมายถึง ‘Brother eating’ เป็นหนึ่งในกลไกที่พี่น้องกินกันเอง (sibling cannibalism) ที่พบเห็นได้ในธรรมชาติ
แม้จะดูทารุณ แต่การที่พี่น้องกินกันเองกลับเพิ่มโอกาสรอดให้กับฉลามเสือทรายอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้นศักยภาพการล่าของฉลาม
อาจสูญเสียไป และทำให้ถูกผู้ล่าในธรรมชาติที่เหนือกว่ากินไปในขณะยังเยาว์ จากเหตุผลที่ว่า ท่อนำไข่ของแม่ฉลามนั้นให้กำเนิดลูกฉลามในหลาย
stage ได้ เมื่อตัวอ่อนลูกฉลามใช้สารอาหารจากไข่แดงจนหมด มันจะเริ่มกินไข่ใบอื่นๆ ที่ใกล้เคียง และหากไข่ใบอื่นหมดอีก ก็จะเริ่มกินตัวอ่อนฉลามกันเองที่อ่อนแอกว่า จนกระทั่งเหลือลูกฉลามเพียง 2 ตัวเท่านั้น ที่จะไหลมาอยู่ในท่อนำไข่แต่ละข้างและมีโอกาสรอดสู่โลกภายนอก
การกินกันเองในพี่น้อง (sibling cannibalism) จึงเป็นประโยชน์ต่อฉลามทรายในการมีชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมจริงที่มีการแข่งขันสูง และสามารถต่อกรกับผู้ล่ารายอื่นได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ทำให้ได้ฉลามรุ่นต่อไปมีร่างกายพร้อม ทักษะการล่าเป็นเลิศ สามารถถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดีในหมู่ฉลามเสือทรายต่อไปได้ เพราะมันฆ่าผู้อ่อนแอในท้องเดียวกันเสียตั้งแต่แรกแล้ว
จากที่กล่าวมาทั้งหมด หลายท่านอ่านแล้วอาจจะรู้สึกทารุณ และน่าสงสารตัวอ่อน หรือไข่ที่ถูกกินไป แต่โลกนั้นมีการคัดสรรผู้ที่เหมาะสมที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกที่โหดร้ายใบนี้ เพราะลองคิดดูว่าสัตว์สายพันธุ์อื่นที่มีการวางไข่และฟักนอกตัวแม่ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ไม่อาจจะรู้ได้ว่าจะต้องเจอกับอะไร ดีไม่ดีไข่ที่กำลังรอฟักอาจถูกนักล่าอื่นๆกินหมดเลยก็ได้
ฉะนั้นธรรมชาติคัดสรรมาแล้วครับ อย่างไรก็ตามสัตว์ทุกชนิด แม่รักลูก หวงลูก เหมือนกันหมดครับ ฉลามเสือทรายก็เช่นกัน เพียงแต่วิธีการนั้นอาจจะดูโหดไปแค่นั้นเองตามนิสัยนักล่า
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก: thematter.co
19 Jan 2021
#Blueoceanlover
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย