21 ม.ค. 2021 เวลา 23:00 • ไลฟ์สไตล์
กล้าป่ะ !! 😳😳
ตอนเด็ก ยายเล่าให้ฟังบ่อยๆว่า ในหนังสือมหาชาติ ที่ยายเคยอ่าน เขียนถึงโลกในอนาคตไว้ว่า ต่อจากนี้ไป โลกจะศิวิไลซ์ น้ำจะมาหาถึงบ้านโดยไม่ต้องไปตัก แสงไฟจะสุกสว่างโดยไม่ต้องใช้แสงจากตะเกียง ผู้คนจะสวยงามเหมือนกันไปหมด จนทำให้ผิดลูกผิดเมียกัน เมื่อจะเดินทางก็จะใช้เวลาเพียงนิดเดียว เมื่อคิดถึงกันแต่อยู่ห่างไกลกัน จะพูดคุยกันได้ เห็นหน้าเห็นตากันได้โดยไม่ต้องเดินทางไปหากัน จะมีโรคระบาดคร่าชีวิตผู้คนมากมายและท้ายที่สุดก็จะมีไฟบรรลัยกัลป์ มาล้างโลก และจะคงเหลือรอดแต่ผู้ที่มีบุญ จำนวนไม่มากนัก เพื่อสร้างโลกใหม่ขึ้นมาทดแทน
ทุกคำที่ยายเล่า เราเอามาเรียบเรียง จากอดีต ถึงปัจจุบัน มันชักจะเข้าเค้าเอาทุกที หลายๆเรื่องชักเริ่มจะจริง ตามที่ยายบอกเล่า จนในวันนี้ เกิดโรคระบาด ทำให้นึกถึงคำพูดของยาย ที่ไม่ได้อยู่เล่าตอนต่อไป ให้ฟังได้อีกแล้ว
หากมองในแง่วิทยาศาสตร์ ง่ายๆเลยก็คือ จำนวนประชากรโลก มันมากเกินไปแล้ว ธรรมชาติจึงพยายามสร้างความสมดุลย์ จนทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่ ที่ไม่มียารักษา มาคัดเลือก และทดสอบกับมนุษย์ ว่าใครอ่อนแอ ก็จะถูกคัดออก ใครแข็งแรง ก็จะยังคงอยู่
ดังนั้น วันนี้ไวรัสจึงมาเยี่ยมเยือน ทำให้ผู้คนหวาดวิตก และวัคซีนจึงถูกเร่งผลิตออกมา เพื่อระงับ ยับยั้งโรคร้าย กันอย่างเร่งรัด และเร่งรีบ หวังเพียงเพื่อจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของโรคให้เร็วที่สุด
และด้วยความรีบเร่งนี่เอง เราจึงไม่สามารถ รอผลทดสอบ อาการข้างเคียง เมื่อรับวัคซีนไปแล้ว ได้อย่างชัดเจนเพียงพอ จึงเป็นข้อถกเถียงกันเป็นวงกว้างว่า หากคุณได้สิทธิ์รับการฉีดวัคซีนในตอนนี้ จะมีความเสี่ยงกับผลข้างเคียงหรือไม่
อย่างที่เห็นในหน้าข่าวทุกแขนง มักจะกล่าวถึง ชื่อเสียงเรียงนามของวัคซีน และผู้ผลิตรายใหญ่ๆ ซึ่งตอนนี้มี 4 ยี่ห้อดัง ตามข้อมูลด้านล่าง
🔸วัคซีน BNT162b2 ของ BioNTech-Pfizer ซึ่งเป็นการร่วมวิจัยระหว่างบริษัท Bio NTech ของเยอรมัน และ บริษัท Pfizer ของอเมริกา ซึ่ง % น่าเชื่อถือมีถึง 95%
🔸วัคซีน mRNA-1273 Moderna เป็นอีกบริษัทของอเมริกา % ความน่าเชื่อถือมีถึง94.1%
🔸วัคซีน ChAdoX1 ของ Oxford/Astrazenecaซึ่งเป็นการร่วมวิจัยระหว่างบริษัท AstraZeneca ประเทศอังกฤษและมห่วิทยาลัย Oxford ซึ่ง % น่าเชื่อถือ 60- 90%
🔸วัคซีน CoronaVac จากบริษัท Sinovac ของประเทศจีน ซึ่งมีการนำไปทดลองประสิทธิภาพจากประเทศตรุกีได้ 91.25% และประเทศบราซิล น้อยกว่า 50 %
อย่างไรก็ตาม วัคซีน 3 รายแรกได้มีการทดลองผลข้างเคียงในระยะสามแล้ว ส่วนรายที่ 4 ที่ผลิตจากจีน ยังทดลองผลข้างเคียงไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็อนุญาติ ให้นำออกจำหน่ายจ่ายแจก ไปใช้งานกันแล้วจำนวนหนึ่งแล้วในต่างประเทศ😳😳
และยังไม่มียี่ห้อไหน ยืนยันได้ว่า เมื่อฉีดวัคซีนไปแล้ว วัคซีน จะสามารถควบคุมเชื้อร้าย ได้นานแค่ไหน และเมื่อไหร่ ที่จะต้องฉีดซ้ำอีกหรือเปล่า
ฉีดแล้ว มันจะครอบคลุม Covid ทุกสายพันธ์ุไหม ทุกอย่างคือสิ่งที่ต้องรอดูทั้งสิ้น
และไม่ว่าวัคซีนยี่ห้อไหนๆ ก็ยังถือว่ามีการทดสอบการใช้ ในสัตว์ทดลองและทดสอบในมนุษย์ เป็นระยะเวลาช่วงสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งแน่นอน ผลข้างเคียงต่างๆ มันอาจจะมีตามมาทีหลัง หรืออาจจะไม่มี อะไรเลยก็ได้ อันนี้ไม่สามารถคาดเดาได้เลย
ในตอนนี้ มีการส่งวัคซีนฉีดให้กับประชากรในหลายๆประเทศบ้างแล้ว และเริ่มมีข่าวลือมาชุกชุม หนาหู มาเขย่าขวัญชาวโลกถึงผลข้างเคียงของวัคซีนหลังจากฉีดให้ผู้คนแล้ว มีผลข้างเคียง อาทิเช่น
🔹นอร์เวย์เผยข้อมูลผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน หลังเข้ารับวัคซีนป้องกัน COVID-19
🔹ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ พบผู้มีอาการแพ้รุนแรงอย่างน้อย 21 คน จากการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19
🔹สหรัฐพบผู้รับวัคซีนPfizer BioNTech มีผลข้างเคียงเกือบ 4,400 ราย
🔹อินเดียพบผู้รับวัคซีน เกิดอาการไม่พึงประสงค์ กว่า 400 ราย
ด้วยข้อมูลข่าวสารที่กระจายฟุ้ง ท่ามกลางห้วงเวลา ที่จะต้อง มีการเข้ารับวัคซีน ในเร็วๆนี้แล้ว จึงทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่า จะฉีดดี หรือจะรักษาตัวเองดีๆ ด้วยตัวเอง โดยยังไม่รับวัคซีน อันไหนจะเสี่ยงกว่ากัน
📌 เอางัยดีล่ะ คนเขียนยังสองจิตสองใจ😩😩
📌 เนื่องจากดูหนังซอมบี้บ่อย เลยนั่งมโนไปว่า หากผลข้างเคียง ทำให้เป็นซอมบี้ เดินกันทั่วเมือง 😳😳จะดีเหรอ เอ..แต่ก็ไม่แน่ วัคซีนอาจมีผลข้างเคียง ทำให้กลายร่างเป็น Wonder Woman ขึ้นมาก็ได้ เอางัยดี จะฉีดหรือไม่ฉีด😂😂
📌 เอาน่ะ กว่าจะถึงคิวเรา ก็คงปีหน้า อย่างน้อยๆ ก็น่าจะยืดเวลา ดูผลข้างเคียง ได้อีกสักหน่อย😊สวยเลือกได้ หรือว่าอาศัยอยู่ในประเทศอันไกลโพ้นนน😁พยายามหาคำตอบอยู่
โฆษณา