23 ม.ค. 2021 เวลา 03:39 • ประวัติศาสตร์
ชวนคิดพิศนามเมือง (สมุทรสาคร ตอนที่ 2)
เมื่อตอนที่แล้ว ผมได้นำเรื่องตามนิราศเมืองเพชรของท่านสุนทรภู่ มาเล่าต่อให้ท่านผู้อ่านและตอนนี้ก็จะเป็นภาคต่อของการเดินทาง ซึ่งผมขอกำหนดให้อยู่ในเขตจังหวัดสมุทรสาครปัจจุบัน และขอเริ่มต้นการเดินทางด้วยบาทสุดท้าย และบทต่อดังนี้ครับ
"จนน้ำขึ้นครื้นเครงเป็นคราวเรือ
บ้างถอนหลักชักถ่อหัวร่อร่า
บ้างก็มาบ้างก็ไปทั้งใต้เหนือ
บ้างขับร้องข้อสำเนียงจนเสียงเครือ
ต่างเลี้ยวเรือลงหน้าบ้านท่าจีน"
กลอนที่ผมยกมาข้างต้นนี้ แสดงให้เห็นถึงการสัญจรในยุคก่อนที่ใช้ทางเรือเป็นหลัก พอจังหวะน้ำขึ้นก็ได้เวลาเรือแล่น ที่นี้พอออกแล่นพร้อมกันจะทำอย่างไรเพื่อให้สัญญาณ ผมเข้าใจว่าชาวเรือแต่ละคนแต่ละพื้นที่คงจะมีบทขับร้องประกอบการแจวการพาย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ขอฝากท่านผู้รู้ช่วยมาตอบด้วยนะครับ
ในการเดินทางต่อนั้น จะใช้เส้นทางคลองสุนัขหอน และคลองสามสิบสองคดซึ่งคลองนี้เป็นคลองที่เชื่อมแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง (บริเวณปากอ่าว)เข้าด้วยกัน เท่าที่ผมหาข้อมูลเพิ่มปัจจุบันคลองทั้งสองถูกเรียกด้วยชื่อ "คลองสุนัขหอน" หมดทั้งเส้นแล้ว ด้วยสภาพที่ลุ่มต่ำทำให้ลำคลองมีความคดเคี้ยวมาก ดังเช่นชื่อบ้านตำบลตรงปากคลองท่าแร้งกับคลองสุนัขหอนมีชื่อว่า "บางน้ำวน" ประกอบกับอาจมีเชิงเลนตะกอนทำให้บางช่วงเกิดความตื้นเขินส่งผลต่อการเดินเรือ จะเห็นได้จากบทพรรณาที่ท่านสุนทรภู่กล่าวไว้ ตรงนี้เองน่าสังเกตว่าเหตุใดในทุกบทกวีของท่านจึงมักเปรียบเทียบความคดงอกับจิตใจมนุษย์ อาจจะเป็นประสบการณ์ชีวิตจริงของท่าน หรือเพียงแต่สอนบอกให้เราไม่ประมาทก็สุดแล้วแต่ ซึ่งผมขออนุญาตนำมาเล่าต่อดังนี้ครับ
3
"ถึงคลองนามสามสิบสองคดคุ้ง
ชวากวุ้งเวียนซ้ายมาฝ่ายขวา
ให้หนูน้อยคอยนับในนาวา
แต่หนึ่งมาถ้วนสามสิบสองคด
 
อันคดอื่นหมื่นคดกำหนดแน่
เว้นเสียแต่ใจมนุษย์สุดกำหนด
ทั้งลวงล่องอเงี้ยวทั้งเลี้ยวลด
ถึงคลองลดก็ยังไม่เหมือนใจคน
ถึงปากช่องคลองชื่อสุนัขหอน
ทั้งเรือแพแลสลอนเสลือกสลน
ต่างแขงข้อถ่อค้ำที่น้ำวน
คงคาขันขุ่นตื้นแต่พื้นเลน"
คลองสุนัขหอน
สภาพบ้านเมืองตลอดลำคลองนี้ ก็มักจะทำประมงและอุตสาหกรรมในครัวเรือเป็นหลัก ชื่อบ้านตำบลบางแห่งก็ยังใช้มาจนปัจจุบัน เช่น บ้านบ่อ(บ่อใต้)เต็มไปด้วยต้นจาก บริเวณคลองท่าแร้งเป็นที่อยู่ของชาวประมง ตรงปากคลองมีกองฟื้นขนาดใหญ่ ชื่อบ้านตำบลบางแห่งผมไม่สามารถค้นเจอได้เช่น "บางขวาง" บริเวณนี้ท่านสุนทรภู่บรรยายไว้ว่าชาวบ้านมีอาชีพทำนาเกลือ หากท่านใดมีข้อมูลว่า "บางขวาง" คือบริเวณใดในปัจจุบันก็บอกเล่ากันบ้างนะครับ
ท่านสุนทรภู่ เป็นปราชญ์ที่แท้จริงครับ ท่านเล่าถึงวงจรชีวิตปูไว้ด้วยครับ ซึ่งผมก็จะขอยกมาเล่าต่อดังนี้ครับ
"โอ้เอนดูปูไม่มีซึ่งศรีษะ
ท้าวระกะก้อมโกงโม่งโค่งขัน
ไม่มีเลือดเชือดฉะปะแต่มัน
เปนเพศพันธุ์ไร้ผัวเพราะมัวเมา
แม้นเมียออกลอกคราบไปคาบเหยื่อ
เอามาเผื่อภรรยาเมตตาเขา
ระวังดูอยู่ประจำทุกค่ำเช้า
อุสาห์เฝ้าฟูมฟักเพราะรักเมีย
ถึงทีผัวตัวบอกพอออกคราบ
เมียมันคาบคีบเนื้อเป็นเหยื่อเสีย
จึงเกิดไข่ไร้ผัวเที่ยวยั้วเยี้ย
ยังแต่เมียเคลื่อนคล้อยขึ้นลอยแพ"
กลอนสามบทที่ยกมานี้ หากท่านใดมีความรู้เรื่องธรรมชาติของปู สามารถมาเพิ่มเติมข้อมูลหรืออธิบายขยายความต่อก็จะเป็นประโยชน์มากทีเดียวครับ
เอาล่ะครับ ชวนคิดพิศนามเมือง ตอนสมุทรสาคร ก็คงจะจบลงเพียงเท่านี้ ตอนต่อไปก็อาจจะเป็นสมุทรสงคราม เพชรบุรี หรือย้อนไปที่กรุงเทพ ผมยังไม่ขอรับปาก ณ จุดนี้ครับ แต่ที่ยกสมุทรสาครขึ้นมาก่อนเพราะอยากส่งกำลังใจช่วยพี่น้องชาวสาครบุรี ให้ผ่านพ้นวิกฤตการระบาดของ covid - 19 ไปได้ด้วยดีครับ
โฆษณา