Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Another Dot
•
ติดตาม
28 ม.ค. 2021 เวลา 05:00 • ปรัชญา
ถ้าอยากเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องทนได้กับการ "หวานอมขมกลืน"
ช่วงที่ผ่านมาผมได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอย่างจริงจัง จนได้พบว่าสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่งก็คือ "น้ำตาล" ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งโรคที่ผู้คนในยุคปัจจุบันต้องทนทุกข์ทรมาณอย่างมาก ทั้งเบาหวาน ความดันสูง ตับแข็ง โรคหัวใจ มะเร็ง (ส่วนแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นขั้นสุดของน้ำตาล คงไม่ต้องพูดถึงพลังแห่งการทำลายล้างที่สูงยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว)
สิ่งที่ผมสะดุดใจในเรื่องการลดน้ำตาลเพื่อมีสุขภาพที่ดี คือคำแนะนำของแพทย์ท่านหนึ่งที่กล่าวไว้อย่างติดตลกว่า "ถ้าคุณเป็นเบาหวาน แต่อยากกินของหวานจนอดใจไม่ไหว ก็แค่อมไว้ในปากให้มีความสุขที่ลิ้น แล้วก็คายออกมาละกัน"
คำพูดนี้ทำให้นึกถึงสำนวนไทย ที่สมัยนี้ไม่ค่อยจะได้ยินใครพูดถึงในวันนี้ คือคำว่า "หวานอมขมกลืน" ซึ่งเมื่อก่อนผมจะนึกถึงคนที่ต้องทนทุกข์ในความยากลำบากบางอย่างจนกว่าจะผ่านมันไปได้ แต่พอได้ยินคำแนะนำของแพทย์ท่านนี้แล้ว จึงคิดว่าสำนวนนี้ได้สะท้อนภูมิปัญญาของคนในอดีตได้เป็นอย่างดี
การอดใจต่อ "ความหวาน" ยังสามารถนำไปใช้ในมิติอื่นของชีวิต นอกเหนือจากการดูแลสุขภาพให้มีอายุยืนนานได้อีกด้วย
ยอมที่จะอม "ความเห็นแก่ตัว" เพื่อกลืน "การเสียสละ" ให้คนที่เรารัก
นิยามหนึ่งของ "ชีวิตที่ดี" ก็คือการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนที่รายล้อมในชีวิต ทั้งในระดับครอบครัว เพื่อนฝูง ที่ทำงาน และสังคม
ซึ่งราคาที่เราต้องจ่ายสำหรับความสัมพันธ์อันดีนี้ ก็คือการยอมลดความเห็นแก่ตัวที่ยึดเอาความต้องการ อารมณ์ ความรู้สึก ผลประโยชน์ ของตนเองเป็นใหญ่
แน่นอนว่าสำหรับปุถุชนธรรมดาอย่างเรา คงไม่มีใครที่จะสามารถตัดความเห็นแก่ตัวนี้ออกไปจนหมดสิ้น แต่เราเลือกได้ที่จะใช้การ "อม" การปรนเปรอตัวเองและให้รางวัลกับชีวิต โดยการตามใจตนเองในบางโอกาส แต่อย่า "กลืน" มันลงไป จนกลายเป็นการเสพย์ติดการตามใจตัวเอง ซึ่งหลายครั้งก็ต้องแลกกับความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างที่ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
ยอมที่จะอม "รางวัลจากความสำเร็จ" เพื่อกลืน "ความล้มเหลว" และเรียนรู้จากมัน
อีกหนึ่ง "ความหวาน" ของชีวิตที่ทุกคนต่างต้องการ ก็คือ "ความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน"
การกลืนรางวัลแห่งความสำเร็จในชีวิตลงไปมากๆ ส่งผลต่อระดับ "ความหยิ่ง" ในกระแสเลือดโดยตรง ข่าวร้ายก็คือ ความสำเร็จในอดีตไม่ได้ยืนยันความสำเร็จในอนาคตอีกต่อไป เพราะโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว และกำลังจะเปลี่ยนต่อไป โดยที่เราก็คาดการณ์อนาคตได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
เราทุกคนเลือกได้ที่จะ "อม" ความสำเร็จนี้ไว้ให้ชื่นใจเพียงชั่วคราว โดยไม่ลืมที่จะแจกจ่ายเครดิตให้กับ "ลมใต้ปีก" ที่ช่วยสนับสนุนให้เรามาถึงวันนี้ได้
สิ่งที่ท้าทายมากกว่านั้น คือเราต้อง "กลืนความล้มเหลว" ซึ่งน่าจะมีสัดส่วนที่เกิดขึ้นในชีวิตมากกว่าความสำเร็จหลายเท่าตัว
การกลืนความล้มเหลวที่ถูกต้อง ก็คือการไม่โยนความผิดให้ผู้อื่น ไม่ฟูมฟาย ปรักปรำ หรือลดคุณค่าตัวเอง และใช้เวลาในการเรียนรู้จากความผิดพลาดล้มเหลว เพื่อที่จะลุกขึ้นมาอย่างเข้มแข็งอีกครั้ง
คนที่กลืนความล้มเหลวและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ทุกครั้ง เขาจะกลายเป็นคนที่มีภูมิต้านทานความล้มเหลวสูงขึ้น จนสามารถรองรับงานใหญ่ที่ท้าทาย (งานเหล่านี้ก็มาพร้อมกับโอกาสที่จะล้มเหลวได้ง่ายกว่างานธรรมดา) และเขาจะกลายเป็นผู้ที่ได้สร้างบางสิ่งที่ทรงคุณค่าไว้ให้คนทำงานรุ่นหลังได้กล่าวขานต่อไป
ยอมที่จะอม "ความอยากได้อยากมี" เพื่อกลืน "ความลำบากและดูน่าอาย" ในระยะสั้น
ความก้าวหน้าของกลยุทธ์การตลาดในยุคดิจิตอล รวมกับประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ผู้คนในยุคปัจจุบันถูกเร้าให้เกิดความต้องการที่จะครอบครองสินค้าและบริการ ในระดับที่สูงขึ้นไปกว่าความสามารถทางด้านการเงินเล็กน้อย แต่ก็พอจะเอื้อมถึงได้ไม่ยาก ด้วยกลไกแห่งเครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า "เครดิต" ซึ่งแปลภาษาบ้านๆ ได้ว่า "การเอาเงินในอนาคตมาใช้ในวันนี้"
โลกโซเชียลยังทำให้เราถูกกดดันด้วย "ภาพชีวิตดีๆ" ของเพื่อนเรา ทั้งการท่องเที่ยวที่ใหม่ๆ ทานอาหารดีๆ แม้กระทั่งภาพลักษณ์ที่ดูดี (เพราะได้ผ่านฟิลเตอร์และแอพพลิเคชันมาแล้วหลายขั้นตอน ^^) จนหลายครั้งเรารู้สึกอาย ที่ไม่มีอะไรเอามาอวดได้เหมือนอย่างเพื่อนๆ
หากเราเสพย์และกลืน "ความอยากได้อยากมี" ที่โดนป้อนผ่านความฉลาดของนักการตลาดและ AI เหล่านี้ โดยขาดการยับยั้งชั่งใจ เราก็จะไม่สามารถเก็บออมและสะสมความมั่งคั่งไว้เพื่อรองรับชีวิตในอนาคตของเราได้
เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ คงไม่มีใครสามารถตัดกิเลสเหล่านี้ออกไปจากชีวิตได้ทั้งหมด แต่เราเลือกที่จะ "อม" ความต้องการเหล่านี้ได้ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า "Sharing economy" ซึ่งก็คือ การตอบสนองความพึงพอใจชั่วคราว โดยไม่ต้องครอบครอง
เราสามารถเช่าสินค้าแบรนด์เนม เช่ารถหรูๆ ขับไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือแม้กระทั่งเช่าเสื้อผ้าสวยๆ เพื่อใส่ไปงานแต่งงาน โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะจำได้ว่างานที่แล้วก็ใส่ชุดนี้นี่นา
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรื่องนี้ น่าจะเป็น "การเห็นคุณค่าตัวเอง" เพราะหากเรารู้ว่า คุณค่าที่แท้จริงของตัวเรานั้นอยู่ภายใน เรายังคงเป็นที่รักและมีคุณค่าในสายตาของใครบางคนอยู่เสมอ เราก็จะก้าวข้ามกับดักแห่งการเปรียบเทียบและความอยากได้อยากมีไปได้ไม่ยาก
วันนี้คุณพร้อมจะ "อม" ความหวานที่คุณชื่นชอบเพียงชั่วคราว เพื่อให้มีพื้นที่ในชีวิตสำหรับ "กลืน" ความขมบางอย่าง เพื่อเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไปหรือยังครับ?
ขอให้ทุกท่านมีความสุขและรื่นรมย์กับ "ของขม" เหมือนเวลาดื่มกาแฟนะครับ ^^
#AnotherDot
"Another dot" เป็นหนึ่งในความตั้งใจที่ผมอยากบันทึกข้อคิดหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิต เพื่อให้เมื่อมองย้อนกลับมาจากอนาคต ผมจะได้เชื่อมต่อทุก dot ที่เกิดขึ้น กลายเป็นภาพบางอย่างที่แจ่มชัด และน่าจะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านได้บ้างไม่มากก็น้อย
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย