27 ม.ค. 2021 เวลา 01:18 • หุ้น & เศรษฐกิจ
“จง ซาน ซาน” มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของจีนในเวลานี้
กำลังมีชะตากรรมเหมือน “แจ๊ค หม่า”
“จง ซาน ซาน” วัย 66 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท Nongfu Spring ผู้ผลิตน้ำดื่มและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดในจีน
1
ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถูกจัดอันดับว่ามีทรัพย์สินมากเป็นอันดับ 6 ของโลกด้วยมูลค่ากว่า 91,500 ล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้ามหาเศรษฐี วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)
แต่แล้วในวันที่ 14 มกราคม 2564 มีข่าวว่า จง ซาน ซาน ใช้เหตุผลส่วนตัวขอลาออกจากบริษัท Beijing Wantai Biological Pharmacy ทำให้หุ้นในวันนั้นปรับตัวลง 9.66% หรือส่งผลให้บริษัท มีมูลค่าหายไปกว่า 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
2
นักธุรกิจที่มีสินทรัพย์มากติดอันดับต้นๆของโลก ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลชาติตะวันตก แต่ช่วงระยะสิบปีหลังมานี้ กระแสความเติบโตทางเศรษฐกิจ เปลี่ยนแปลงหมุนเวียนมาแถบเอเชีย
มีมหาเศรษฐีทยอยติดอันดับต้นๆของโลกโดยเฉพาะนักธุรกิจมหาเศรษฐีจากประเทศจีน
3
แต่ดูเหมือนว่าการติดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศจีนไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับบุคคลเหล่านั้น
1
โดยเฉพาะนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ เริ่มจากปี 2015
2
“หวังเจี้ยนหลิน” 王健林เจ้าของบริษัท Wanda group ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีน ซึ่งในช่วงก่อนปี 2015 บริษัทนี้ได้กว้านซื้อบริษัทต่างๆทั่วโลก
ทั้ง Legendary Pictures หรือหุ้นในสโมสรอัตเลติโกเดมาดริด แต่แล้วด้วยบุคลิกของหวังเจี้ยนหลิน ที่เป็นนักธุรกิจที่มีความทะเยอทะยาน
6
ประกอบกับมีลูกชายที่ชอบใช้ชีวิตหรูหราอวดความร่ำรวยอย่างบ่อยครั้ง จนทำให้รัฐบาลจีน เห็นช่องทางเพื่อลดกระแสร้อนแรงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
6
โดยเข้ามาแทรกแซงการดำเนินธุรกิจของ Wanda group ทำให้บริษัทต้องออกมาขายทรัพย์สินมากมายทั้งในและต่างประเทศ
หวังเจี้ยนหลิน อดีตมหาเศรษฐีจีน ภาพจากhket
เป็นผลให้หวังเจี้ยนหลิน กลับกลายมีหนี้สินมากที่สุด
ซึ่งกรณีนี้ สื่อหลายสำนักนำมาเปรียบเทียบกับกรณีของ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา
มหาเศรษฐีชาวจีน มีพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ถูกใจของรัฐบาลจีน
1
แต่ถ้าลองไล่ดูข่าวสารในช่วงหลายปีหลัง ไม่เฉพาะนักธุรกิจที่มีเป็นข่าวหรือพฤติกรรมโดดเด่นเท่านั้น
3
นักธุรกิจ “สวี่ เจียอิน” 許家印ซึ่งเคยติดอันดับมหาเศรษฐีของจีนในปี 2018 เจ้าของบริษัท Evergrande group ที่ไม่ค่อยออกสื่อมากนัก ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะตามที่ควรจะเป็น
4
เพราะเวลานี้บริษัท Evergrande group เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก
2
มีหนี้สินอีกกว่า 123,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3.615 ล้านล้านบาท จนทำให้รัฐบาลกลางของจีนเข้าช่วยเหลือในการเจรจากับเจ้าหนี้ต่างๆ
2
มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศจีน จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกใจนักสำหรับนักธุรกิจจีน
1
สวี่เจียอิน นักธุรกิจจีนที่เจอปัญหาสินหนี้ของบริษัทมากมาย ภาพจากHKET
ถึงแม้บางคนไม่ติดอันดับก็พยายามทำตัวไม่ให้โดดเด่นจนเกินไปหรือวางแผนอพยพโยกย้ายทรัพย์สินออกจากประเทศจีน ตัวอย่างที่เด่นชัดสุดคือ “หลีเจียเฉิง”
4
มหาเศรษฐีชาวฮ่องกง ที่เคยติดอันดับเป็นมหาเศรษฐีเชื้อสายจีนที่มีทรัพย์สินมากที่สุดหลายสิบปีในช่วงยุคปี 90
2
ปัจจุบันขายกิจการทรัพย์สินในจีนและฮ่องกงไปเกือบหมดแล้ว หรือ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของสิงคโปร์เชื้อสายจีน “จาง หย่ง” เจ้าของกิจการหม้อสุกี้ไฟอันดับหนึ่งในจีนอย่าง Hai Di Lao
1
วางแผนอพยพย้ายถิ่นฐานและแปลงสัญชาติเป็นคนสิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 2017
ปี 2020 มีสื่อในจีนรายงานว่า จาง หย่ง ได้ถ่ายโอนทรัพย์สินออกไปจากประเทศจีนและมีมูลค่ากว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
1
แม้แต่คนที่ได้โอกาสกลับประเทศจีนอย่าง “เม่งหว่านโจ” รองประธานบริษัทหัวเว่ย บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน ได้ให้เหตุผลเรื่องความกังวลในการระบาดโควิด-19 ปฏิเสธกลับประเทศจีน โดยมีสื่ออย่าง New York time รายงานว่าต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เม่งหว่านโจ ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในคฤหาส์นและมีบอดี้การ์ด ซึ่งเป็นตำรวจท้องถิ่นคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก
5
ตั้งแต่ปี 2018 ที่รัฐบาลจีนได้ออกนโยบาย 國進民退 กั๋วจิ้นหมินถุย คือการแปลงบริษัทเอกชนให้เป็นของรัฐ ซึ่ง “เหมา เจ๋อตง” เคยใช้นโยบายนี้ในช่วงปี 1950
7
มีจุดประสงค์เพื่อต้องการรวบรวมทรัพยากรเพื่อแบ่งปันจัดสรรให้กับประชาชน เนื่องจากในช่วงเวลานั้น ประเทศจีนประสบปัญหาเรื่องขาดแคลนอาหารและทรัพยากรทุกด้านในการดำรงชีพ
6
เจ้าของบริษัทชั้นนำของประเทศจีนแทบทุกคน ทยอยลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร และบุคคลที่ถูกจับตาในเวลานั้นคือ แจ็คหม่า ที่ประกาศจะเกษียณตัวเองในอีกหนึ่งปีถัดไป
4
การลาออกจากตำแหน่งของ จง ซาน ซาน นักธุรกิจที่เพิ่งได้มีข่าวว่ามีทรัพย์สินมากที่สุดในจีน อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกในสายตาประชาชนชาวจีน แต่สำหรับชาวต่างชาติหรือกลุ่มนักลงทุนยังต้องกังวลถึงความเป็นไปในธุรกิจเหล่านั้น
4
หนังสือลาออกของจง ซาน ซาน ที่เป็นกล่าวขานกันในสื่อโซเชียลจีย
แม้ว่าหลายวันก่อนการปรากฏตัวของ แจ็คหม่า จะทำให้ราคาหุ้นของ Alibaba กระเตื้องขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถทดแทนมูลค่าที่หายไป ตั้งแต่มีข่าวเรื่องระงับแผนงานระดมทุนของAnt group
1
หุ้นของ Beijing Wantai Biological Pharmacy และ Nongfu Spring น่าจะมีแนวโน้มคล้ายกับของ Alibaba ที่มีข่าวรัฐบาลจีนจะเข้าควบคุมกิจการ
2
สุดท้ายก็ต้องรอดูว่าผู้บริหารบริษัทรายใด จะเป็นรายต่อไปซึ่งถ้าดูจากสถานการณ์การเติบโตของอุตสาหกรรมในจีน ผู้บริหารบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นธุรกิจร้อนแรงในเวลานี้อาจจะเป็นคนถูกหวยรายต่อไปก็เป็นได้
4
ข้อมูลอ้างอิง
โฆษณา