4 ก.พ. เวลา 01:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
รีวิวการเปิดบัญชีซื้อ-ขายหุ้นของนักศึกษา
มีคนหลังไมค์มาถามและเข้าใจผิดเยอะว่า เนยเป็นพนักงานของบล. Zcom
เนยไม่ใช่มาร์เก็ตติ้งนะคะ เนยเป็น Fulltime Trader ที่ชอบจดบันทึกเฉยๆ ค่า
1
เพราะงั้น เวลาที่ใครมาถามข้อมูล อยากให้แอดไลน์ไปสอบถามกับทางโบรก
จะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องค่ะ
ส่วนวันนี้ สิ่งที่อยากแนะนำให้ทุกคนเอาไว้ประกอบการตัดสินใจก็คือ
รีวิวโบรกเกอร์ที่เนยแนะนำให้น้องชายตัวเองใช้มาประมาณปีกว่าแล้ว
ถ้าใครจำได้ ช่วงเริ่มต้นสอนน้องชาย เนยเคยบันทึกไว้ในนี้ค่ะ https://bit.ly/3eLQeMY
3
อันดับแรก เนยให้น้องชายเช็คตัวเองก่อนว่า
เราอยากได้บริการแบบไหนจากโบรกเกอร์
การเลือกโบรกที่จะเปิดพอร์ต ไม่มีเงื่อนไขที่ตายตัวค่ะ
อยู่ที่ตัวเราว่าชอบแบบไหน โบรกไหนตอบโจทย์และเข้ากับตัวเรามากที่สุด
เนยขอยกตัวอย่างที่แนะนำน้องชายนะคะ เผื่อเป็นไอเดียค่ะ
- ชอบที่เปิดบัญชีแบบออนไลน์ได้ เพราะเน้นสะดวก ไม่ยุ่งยากเตรียมเอกสาร
- เทรดด้วยเงินจำนวนไม่มาก เพราะพึ่งเริ่มต้นเลยซื้อหุ้นทีละน้อยๆ อยากลองไม่ถึง 100 หุ้นก่อน เลยอยากเลือกโบรกที่ค่าคอมถูกและไม่มีขั้นต่ำ
- ไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอตลอด ต้องเลือกโบรกที่มี Condition Order ให้เราได้หรือมีฟังก์ชั่น DCA Order ให้เราเผื่อเอาไว้ออมหุ้นด้วย
- มีโปรแกรมดูกราฟให้ จะได้ดูในมือถือคร่าวๆ ว่าแนวรับแนวต้านอยู่ที่ราคาไหน แล้ว Time Frame ไหนที่เหมาะกับเรา
ส่วนบริการอื่นๆ อย่างสัมมนา,บทวิเคราะห์ หรือมาร์เก็ตติ้ง
จะมีหรือไม่มีก็ไม่ซีเรียส เพราะดูข้อมูลจากเวป Set, Settrade เองได้
2. ขั้นตอนการเปิดบัญชีซื้อ-ขายหุ้น
หลังจากที่คลิกใน Link : https://bit.ly/37Y2f0S
ก็ทำตามขั้นตอนในรูปได้เลยค่ะ
8
แนะนำนะคะ เปิดออนไลน์ผ่าน PC
จะสะดวกกว่าเพราะเราต้องกรอกข้อมูลเยอะพอสมควรเลยค่ะ
แต่ก็เป็นไปตามข้อกำหนดและเพื่อความปลอดภัยค่ะ
ถ้าเปิดบัญชี cash balance วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท
แนบเอกสารบนเวปเฉยๆ ไม่ต้องส่งเอกสารมาบริษัทก็ได้ค่ะ
1
แต่ถ้าอยากจะเพิ่มวงเงินมากกว่า 5 แสนบาทและทำธุรกรรมอื่นๆ กับบริษัท
จะต้องส่งสัญญาและสำเนาเอกสารประกอบการเปิดบัญชีไปที่บริษัทนะคะ
4
3. การคิดค่าธรรมเนียมการซื้อ-ขายหุ้น
อันนี้เนยเอาของจริงที่น้องชายซื้อมาเป็นตัวอย่างเลยค่ะ
**ไม่ใช่การชี้นำหุ้นนะคะ ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนค่ะ**
คือ น้องอยากซื้อหุ้นตัวนี้ตอนราคาเปิดบ่ายที่ 3.38 บาทจำนวน 7,000 หุ้น คิดเป็นเงิน 23,660 บาท
1
ค่าธรรมเนียมที่เราต้องจ่ายคือ
1. ค่าธรรมเนียมจากโบรก ของ Zcom คือ 0.065%
ซื้อ 10,000 บาทจะเสียค่าคอม 6.5 บาท
2. ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ทุกโบรกต้องคิดเหมือนกันหมด คือ
ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ (Trading Fee) 0.005%, ค่าธรรมเนียมชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Clearing Fee) 0.001% และค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล (Regulatory Fee) 0.001% รวม 0.007%
3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
และค่าธรรมเนียมในข้อ 2
1
4. ตัวช่วยสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเฝ้าจอ
สำหรับมือใหม่ เนยอยากแนะนำ 2 ฟังก์ชั่นนี้ค่ะ
1. ฟังก์ชั่นออมหุ้นอัตโนมัติแบบ DCA
เป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนด้วยจำนวนเงินที่เท่าๆ กัน โดยกำหนดความถี่และระยะเวลาที่ต้องการลงทุน
1
พูดง่ายๆ ก็คือ การออมหุ้นโดยที่กำหนดเงินทุนว่าครั้งละกี่บาท, กำหนดความถี่ว่าทุกๆ กี่อาทิตย์ กี่เดือน และกำหนดระยะเวลาว่าจะออมแบบนี้นานแค่ไหน โดยที่ไม่ได้สนใจว่าราคาจะเป็นเท่าไหร่
2. ฟังก์ชั่นตั้งเงื่อนไขส่งคำสั่งแบบอัตโนมัติ
ถ้าเรามีหุ้นในพอร์ต แต่ไม่มีเวลาเฝ้า แล้วกลัวว่าจะพลาดโอกาสซื้อ-ขายไป สามารถตั้งคำสั่งตามเงื่อนไข แล้วให้โปรแกรมจัดการให้เราได้เลยค่ะ ตั้งได้นานสุด 120 วันด้วย
5. โปรแกรมดูกราฟพื้นฐาน efin
Link สรุปของเนย : http://bit.ly/2SkfMIp
Link ที่เป็นวีดีโอสอน : https://bit.ly/2NumM2o
Link ที่สอนน้องชายเลือกหุ้น : https://bit.ly/3eLQeMY
และสรุปที่เลือกบล. Zcom ให้น้องชายเพราะเปิดออนไลน์ได้ผ่านเว็บไซต์ ,
ค่าคอมถูกและไม่มีขั้นต่ำ, มีเครื่องมือพื้นฐานที่จำเป็น
และมีสัมมนาและอบรมฟรีๆ ดีๆ ให้นักลงทุนตลอดค่ะ
ลองเอาไปประกอบการตัดสินใจนะคะ อย่างที่บอกค่ะ ว่าไม่มีถูกผิด อยู่ที่เราเลือกว่าโบรกได้ตอบโจทย์เรามากที่สุดค่า
หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจ และเห็นภาพวิธีการเปิดบัญชีซื้อ-ขายหุ้นได้ชัดเจนมากขึ้นนะคะ
(หุ้นที่เลือกมาก็แค่ยกตัวอย่าง ไม่ใช่การชี้นำค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยง และไม่มีอะไรหาเงินยากเท่ากับตลาดหุ้นแล้ว เราต้องมีความรู้ลึกรู้จริงก่อนลงทุนนะคะ)
โพสต์นี้เป็น Sponsored review จากบล. Zcom
ที่อยากให้เนยบอกเล่าประสบการณ์การเปิดบัญชีออนไลน์กับทาง บล. ค่ะ
เผื่อพี่ๆ น้องๆท่านไหนสนใจ จะได้ใช้เป็นแนวทางได้
ส่วนช่องทางการเปิดบัญชี
คลิกไปที่ Link นี้ได้เลยค่ะ > https://bit.ly/37Y2f0S
    Per Pepper
    ดีมากๆ เลยครับ