3 ก.พ. 2021 เวลา 17:21 • หนังสือ
รีวิว อวตาร
( ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน
ข้ามบทความรีวิวนี้ไปก่อนได้ครับ
เนื้อหาบางช่วงอาจเป็นการสปอยล์เนื้อเรื่อง คีย์เวิร์ด สำคัญของเรื่อง )
อวตารเท่ากับเป็นอมตะ
ไม่เสื่อมสลายจริงรึเปล่า ??
นี่คือประโยคที่ผุดขึ้นมาในหัว
ขณะอ่านนิยายเล่มนี้
ก่อนอ่านผมคิดอยู่ว่า
มาคราวนี้อาจารย์เคโงะจะมาไม้ไหน
ตั้งแต่ชื่อเรื่องชวนให้รู้สึกว่า
เออ ทันสมัยจัง
จับเอาคำว่า อวตาร มาใช้
ในยุคนี้ปี ค.ศ. ๒๐๒๑
เรารู้จักและใช้คำนี้กันอย่างแพร่หลาย
อวตาร ในความหมาย เช่นการสร้างตัวตนขึ้นมาบนโลกเสมือนจริง ( โซเชี่ยลมีเดีย ในอินเตอร์เน็ต)
หรือการอวตารของเทพเจ้า
ในลัทธิต่างๆ เช่นของฮินดู
อย่างพระนารายณ์อวตาร
หรือพระโพธิสัตว์ อะไรทำนองนั้น
แต่พออ่านเข้าจริงๆ
นิยายเรื่องนี้คือนิยายชีวิต
ที่อิงความเป็นนิยายวิทยาศาสตร์การแพทย์แบบเต็มๆ
มนุษย์ที่บังอาจจะเล่นบทบาทของพระเจ้า
สุดท้ายก็จะเป็นได้แค่คนโง่เขลาที่สุด
ไม่ว่าจะมีดีกรีจบสูงแค่ไหน
หรือจะยิ่งใหญ่ร่ำรวยก็ตามที
นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องสลับไปสลับมา
ระหว่างตัวละครหญิงสองคน
คือ ฟุบาตะ กับ มาริโกะ
ทั้งคู่คือ อวตาร ที่ถูกสร้างขึ้น
ถูกทำให้เกิดมาบนโลกใบนี้
ในฐานะมนุษย์โคลนนิ่ง
แต่ไหนแต่ไรมา
คนเราเลือกเกิดไม่ได้อยู่แล้ว
แต่การจงใจ "ถูกทำให้เกิดมา" อย่างผิดธรรมชาติ
เพื่อสนองความต้องการของใครก็ตาม
เพื่อที่จะสืบทอดสายเลือดวงศ์ตระกูลของตน
ไม่สิ...ต้องเรียกว่าต้องการให้ตัวตนของตนเอง ดำรงคงอยู่ต่อไป
ต่อไปเรื่อยๆไม่จบสิ้น
เหมือนอยากเป็นอมตะไม่มีวันตาย
นี่ต่างหากที่น่าเศร้ายิ่งกว่าการเลือกเกิดไม่ได้ของชีวิต
คนเราแม้จะเลือกเกิดไม่ได้
แต่ตอนมีชีวิตอยู่
เราเลือกที่จะเป็นได้
จะเป็นคนแบบไหนกันล่ะ ?
แม้จะเป็นอวตาร
จากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ก็ย่อมมีสิทธิ์เลือกที่จะเป็นได้เช่นกัน
ทั้งฟุบาตะ และ มาริโกะ
ดำเนินเรื่องเหมือนเป็นเส้นคู่ขนาน
ที่ไม่รู้จะมีวันมาบรรจบพบกันหรือไม่
นอกจากการตามหาความจริงว่าทำไมคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของทั้งคู่
ถึงได้จากไปอย่างมีเงื่อนงำ
การลุ้นว่าทั้งสองคนนี้
จะได้มาพบกันหรือไม่
ก็เป็นความสนุกอีกอย่าง
ของหนังสือเล่มนี้
พออ่านจบ
พลิกไปหน้าข้อมูลหนังสือพบว่านิยายเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกปี คศ ๑๙๙๓
หรือก็คือเมื่อ ๒๘ ปีที่แล้ว
นี่ต่างหากทำให้ทึ่งในตัวคนเขียน
เพราะตอนที่อ่านอยู่
แล้วเจอประเด็นที่ว่าตัวเอกทั้งสองคนเป็นมนุษย์โคลนนิ่ง
ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเลย
หรือร้อง ว้าววว ในใจเหมือนทุกที
ที่อ่านงานของคนที่ชื่อฮิกาชิโนะ เคโงะ
แต่พอถึงบางอ้อว่าเขียนมาตั้งนานแล้ว
ตรงนี้สิต้องร้อง ว้าววว ของจริง
แสดงว่าอาจารย์เคโงะ
แกวางพล็อตได้ทันยุคเอามากๆ ณ ช่วงเวลานั้น
ถ้าเราจำกันได้ ขณะนั้นมีข่าวการโคลนนิ่งสัตว์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก
ตอนนั้นคำว่า โคลนนิ่ง
จึงเป็นของที่แปลกใหม่
เป็นที่ฮือฮาอย่างมาก
( แม้แต่นิยายไทยหรือหนังไทยเอง ก็เคยมีคนจับเรื่องนี้มาเขียนมาสร้างกันพอสมควร )
คนเรามักทิ้งนิสัยบางอย่างให้ลูกหลาน
ให้คนในครอบครัว
บางคนก็ทิ้งตัวตนบางอย่างไว้กับสังคม
ไว้กับอารยธรรมต่างๆ
หรือบางคนก็ทิ้งไว้ในรูปแบบผลงาน
นั่นก็อาจเป็นการอวตารรูปแบบหนึ่งก็ได้
ในนิยายเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นคนที่ยิ่งยึดติดกับทรัพย์สิน
กับการมีอยู่ของอำนาจ
ของความทะเยอทะยานอย่างบ้าๆ
ยิ่งถ้าไม่อาจยอมรับความจริงที่ว่าทุกชีวิตเกิดมาต้องตาย
ยิ่งน่าสงสาร
น่าสมเพชเวทนาเหลือเกิน
สำหรับผมหนังสือเล่มนี้คือการพูดถึงสัจธรรมของชีวิต
ในรูปแบบนิยายชีวิตที่อิงแอบนิยายวิทยาศาสตร์
ได้อย่างแนบเนียนเล่มหนึ่งเลยทีเดียว
สร้างอวตาร
เพราะไม่อยากตาย
อยากให้ตัวตนของตัวเอง
คงอยู่เป็นอมตะตลอดไป
ฮึ......ช่างน่าขันสิ้นดี คนหนอคน
ถ้าพระเจ้ารำพึงให้คนทั้งโลกได้ยินได้
ท่านคงถอนหายใจ
และนึกอย่างนี้อยู่เป็นแน่ ( หรือเปล่านะ ) ?
#daifukureview
#อวตาร #ฮิกาชิโนะเคโงะ
#สำนักพิมพ์ไดฟุกุ #readforlife
#tanhayashiwrite #รีวิวหนังสือ #นิยายญี่ปุ่น
ข้อมูลหนังสือ
อวตาร
แปลจากหนังสือ: 分身
ผู้เขียน: Higashino Keigo
ผู้แปล: ดนูรัตน์ ทุ่งบูรพา
สำนักพิมพ์: Daifuku-Lit (ไดฟุกุ-ลีท)
จำนวนหน้า: 364 หน้า ปกอ่อน
พิมพ์ครั้งที่ 1 — ตุลาคม 2563
โฆษณา