4 ก.พ. 2021 เวลา 06:32 • ธุรกิจ
อยากเป็นนักลงทุนมืออาชีพต้องทำอย่างไร ? ในมุมมอง "โรเบิร์ต คิโยซากิ"
ในบทความตอนที่แล้วเราได้นำเสนอเนื้อหาเรื่องราวการสร้างอิสรภาพทางการเงินในแบบ โรเบิร์ต คิโยซากิ กันไปแล้ว หวังว่า "เหล่านักลงทุนมือใหม่" จะได้ข้อคิดบางอย่างเพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตส่วนตัวด้านการเงินกันบ้างไม่มากก็น้อย มาถึงบทความชิ้นนี้ผู้เขียนอยากชวนคุณผู้อ่านทุกท่านมารับชมมุมมองของการที่เราจะไต่ระดับไปสู่การเป็น "นักลงทุนมืออาชีพ" ในมุมมองของคิโยซากิกันอีกครั้ง
cr.richdad.com
การพัฒนาตนเองจาก "นักลงทุนมือใหม่" ไปสู่การเป็น "นักลงทุนมืออาชีพ" จำเป็นต้องมีเส้นทาง กระบวนการ ขั้นตอนอย่างไร? ผู้เขียนเชื่อว่ายังคงมีมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการนี้หลายท่านนั้นไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร รู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก อีกทั้งหลักการลงทุนนั้นก็ยังมีมากมายหลายแขนง หลากหลายแนวคิดเหลือเกิน ทำอย่างไรดี? อย่ากระนั้นเลย เราลองมาเปิดใจศึกษาเรียนรู้แนวคิดของคิโยซากิกันสักหน่อยคงไม่เป็นการเสียหาย หรือเสียเวลามากมายครับ
โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert T. Kiyosaki) เหมาะกับวลีไทยๆที่ว่า "คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ" อาจเพราะด้วยแนวคิดทางการเงินของเขาที่ค่อนข้างสวนทางไปกันคนละทิศกับแนวคิดในกระแสหลักอย่างสุดโต่ง ทำให้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีทั้งคนรักและคนเกลียด เขาคือผู้เขียนหนังสือชุด "พ่อรวยสอนลูก" (Rich Dad, Poor Dad) และ "เงินสี่ด้าน" (Cashflow Quadrant) อันโด่งดังนั่นเอง!! เราลองมาดูแนวคิดของเขากันว่า "นักลงทุนมืออาชีพ" ต้องดำรงตนอย่างไร
"นักลงทุนมืออาชีพ"
1. มองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น / สร้างแผนการลงทุนจากความคิดของคุณเอง มากกว่าที่ตามองเห็น
2. มีความสามารถในการระดมทุน / อย่าให้ปัญหาเรื่องการไม่มีเงินทุนเป็นอุปสรรค การลงทุนไม่ใช่การมีเงินซื้ออะไรก็ได้ที่ต้องการ มันต้องใช้ความรู้มากกว่านั้น
3. มีความสามารถในการบริหารคนเก่ง / เลือกทำงานหรือว่าจ้างคนที่เก่งกว่า เมื่อคุณต้องการที่ปรึกษา และพิจารณาให้ดีว่าคนๆนั้นเก่งจริงหรือเปล่า? "ความรู้คือทรัพย์สิน ความไม่รู้คือความเสี่ยง" จงเรียนรู้วิธีจัดการความเสี่ยงด้วย
4. เอาชนะความกลัว / ใช้ความล้มเหลวเป็นแรงบันดาลใจ ให้พยายามเอาชนะ โฟกัสในสิ่งที่รู้และเข้าใจเพื่อผลตอบแทนที่แตกต่าง การกระจายการลงทุนนั้นปลอดภัยแต่ก็แลกมาด้วยผลตอบแทนในระดับทั่วๆไป
5. เอาชนะความคิดด้านลบ / "ไม่เก่ง ไม่ดีพอ ทำไม่ได้หรอก" เรื่องเลวร้ายกำลังจะมา, สิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่กล้าจะทำอะไรที่ไม่ปลอดภัย ช่วงเวลาเลวร้ายของคนส่วนใหญ่คือโอกาสทองในการทำเงิน ศึกษาหาความรู้ให้มากจนปราศจากความกังวล สงสัย และความกลัว
6. เอาชนะความขี้เกียจ / ด้วยการหัดโลภ เปลี่ยนจากประโยคที่ว่า "เราไม่มีปัญญาซื้อหรอก" มาเป็น "เราจะซื้อมันได้อย่างไร" สิ่งนี้จะทำให้คุณกระตือรือร้น ผลักดันให้คุณพยายามคิดหาคำตอบ
7. จ่ายให้ตัวเองก่อน / เราจะแข็งแกร่งมากขึ้นทั้งจิตใจ ความคิด และการเงิน เช่น เมื่อคุณทำงานและมีรายได้เข้ามา ไม่ว่าจะพอใช้หรือไม่ คุณต้องนำเงินไปเก็บออม หรือลงทุนเพิ่มทรัพย์สินเสียก่อน เหลือจากนั้นจึงนำเงินไปใช้จ่ายและชำระหนี้ หากไม่พอ แรงกดดันจะทำให้คุณค้นหาวิธีเพิ่มรายได้ โดยที่ทรัพย์สินของคุณจะยังคงเพิ่มขึ้นเสมอ (เมื่อมีรายได้เข้ามาให้นำไปเพิ่มทรัพย์สินก่อนค่อยใช้จ่าย)
1
8. เอาชนะความเย่อหยิ่ง / "สิ่งที่รู้นั้นสร้างเงิน สิ่งที่ไม่รู้ทำให้เสียเงิน" อย่าทนงตัวเย่อหยิ่งคิดว่าสิ่งที่ไม่รู้เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อไรที่คุณรู้สึกเย่อหยิ่ง จงไปค้นคว้าในสิ่งที่ตนเองยังไม่รู้อย่างเอาจริงเอาจัง
1
9. ค้นหาเหตุผล ความปรารถนา / เขียนเปรียบเทียบสิ่งที่ "ต้องการและไม่ต้องการ" เป็นข้อๆนำมาเปรียบเทียบกัน เหตุผลนั้นต้องสร้างแรงบันดาลใจที่มากพอ มิเช่นนั้นสุดท้ายแล้วจะมีแต่เรื่องยากๆ และคุณก็พร้อมที่จะล้มเลิกมันตลอดเวลา
10. ฝึกตัดสินใจ ค้นหาทางเลือก / เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย เพื่อฝึกการแก้ปัญหาและการประเมินสถานการณ์ เปิดรับความคิดใหม่ ฟังมากกว่าพูด เพื่อพัฒนาความคิดของคุณ
cr. bitcoinaddict.org
11. เลือกเพื่อนที่ดี สร้างเครือข่าย เรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า เชื่อในสิ่งที่ตนเองคิด อย่าเดินตามคนส่วนใหญ่
12. สร้างแนวทางการลงทุนที่เฉพาะตัว / หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลาและอย่างรวดเร็ว เมื่อคุณยัดใส่อะไรลงไปในหัว ความคิดของคุณก็จะเป็นเช่นนั้น
13. มองหาฮีโร่ต้นแบบ / ลองฝึกคิดตามฮีโร่ของคุณ ว่าหากเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้แบบที่คุณเจอ ฮีโร่ของคุณจะตัดสินใจอย่างไร
14. พลังแห่งการให้ / หากคุณต้องการสิ่งใด ลองให้สิ่งนั้นกับผู้อื่นก่อน ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
15. หยุดสิ่งที่ทำอยู่ แล้วสำรวจตัวเอง / คิดทบทวนสิ่งที่ลงมือทำไปแล้ว ว่าสิ่งใดได้ผล สิ่งใดไม่ได้ผล หยุดทำในสิ่งที่ไม่ได้ผลแล้วมองหาวิธีการใหม่ๆ
16. มองหาไอเดียใหม่ มองหาการลงทุนที่ใช่ / เช่นเดินเข้าไปหาวิธีการลงทุนใหม่ๆในร้านหนังสือ โดยดูจากหน้าปก ชื่อเรื่องที่สนใจและมีความแตกต่าง
17. มองหาแบบอย่างความสำเร็จ / ไม่ยากเลย ลองศึกษาแนวคิดและวิธีการจากผู้ที่เคยทำสำเร็จในเรื่องที่คุณสนใจมาก่อนแล้ว
18. สมัครเรียนคอร์สสัมมนาดีๆ / หลายคนหลีกเลี่ยง แต่นี่คือวิธีการพัฒนาตนเองแบบก้าวกระโดด คัดเลือกให้ดี ไม่ใช่ทุกสัมมนาจะทำให้คุณไม่คิดเสียดายเงินและเวลา
19. ลองยื่นเสนอราคาซื้อดู / คุณไม่มีทางรู้ราคาที่เหมาะสมหรอก จนกว่าจะมีคนยอมตกลงกับคุณ หน้าที่ของคุณคือเสนอราคาและต่อรอง (คิโยซากินำไปเปรียบเทียบกับการหาซื้อบ้านเพื่อลงทุนให้เช่า)
20. เอาตัวเองลงไปสัมผัสในตลาดที่คุณสนใจ / ง่ายๆแค่นั้นแหล่ะ
21. ซื้อทุกอย่างในราคาที่มีส่วนลด / "จงกำไรตั้งแต่ตอนที่คุณซื้อ ไม่ใช่ตอนขาย"
22. มองหาคนที่ต้องการซื้อก่อน แล้วค่อยมองหาคนขาย / (หากนำไปเปรียบเทียบกับการลงทุนในหุ้น ก็อาจหมายถึงการมองหาหุ้นที่ผลิตสินค้าหรือบริการที่คุณคาดการณ์ผ่านข้อมูลต่างๆแล้วและคุณมั่นใจว่าในอนาคตทุกคนจะจำเป็นต้องใช้สินค้าของบริษัทนั้นๆ)
23. คิดให้ใหญ่ หาเพื่อนร่วมทีม และกล้าลงมือทำ / คนลงมือทำคือผู้ชนะ
24. เรียนรู้จากประวัติศาสตร์การเงิน / ไม่มีสิ่งใดจะทำให้คุณเห็นภาพอนาคตได้ชัดเจนเท่าการเรียนรู้จากอดีต ว่าเรื่องที่คุณสนใจนั้นมีความเป็นมาอย่างไร
สำหรับ โรเบิร์ต คิโยซากิ นั้น นักลงทุนมีพัฒนาการอยู่ 5 ระดับ ดังนี้
1. "มนุษย์ผู้ไม่มีความรู้ทางการเงินอย่างสิ้นเชิง" / พวกเขาไม่มีเงินที่จะนำมาลงทุน อีกทั้งมีหนี้สินมากมาย ถึงแม้จะมีรายได้สูง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายและหนี้สินที่สูงตามไปด้วย กลุ่มนี้คือคนที่ใช้จ่ายเงินเกินฐานะของตนเอง
2. "มนุษย์ออมเงิน" / ในอดีตอาจเป็นเรื่องดีที่เราจะขยันเก็บออม แต่!! ปัจจุบันโลกการเงินได้เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งเงินเฟ้อ วิกฤติเศรษฐกิจ คนที่เป็นนักลงทุนมืออาชีพจะเคลื่อนย้ายเงินทุนอยู่เสมอ เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด โดยไม่ต้องขายสินทรัพย์นั้น คนที่เก็บออมเงินอยู่นิ่งๆคือคนที่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะขาดทุนแน่นอน
3. "มนุษย์ที่ทำตัวยุ่งจนเกินไป" / พวกเขามักจะยุ่งอยู่กับหน้าที่การงาน ครอบครัว เที่ยวเล่นพักผ่อน จนไม่มีเวลาเรียนรู้เรื่องการลงทุน และเอาเงินไปให้คนอื่นบริหาร (กองทุนเกษียณอายุต่างๆ) และเมื่อถึงเวลาที่ขาดทุน สูญเสียเงิน พวกเขาจึงไม่ได้เรียนรู้และไม่ได้จดจำอะไรเลยนอกจากเรื่องแย่ๆ และการกล่าวโทษคนอื่น พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองทำผิดพลาดเรื่องอะไร
4. "นักลงทุนมืออาชีพ" / พวกเขาจะหาข้อมูล ศึกษาเรียนรู้ วิเคราะห์ตัดสินใจ และจัดการสินทรัพย์ รวมถึงการลงทุนทุกๆอย่างด้วยตนเอง พวกเขาจะเรียนรู้แบบเฉพาะเจาะจงเป็นเรื่องๆไป ความรู้อาจจะยังน้อย เพราะทำทุกอย่างอยู่คนเดียวด้วยความรู้ทางการเงินที่พอมีอยู่บ้าง ส่วนใหญ่พวกเขาจะผันตัวมาจากเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ทำทุกอย่างเองคนเดียว หรือมาจากอาชีพอิสระ โดยใช้เงินส่วนตัวที่เก็บสะสมเอาไว้นำมาลงทุน ซึ่งนักลงทุนมืออาชีพในระดับ 4 นี้สามารถพัฒนาตนเองไปสู่ระดับที่ 5 นั่นคือ "นักทุนนิยม"
5. "นักทุนนิยม" / จุดสูงสุดของการเป็นนักลงทุน พวกเขาใจกว้าง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการที่ดี และแน่นอนว่าเมื่อถึงเวลาต้องลงทุน คนกลุ่มนี้จะใช้เงินของคนอื่น!!!
cr.siamblockchain.com
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับกระบวนการพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นนักลงทุนมืออาชีพ ยังมีเรื่องราวแนวคิดของคิโยซากิที่น่าสนใจอีกมากมายซึ่งเล่าไม่หมดภายในบทความนี้ โอกาสหน้าคงจะมีประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับเขามาให้คุณผู้อ่านได้คิดวิเคราะห์กันต่อไปอีก หากเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร เขียนวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์ถกเถียงเพื่อแตกประเด็นกันได้เต็มที่เลยครับ นี่คือพื้นที่เปิดเพื่ออิสระแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตนเองด้านการเงินและการลงทุนอยู่เสมอ
แล้วพบกันใหม่อีกครั้ง "ขอให้มีความสุขกับการลงทุน" นะครับ :)
อ้างอิง
หนังสือ "พ่อรวยสอนลงทุน" : กลเม็ดเคล็ดลับการลงทุนของคนรวยที่คนจนไม่เคยรู้ (Guide to Investing)
ผู้แต่ง : โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert T. Kiyosaki)
ผู้แปลและเรียบเรียง : ธนกร นำรับพร, จักรพงษ์ เมษพันธุ์
โฆษณา