1. “หญิงตั้งครรภ์” ที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ (คือตั้งแต่ปฏิสนธิไปถึง 12 สัปดาห์พอดี) สามารถทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกได้ทุกกรณี
โดยที่หญิงนั้นไม่มีความผิด
2. “ผู้อื่น” ที่ช่วยเหลือหญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ในการทำแท้ง ในลักษณะที่เป็นเพียงการให้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้ถึงขนาดเป็นการลงมือทำแท้งให้กับหญิง เช่น ช่วยหาอุปกรณ์ให้หญิงนำไปทำแท้งเองอย่างนี้ผู้ที่ช่วยเหลือไม่ผิด แต่ถ้าถึงขนาดลงมือทำแท้งให้กับหญิง ไม่ว่าจะเป็นคนลงมือทำแท้งให้กับหญิงเลยหรือร่วมกับหญิงในการทำแท้ง อย่างนี้ผู้ที่ช่วยหญิงต้องรับผิดแม้หญิงที่ตั้งครรภ์จะไม่ผิดเพราะเข้าเงื่อนไขตามข้อ 1 ก็ตาม
3. “ผู้อื่น” ที่ทำแท้งให้หญิงตามเงื่อนไขคือ
- หญิงยินยอม และ
- คนที่ทำแท้งให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ได้ทำตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา (หมายถึงคนทำต้องเป็นหมอจริงๆ หมอถึงจะไม่ผิด แต่ถ้าให้หมอเถื่อนทำให้ หมอเถื่อนผิดนะจ๊ะ) และ
- เข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังนี้
(1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น
(2) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากหรือมีเหตุผลทางการแพทย์ อันควรเชื่อได้ว่าหากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง
(3) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่าตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ
(4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์
(5) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์ ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (หลักเกณฑ์ไม่แน่ใจว่ามีรึยัง แอบเดาว่ายัง)