ในปีนี้คาดว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงผิวหลังเครื่องใหม่ให้ดูจับได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากที่เราได้เห็นใน iPhone 11 Pro และ iPhone 12 Pro จะมีการใช้ผิวด้านที่ช่วยลดเรื่องรอยนิ้วมือได้ดีจริง แต่ในทางกลับกัน ผิวของ iPhone ก็ค่อนข้างลื่นเลยทีเดียว ทำให้ผู้ใช้งานที่ไม่ได้ใส่เคส อาจจะทำหลุดมือได้ง่ายมาก ทำให้ปีนี้ iPhone อาจจะปรับเปลี่ยนลักษณะของผิวหลังเครื่องใหม่ ให้ดูจับง่าย สบายขึ้น ที่คาดว่าจะมีผิวแบบ Soft Matt เหมือน Pixel
2. หน้าจอ 120 Hz.
อันนี้ค่อนมีจะมั่นใจว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ Apple จะเริ่มใช้หน้าจอแบบ 120 Hz. บน iPhone รุ่นใหม่เสียที หลังคู่แข่งหลายเจ้าเองก็เริ่มมีการใช้หน้าจออัตราเฟรมเรทที่มากกว่า 60 Hz. ค่อนข้างเยอะแล้ว โดยหน้าจอ ProMotion 120 Hz. นี้ จะใช้เทคโนโลยี LTPO แบบเดียวกับ iPad Pro เลย แต่เรื่องของการสูบแบตเตอร์รี่นี้ก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย เพราะ Apple เองให้แบตเตอร์รี่มาน้อยกว่าเจ้าอื่นๆมาก แต่เชื่อว่า Apple อาจจะหาทางในการจัดการปัญหานี้ โดยมีการปรับอัตราเฟรมเรทได้ เพื่อช่วยลดการใช้แบตแทน
3. Alway On Display
เมื่อพูดถึงหน้าจอแบบ Alway On Display ก็ถือเป็นอีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน สำหรับการแสดงผลหน้าจอตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่า Apple จะมีการออกแบบที่เรียบง่าย โดยมีการออกแบบให้แสดงผลเพียงวันที่ เวลา การชาร์จแบตเตอร์รี่ ส่วนการแจ้งเตือนต่างๆ อาจจะแสดงผลแบบไอคอนแทน โดยทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือน ก็จะมีหน้าจอที่สว่างขึ้นแบบเดิม