18 ก.พ. 2021 เวลา 03:00 • นิยาย เรื่องสั้น
ความสุขสีพาสเทล
ผมมีสิทธิ์ที่จะตกหลุมรักคุณไหม?
ผมมักจะเกิดคำถามแบบนี้ขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ ทุก ๆ ครั้งที่ผมเห็นรูปของเธอคนนั้นปรากฎขึ้นที่หน้า ฟีด ผมรู้สึกได้ทันทีว่าสักแห่งในตัวผมกำลังเปลี่ยนเป็นสีพาสเทล...
ผมกลัว กลัวที่จะต้องตกหลุมรักคุณ...
ทำไมล่ะ...
ผมแค่กลัวที่จะต้องผิดหวัง...
แต่คุณยังไม่ได้เริ่มเลยนะ
ผมยังไม่มีอะไรที่ดีพอหรือผมอาจจะยังไม่พร้อมก็ได้...
ห้วงนาทีนี้เหมือนตัวผมกำลังจมดิ่งลงไปยังก้นมหาสมุทร ที่ทั้งมืด ทั้งเย็นเยียบ...
ปี๊ป ปี๊ป~
'ได้บัตรละครมาให้ฟรี 2 ใบ พรุ่งนี้ไปรับบัตรก่อน 5 โมงครึ่ง'
แล้วผมจะทำยังไงกับบัตรอีกใบที่เหลือดีล่ะ...
12:35 น.
ผมเลือกที่จะออกไปหาร้านกาแฟเงียบๆสักร้านนั่งทิ้งเวลาให้มันไม่เกิดประโยชน์เล่น ๆ ในขณะที่ผมกำลังยืนอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ เพื่อบรรจงสั่งกาแฟ
กริ้งงง ~
เสียงสัญญาณว่ามีลูกค้ารายใหม่ก็ดังขึ้นมา
หอมจัง...
ผมได้กลิ่นหอมเบา ๆ คล้ายกลิ่นผลไม้ อ่อนๆ เป็นกลิ่นที่หอมหวานอยู่ชั่วครู่ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย
"ผมขอลาเต้เย็นก็แล้วกัน"
ผมเลือกที่จะหลบ พาตัวเองไปนั่งที่มุมในสุดของร้าน เพื่อนหนีจากกลุ่มลูกค้า คนอื่นๆ ที่อยู่ก่อนแล้ว แต่ที่ใกล้ๆผมคงมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ถึงตอนนี้ผมจะไม่เห็นตัวก็เถอะ แต่กระเป๋าเป้สีพาสเทลที่วางอยู่บนเก้าอี้มันเป็นหลักฐานชั้นดีเลยล่ะ
กลิ่นหอมนั่นอีกแล้ว...
ในระหว่างที่ผมนั่งง่วนอยู่กับหนังสือเล่มเล็ก ๆ ตรงหน้า กลิ่นหอมที่ชวนให้สบายใจก็กลับมาอีกครั้ง ผนวกกับภาพของกระเป๋าสีพาสเทลที่เห็นก่อนหน้า...ภาพของเธอคนนั้นก็โผล่เข้ามาในห้วงความคิด
ฟองสบู่... เดี๋ยวนะ...
เจ้าลูกโป่งฟองสบู่ที่ลอยมาและระเบิดตัวเองบนหน้าผมทำให้ผมหลุดออกมาจากห้วงแห่งความคิด...
พาสเทล...
ภาพแรกที่ผมเห็นเมื่อผมมองไปยังที่มาของเจ้าฟองสบู่ คือภาพของหญิงสาวในชุดสีพาสเทล ที่กำลังนั่งขดอยู่บนเก้าอี้โซฟา และกำลังส่งเจ้าฟองสบู่ ออกไปลอยคว้างในอากาศ ราวกับว่าเธอกำลังอยู่ในโลกใบเล็ก ๆของเธอ รอยยิ้มที่แค่คนมองยังรู้สึกถึงความสดใส กับริมฝีปากของเธอทำให้ผมไม่สามารถละสายตาได้
เหมือนเธอจะรู้สึกได้ว่าผมกำลังมองเธออยู่ เธอยิ้มตอบกลับมา... ตอนนี้ในหัวผมโล่งไปหมด เธอเก็บเจ้าสิ่งที่ใช้สร้างฟองสบู่นั้นกลับเข้ากระเป๋า... เธอกำลังจะออกไป ผมรู้สึกได้ในทันที...
"เดี๋ยวครับ"
"คะ..."
เอาไงดีล่ะ เผลอโพร่งออกไปจนได้
ผมได้แต่ก้มหน้าก้มตา เพราะคิดไม่ออกแล้วจะผมควรที่จะต้องพูดอะไรต่อ...
"กลัวหนูหรอ"
เธอหัวเราะคิกคัก เบา ๆ พร้อมทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
"เปล่าหรอก..."
"คือไม่รู้จะต้องพูดอะไรต่อน่ะ"
บ้าจริงใจหัวผมมันตื้อไปหมด
"แต่พี่ก็ทักหนูก่อนนี่... ^^"
"อื้ม...แค่รู้สึกว่ายังไม่อยากให้ไป"
"จะเกร็งอะไรขนาดนั้น...ก็เจอกันบ่อย ๆ ตั้งแต่สมัยเรียนไม่ใช่หรอ"
ก็เขินนี่หว่า คนที่ตัวเองชอบ มานั่งคุยด้วยแบบนี้
"นี่จำได้ด้วยหรอ..."
"แหมพี่...หนูก็ไม่ใช่คนที่ไม่สนใจอะไรนะ"
"อีกอย่างพี่ชอบมีข่าวบ่อย ๆ จำไม่ได้ก็แย่แล้ว"
นั่นไง ข่าวลือพวกนั้น สงสัยผมคงดังแล้วล่ะ
 
ผมได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ
"ผมขี้อายน่ะ"
"ใช่หรอ...หนูคิดว่าพี่จะร้ายกว่านี้"
"ก็นะให้พูดยังไงดีล่ะ...ข่าวลือน่ะ"
บ้ามาก ตอนนี้ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นจริง ๆ ใช่ไหม
"เอ่อ..."
ชวนไปดูละครสิ...
"คะ...?"
บ้าเอ้ยย... นี่มันลูกแมวสีชมพูนมเย็นชัด ๆ
ผมรวบรวมความกล้าในตัวเองทั้งหมด...ถ้าตอนนี้ผมเขียนคนบนฝ่ามือแล้วกลืนลงไปได้ ผมคงทำไปแล้ว
กล้า ๆ หน่อย...
"พรุ่งนี้...ไปดูละครไหม...พอดีได้บัตรมา..."
พูดไปแล้ว
"อื้อ..เอาสิ่"
"แหะ ๆ ...นั่นสิ่นะ"
ก็กะไว้แล้วแหละ คงหวังมากไป... เดี๋ยว!!!! ก่อน!!!!!
"หืม...เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?"
"พี่จีบหนูหรอ...^^"
"ล้อเล่นน่ะ...อย่าเครียดสิ่...งั้น พรุ่งนี้เจอกันนะคะ"
เธอกระโดดลุกออกไปพร้อมกับลอยยิ้มที่ดูสนุกสนาน เธอทิ้งผมที่กำลังงุนงง เหมือนคนที่กำลังเมาหมัดเอาไว้ ก่อนจะหันกลับมาโบกมือลา ตอนนี้โลกของผมถูกกลืนกินไปด้วยสีพาสเทล...
17:15 น.
เธอมาแล้ว และยังคงมาในชุดสบายๆโทนพาสเทลที่ผมคุ้นเคย... สดใส ชวนให้หัวใจผมพองโต
"รอนานไหมคะ?"
เวลาเธอยิ้ม โคตรน่ารักเลย ให้ตาย...
"ไม่เลย..."
"เราเข้าไปรับบัตรกันเลยไหมคะ"
เธอยิ้มอย่างสดใสเหมือนก่อนหน้าและเดินนำผมไป...
อยากบอกความรู้สึก...
ผมมีสิทธิ์ที่จะรักเธอไหม...
ทำไมล่ะ?
ผมแค่กลัว...ว่ามันจะไม่เป็นไปอย่างหวัง
คุณลองมันแล้วหรอ?
ยัง...
บางทีมันก็เหมือนกับการวิ่งผลัด...ไม่สิ่ฉันว่ามันเหมือนกับการเล่น แคชบอล หรือโยนรับลูกบอลนั่นแหละ...
"พี่คะ...พี่...เป็นอะไรหรือเปล่า..."
ผมได้สติพร้อมกับภาพของความสุขสีพาสเทล ที่กำลังโบกมืออยู่ตรงหน้า...ใกล้มาก จนเจ้าก้อนเนื้อที่มันอยู่ในอกแทบหยุดทำงาน
"ชอบ..."
ผมชอบคุณ...
"คะ?"
"เราชอบ...พาสเทล"
ผมพูดออกไปจนได้ ทั้งๆที่ผมเองก็กลัวจนจับใจ ชื่อของเธอคนนั้น กับคำว่าชอบที่ผมเก็บมันไว้ และคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันเฟื่องมาตลอด...ผมพูดมันออกไปพร้อมรอยยิ้ม
"รู้แล้วน่า...รู้มาสักพักแล้ว"
เธอยิ้มอย่างสดใส พร้อมคว้ามือของผมเอาไว้
"ไปได้แล้ว...เดี๋ยวก็รับบัตรไม่ทันหรอก"
"พี่นี่ขี้อายกว่าที่หนูคิดเยอะมาก"
"มะรืนนี้ไปดูหนังกัน...หนูอยากดูเรื่องเกาะหมาอะไรสักอย่าง..."
ตอนนี้โลกทั้งใบมันได้กลายเป็นสีพาสเทลไปแล้ว มือเล็ก ๆ ที่ผมจะกุมไว้ไม่มีวันปล่อย กลิ่มหอมหวาน และรอยยิ้มของ ความสุขสีพาสเทล นี้ผมจะดูแลให้สดใสเสมอ...
ทุกอย่างคงไม่มีทางเริ่มต้น ถ้าผมไม่ได้ตัดสินใจเริ่ม...
มันก็เหมือนกับการเล่นแคชบอล ถ้าเราไม่เริ่มที่จะขว้าง แล้วอีกฝั่งที่รออยู่จะรับลูกได้อย่างไร
มันทำให้ผมนึกถึง ประโยคหนึ่งที่เคยอ่าน หรือใครสักคนเคยพูดผมเองก็ไม่แน่ใจ...แต่มันคงจริงอย่างที่เค้าว่า
'ชีวิตคนเราก็เหมือนไม้แรกของการวิ่งผลัด ถ้าตัวเราเองไม่เริ่มออกวิ่งก่อนก็จะไม่มีอะไรเริ่มขึ้นทั้งนั้น'
มันก็จะพาสเทล ๆ นั่นแหละ
โฆษณา