19 ก.พ. 2021 เวลา 10:41 • สุขภาพ
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะขาดวิตะมินดีในคนไทย
สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย
PDF FILE
Vit-D-Booklet-20page_update-9Sep17-2.pdf
วิตามินดี 3 จะมาจากการสังเคราะห์วิตามินดีของผิวหนัง และมาจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่น ปลาแซลมอน ตับวัว/หมู น้ำมันปลา เป็นต้น
ส่วนวิตามินดี 2 จะมาจากพืช เช่น เห็ดที่ปลูกในแสงแดด และอาหารที่มีการเติมวิตามินดี (Fortified Foods) เช่น อาหารเช้าซีเรียล เป็นต้น
งานวิจัยส่วนใหญ่พบว่า วิตามินดี 3 จะเพิ่มระดับ Calcifediol ในเลือดได้เยอะกว่า วิตามินดี 2 (เยอะกว่า 1 เท่าตัว)
วิตามินดีควรกินตอนเช้า (อาจจะพร้อมอาหารเช้า) เพราะมันมีฤทธิ์ระงับการหลั่ง เซโรโทนิน (Serotonin) ทำให้เราตื่นตัว
ปริมาณที่แนะนำสำหรับผู้หญิงจะอยู่ที่ 100 ไมโครกรัม (4,000 IU) ห้ามเกินนี้เด็ดขาดนะครับ เพราะอาจจะเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้ เช่น มีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia) ซึ่งจะส่งผลเสียต่อไต อาจจะมีอาการท้องเสีย ท้องผูก อาเจียน และกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น
💡เวลาดีที่สุดในการกินวิตะมิน
ให้แบ่งเป็น 2 พวก
คือ วิตะมินที่ละลายในน้ำ กับ วิตะมินที่ละลายในไขมัน
🥛🥃
วิตะมินที่ละลายในน้ำ อย่างเช่น วิตะมินซี วิตะมินบี โฟลิก ให้กินก่อนอาหารตอนท้องว่าง พร้อมดื่มน้ำตามมากๆ ในกรณีที่มีอาการปวดท้องจึงให้ไปกินหลังอาหาร
🍕🍟
ส่วนวิตะมินที่ละลายในไขมัน อย่างเช่น วิตะมินเอ ดี อี เค รวมทั้งวิตะมินรวม ก็ให้กินพร้อมอาหารที่มีไขมัน เช่น กินพร้อมนม หรือ โยเกิร์ต
🥗🍜
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ควรใส่ใจ เช่น
แคลเซียม คาร์บอเนต จะดูดซึมได้ดีในภาวะที่เป็นกรด จึงควรกินพร้อมอาหาร
ส่วน แคลเซียม ซิเตรต ไม่จำเป็นต้องอาศัยกรดในการดูดซึม จึงกินตอนไหนก็ได้ เหมาะกับผู้ที่กินยาลดกรดเป็นประจำ
วิตะมินดี ควรกินพร้อมอาหารเช้า เพราะมันมีฤทธิ์ระงับการหลั่ง เซโรโทนิน (Serotonin) ที่ทำให้เราตื่นตัว
เฃ่นเดียวกับวิตะมินบี ที่ทำให้ตืนตัวก็ควรกินในตอนเช้าเช่นกัน
🍎🍏
The Best Time to Take Vitamins
🍍🥕
วิตามินดี 2 และ วิตามินดี 3 แตกต่างกันอย่างไร?
ผู้ที่หายป่วยจากโควิด​ สามารถลดอาการไอ​ หรือ​ ฟื้นฟูการรับรสอาหาร​ ด้วยการกินวิตะมินดี3 วันละ​ 5000IU นาน​ 2 อาทิตย์​ ซึ่งจะฟื้นฟูสภาพหลังการป่วยได้ดีกว่าการกินวิตะมินดี​3 1000 IU
POSTED 2021.02.19
UPDATED 2021.09.10
โฆษณา