20 ก.พ. 2021 เวลา 05:10 • ประวัติศาสตร์
คลอน
คลอน อ่านว่า คฺลอน หมายถึงโยก สั่น ไหว เช่น ฟันคลอน
วรรณคดีเก็บตัวอย่างการใช้ไว้ ดังตัวอย่าง
“...วิ่งหัวคลอนย่อนย่อนน่าเอ็นดู แต่ไม่สู้เมื่อกระนั้นขันกว่านี้...” (กลอนไดเอรีซึมทราบกับตามเสด็จไทรโยค)
เมื่อประสมกับคำว่า โยก เป็น โยกคลอน หมายถึง เคลื่อนไหว โอนเอน เช่น ต้นไม้โยกคลอนไปตามลม
วรรณคดีเก็บตัวอย่างการใช้ไว้ ดังตัวอย่าง
“...เท้ายันบ่ายันมือดึง โยกคลอนบหึง ก็หลุดขึ้นได้ดังปอง...” (ประชุมคำพากย์รามเกียรติ์ ภาค ๙ ตอนศึกกุมภกรรณ)
ประสมกับคำว่า สั่น เป็น สั่นคลอน หมายถึงไม่แน่น ไม่มั่นคง เช่น ความน่าเชื่อถือของคุณกำลังสั่นคลอน
วรรณคดีเก็บตัวอย่างการใช้ไว้ ดังตัวอย่าง
“...ค่อยสั่นคลอนถอนหลุดหลากสุดใจ แผ่นดินไหวเลื่อนลั่นเสียงครั่นครื้น...” (พระอภัยมณี)
ประสมกับคำว่า แคลน เป็น คลอนแคลน หมายถึงง่อนแง่น ไม่มั่นคง เช่น ฐานะคลอนแคลน
วรรณคดีเก็บตัวอย่างการใช้ไว้ ดังตัวอย่าง
“...คิดถึงรักปักเข็มไว้เต็มแน่น ยังคลอนแคลนคลาดเคลื่อนไม่เหมือนหวัง...” (นิราศชมตลาดสามเพ็ง)
คำว่า "คลอน" นี้ยายผมออกเสียงสั้นเป็น "คล็อน" และใช้บ่งคุณภาพของมะพร้าว
มะพร้าวที่แก่จัด เปลือกจะแห้ง น้ำน้อย เนื้อแข็ง มีมันมาก เขย่าดูแล้วมีเสียงน้ำกระฉอก เรียก “คล็อน”
ลูกไหนน้ำแห้งเพราะแก่ค้างอยู่บนคอต้นหรือมีจาวงอกฟูจนเต็มลูก เขย่าดูแล้วไม่มีเสียงเรียก “ไม่คล็อน”
ตีนท่าหน้าบ้านยายมีต้นมะพร้าวสูงใหญ่เรียงราย ทุกต้นเป็นมะพร้าวแกงพันธุ์โบราณ เช่น มะพร้าวใหญ่ กะโลก ทะเลบ้า ฯลฯ
เวลามีงานที่ต้องใช้มะพร้าวจำนวนมากก็จ้างคนมาขึ้นมะพร้าวไม่ต้องซื้อหา
ผมในวัยเด็กชอบปีนไปบนสะโพกที่โคนต้นแล้วโจนลงเล่นน้ำ กับชอบขอยายขึ้นเรือไปตามเก็บมะพร้าวที่คนขึ้นตัดลงมาในแม่น้ำด้วย
สนุกมาก !!! เหมือนพายเรือหลบลูกปืนใหญ่ที่ตกมาจากฟ้า
ยายจะคะเนระยะที่มะพร้าวจะไม่ตกมาใส่พวกเรา แล้วพายรีๆ รอๆ อยู่
พอลูกมะพร้าวหล่นลงน้ำดังตูมสนั่น ยายก็รีบพายไปเก็บโดยมีผมคอยทำหน้าที่ลากมะพร้าวขึ้นเรือ
“เขย่าดูนะว่าคล็อนมั้ย เอาแต่ลูกคล็อนๆ ถ้าไม่คล็อนก็ทิ้งแม่น้ำไป” ยายบอก
มะพร้าวเต็มลำเรือก็พายกลับขึ้นฝั่งครั้งหนึ่ง แล้วผมหรือหลานคนอื่นๆ ก็จะลำเลียงมะพร้าวไปเก็บไว้ที่ใต้ถุนบ้านยาย
เรามีมะพร้าวแห้งไว้กินเสมอจนยายเริ่มป่วยเป็นอัมพฤกษ์เมื่อปี ๒๕๓๓
ไม่มีการขึ้นมะพร้าวและพายเรือเก็บมะพร้าวอีกแล้วตั้งแต่นั้น
ยายอยู่กับอาการอัมพาตครึ่งซีกนานถึง ๑๕ ปีก่อนที่สังขารจะเสื่อมสลาย พร้อมๆ กับต้นมะพร้าวของยายที่ถูกโค่นลงเพราะหมดอายุ
และยายก็ไม่ได้รู้ว่าหลังจากนั้นอีก ๓ ปี เรือนไม้กระดานที่ยายอยู่มาค่อนชีวิตถูกพายุพัดถล่มจนโยกคลอน แล้วหอบหลังคากระเบื้องว่าวให้แตกกระจายปลิวว่อนไปกับลม
ยายจากไปเหมือนไฟตกน้ำ เหมือนไฟในครัวมอด
ทุกสิ่งสั่นคลอนและสิ้นสุดเป็นอนิจจังเช่นชีวิตของยาย
ปรัชญา ปานเกตุ เขียนเผยแพร่บนเฟสบุ๊คและแฟนเพจเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
มะพร้าวลักษณะต่างๆ ได้แก่ มะพร้าวอ่อน มะพร้าวทึนทึก มะพร้าวแก่ และมะพร้าวกะทิ ภาพจากหนังสือ "ขนมไทย" ของสำนักพิมพ์แสงแดด พิมพ์เมื่อกรกฎาคม ๒๕๕๗
หลังคาบ้านยายโดนพายุพัดจนหลังคากระเบื้องว่าวแตกกระจาย ปรัชญาถ่ายจันทร์๑กันยา๒๕๕๑
มองจากในบ้าน หลังคาทะลุจนเห็นท้องฟ้า ปรัชญาถ่ายจันทร์๑กันยา๒๕๕๑
ต้นมะม่วงเขียวเสวยหน้าบ้านยายโดนพายุพัดจนถอนรากถอนโคน ปรัชญาถ่ายจันทร์๑กันยา๒๕๖๓
โฆษณา