21 ก.พ. 2021 เวลา 10:54 • ไลฟ์สไตล์
นี่คือสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิต​ของอติอีกสิ่งหนึ่งครับ นั่นคือการวิ่งใน​ระยะทาง​ 42.195​ กม. ที่ไม่เคยคิดจะวิ่งในระยะนี้เลย..
ระยะทาง 42.195​ กม. นั้น ไม่ใช่ใกล้ ๆ และใช้เวลาในการวิ่งนานหลายชั่วโมง มันเกินขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์​ทั่ว ๆ ไป
อติไม่ใช่มนุษย์​จอมพลัง ไม่ได้แข็งแรง​ขนาดที่จะไปวิ่งระยะนี้ และไม่เคยคิดที่จะวิ่งในระยะนี้เลยด้วยซ้ำ
เวลาคุยกับคนที่วิ่ง หลายคนที่ถามเรื่องการวิ่ง เมื่อผมบอกไป เขาก็มักจะบอกผมเสมอว่า ไปวิ่งฟูล​มาราธอน​ได้สบายอยู่แล้ว วิ่งได้แน่นอน แต่ในหัวไม่เคยคิดที่จะลงวิ่งระยะนี้ ระยะมันไกลไป ชอบวิ่งระยะ 21.1 กม. มากกว่า
แต่มันมีเหตุที่ทำให้ต้องลงระยะ 42.195​ กม. คือ ในงาน Korat​ Powdurance​ 2020​ ที่ผ่านมา ระยะทาง 21.1 กม. นั้นเต็มหลังจากเปิดลงทะเบียนไม่ถึง 2 ชั่วโมง จึงจำใจต้องลงระยะฟูล​มาราธอน​
และเมื่อลงทะเบียนไปแล้ว ก็ต้องซ้อมล่ะครับ มีเวลาในการซ้อมประมาณ 6 เดือนเท่านั้น
ตารางซ้อมที่หลาย ๆ เพจทำมาแชร์กัน เท่าที่อติดู ไม่มีตารางซ้อมมาราธอน​อันไหนที่ซ้อมถึงระยะ 42.195​ กม. เลย จึงเกิดความสงสัยว่า ถ้าซ้อมไม่ถึง จะวิ่งได้ยังไง
แต่เท่าที่ศึกษาหาข้อมูลมานั้น มันก็มีเหตุผล​ที่ไม่ซ้อมวิ่งจนถึงระยะทาง 42.195​ กม. เพราะว่า ถ้าซ้อมหนักจนเกินไป มันอาจทำให้ร่างกายล้า และอาจเกิดการบาดเจ็บ ทำให้กล้ามเนื้อ​ฟื้นฟูไม่ทัน
อติ ซ้อมตามสไตล์​ตัวเอง ไม่ได้ยึดตารางซ้อมของใคร เอาที่ตัวเองสะดวก​และสามารถ​วิ่งได้
และเมื่องานวิ่งถูกเลื่อนออกไป ก็ทำให้อติมีเวลาซ้อมเพิ่มขึ้นอีก 8 เดือน อติ ซ้อมวิ่งระยะไกลได้เต็มที่ 30 กม. เท่านั้น ไม่ได้มากไปกว่านั้น
จนกระทั่งถึงวันลงแข่งขัน ยังไงก็ต้องพร้อมล่ะ ก่อนวิ่งก็ต้องวอ​ร์มอัพ​ร่างกายให้พร้อม ในหัวก็คิดแผนการวิ่งเอาไว้ โดยจะวิ่งที่ความเร็วเพซประมาณ 5.4 -​ 5.5 วิ่งสบาย ๆ ให้เหนื่อยน้อยที่สุด
และด้วยเส้นทางที่มันมีเนินเยอะ ทำให้เกิดความล้าเร็วกว่าที่คิด ที่ระยะ 17 กม. เริ่มเกิดอาการเหนื่อยล้าแล้ว.. นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางเลยนะ ต้องช้าลงอีก.. วิ่งไปก็คิดไป ว่าจะทำยังไงให้ไปถึงเส้นชัยได้..
และเมื่อไปถึง กม. ที่ 28 แรงหมด! ใช่แล้วครับ.. มันทั้งเหนื่อย ทั้งหมดแรง จนต้องเดิน.. ทำยังไงดีล่ะ.. ก็ต้องเดินพักไปเรื่อย ๆ ก่อนครับ กินทั้งเกลือแร่และเจล แต่ด้วยความที่กินเกลือแร่เยอะไป ลมมันตีขึ้น เกือบจะอาเจียนเลยล่ะครับ เป็นช่วงที่แสนจะทรมานมาก..
ผ่านระยะทาง 32 กม. ไป เริ่มกลับมาวิ่งได้ ก็ค่อย ๆ วิ่งไปเรื่อย ๆ แบบช้า ๆ ครับ หลังจากจุดนี้ไป นี่คือระยะทางที่ไกลที่สุด เท่าที่เคยวิ่งมาแล้ว เพราะซ้อมมาได้เพียง 30 กม. ต้องฮึดสู้เท่านั้น บวกกับแรงที่เหลืออยู่ที่ต้องประคองตัวเองไปให้ถึงเส้นชัยให้ได้
ระยะทาง 10 กม. สุดท้าย มันช่างยาวไกลมาก วิ่ง ๆ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง.. เข้าสู่สนาม.. เส้นชัยอยู่ข้างหน้า เหลือบมองเวลา.. 4 ชั่วโมงครึ่งกว่า ๆ สุด ๆ แล้ว.. กับการวิ่งมาราธอน​ครั้งแรก แล้วมาถึงเส้นชัย​ได้ในเวลาขนาดนี้..
ความรู้สึกหลังวิ่งผ่านเส้นชัย.. ทำได้แล้วเว้ยยยย.. นี่มันคือที่สุดของตัวเองแล้วครับ ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้..
แต่..
หลังจากรับเหรียญ​ รับเสื้อ Finisher​ แล้ว.. เริ่มเกิดอาการวิงเวียน.. สภาพขาปวดร้าวมาก.. แทบจะเดินไม่ไหว ต้องหาที่นั่งพัก.. บอกเลยครับว่า.. การวิ่งถึงเส้นชัยแล้วสภาพร่างกาย​เป็นแบบนี้ มันไม่โอเค รู้ตัวเองเลยครับว่า ยังไม่แข็งแรง​พอ.. ในหัวก็คิดว่า.. "ใครอย่ามาชวนกูวิ่งระยะนี้อีกนะ" 😂
แต่อีกหนึ่งความคิดก็คือ.. ถ้ามีครั้งต่อไป หลังเข้าเส้นชัย ต้องสามารถ​เดินเล่นชิว ๆ ถ่ายรูปเล่น หาของกินได้อย่างสบายใจ ต้องเป็นแบบนั้น.. 😄
นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ตัวเองภาคภูมิใจ​ครับ เป็นความท้าทาย​ที่สุดอีกหนึ่งรายการของอติครับ
ถ้ามีครั้งต่อไป ต้องแข็งแรงกว่านี้.. 💪
อติ || 21 กุมภาพันธ์​ 2564

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา