คนแบบไหนที่ CEO อยากได้มาร่วมงาน
4
CREATIVE TALK by CIGNA ได้ทำการจัด Sessions พิเศษอย่าง “พนักงานแบบไหนที่หัวหน้าต้องการ” กับคุณรวิศ หาญอุตสาหะ (SRICHAND), คุณยอด ชินสุภัคกุล (LINE MAN Wongnai) และคุณธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ (Viera by Ragazze) 3 ซีอีโอ มาร่วมแชร์ประสบการณ์บริหารคน และความคาดหวังที่บริษัทมีต่อพนักงานให้เราฟังกัน
9
และนี่คือการสรุปสิ่งที่น่าสนใจส่วนหนึ่งจากทั้งหมดใน Sessions นี้ ที่ทาง CREATIVE TALK ร่วมสร้างสรรค์โดย Cigna Thailand ประกันภัย “คิดและทำเพื่อชีวิตที่ดีของคุณ”
1
=== คนแบบไหนที่ CEO อยากได้มาร่วมงาน ===
4
- อึด อดทน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เชื่อมโยงทักษะให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ๆ
4
- มี Growth Mindset ไม่ยึดติดกับอะไรตายตัว รู้จักพลิกแพลง เปลี่ยนกระบวนท่าได้ตลอดเวลา พร้อมปรับตัวตามสถานการณ์ เร่งสปีดได้เร็วตามทันการเติบโตของบริษัท สามารถมองหาวิธีทำให้งานนั้นเกิดขึ้นได้จริง และแล้วเสร็จตรงเวลา
5
- Willing to Try ไม่เยอะ ไม่จุกจิกงอแง พร้อมจะลงมือทำอะไรที่ต้องทำ ให้ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไม่เสียเวลาไปกับเรื่องหยุมหยิม เห็นอะไรน่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ก็พร้อมจะปรับ มีพื้นฐานเป็นความปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมงานและบริษัท ไม่ต้องรอปรับแก้ Job Description ก่อนถึงค่อยทำ
- สื่อสารเป็นไม่ใช่แค่นำเสนอเก่ง ต้องคุยกันรู้เรื่อง สารไม่คลาดเคลื่อน สามารถนำไปคิดพัฒนาต่อยอดได้ถูกทิศทาง
- รู้ตัวว่าถนัดเรื่องอะไร มีความชำนาญ เชี่ยวชาญเรื่องทางเทคนิคมากกว่าเจ้านาย คิดวิเคราะห์ตัดสินใจเองได้ โดยไม่ต้องเหนื่อยเจ้านายคอยตาม Micro Manage
4
- เห็นแพชชันในแววตา รู้ตัวว่าชอบทำอะไร อยากจะเติบโตไปเส้นทางไหน มีความสนใจอยากขวนขวาย รู้ลึกในเรื่องอะไร
- อยากเรียนรู้และพัฒนาตนเองเพิ่มอยู่ตลอดเวลา เช่น ถ้าลองย้อนกลับไปสามารถแก้ไขพัฒนาโปรเจ็กต์เดิมได้ ก็บอกได้ว่าจะทำอย่างไรให้น่าทึ่งขึ้น
- ยึดคุณค่ามีความเชื่อตรงกันกับองค์กร จะทำให้ไม่หดหู่ง่าย แล้วจะรู้ว่าตนเองทุ่มเททำงานนี้ไปเพื่ออะไร มีกำลังใจจะบากบั่นทำงานสร้างคุณค่า ไม่ต้องฝืนทนทำงาน ส่งผลดีต่อทั้งบริษัทและตนเอง
2
=== CEO ฝากถึงหัวหน้า ===
- หัวหน้าจะต้องบอกจุดหมายของบริษัทให้ชัดเจนว่า เราพยายามทำอะไรกันอยู่ แล้วลูกน้องจะรู้ว่าตัวเองต้องตอบสนองอย่างไร รวมถึงรู้ว่าตัวเขาเองจะได้อะไรจากประสบการณ์ท้าทายเหล่านั้น
1
- ยิ่งเราสั่งแก้แล้วยิ่งแย่ ผลออกมาไม่ดี นั่นคือเรื่องดีที่ทำให้รู้ว่า ลูกน้องเราเก่งและรู้เรื่องนั้นดีกว่าเรา
1
- อย่าเป็นภาระของลูกน้อง หากไม่รู้อะไรให้ศึกษาเพิ่มเติม เช่น เรื่องทาง technical skill อาจไม่ต้องรู้ลึกแต่ต้องรู้มากพอจะตัดสินใจกำหนดทิศทางให้ลูกน้องทำงานต่อได้
- หากสไตล์การทำงานของคนคนหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อทีม เพื่อรักษาเสถียรภาพในองค์กร ไม่ว่าเขาจะทำงานเก่งและเป็นคนนิสัยดีคนหนึ่งก็ตาม แต่ถ้าไม่ได้มองภาพเดียวกันกับเราก็คงไปด้วยกันต่อไม่ได้
5
- ถ้ามีคนนิสัยร้ายกาจ คอยสร้างบาดแผลหรือสร้างมลพิษอยู่ในองค์กร ส่งผลให้คนอยู่รายล้อมบอบช้ำ บาดเจ็บ หรือหล่นหาย เจ้านายก็จำเป็นต้องเลือกให้ดีว่าจะยอมเสียส่วนไหน จะเพ่งเล็งให้ปรับปรุงตัวอย่างเร่งด่วน หรือจำใจต้องตัดทิ้ง เพื่อให้ตรงกับวัฒนธรรมองค์กรที่บริษัทอยากจะมี
3
=== CEO ทิ้งท้ายถึงผู้สมัครงาน ===
- บริษัทแต่ละแห่งต้องการคนเก่งตามระดับการเติบโตของบริษัทนั้นๆ ผู้สมัครจึงต้องรู้ขีดความสามารถของตนเองว่าตอนนี้เป็นมืออาชีพหรือดาวรุ่ง แล้วคุณจะเห็นโอกาสแข่งขันกับแคนดิเดตคนอื่นได้ บางบริษัทต้องการคนพร้อมทำงานทันที มีงบอัดฉีดสูง ยอมลงทุนจ้างในราคาสูงกว่าท้องตลาด หรือหากกำลังค่อยๆ โต จะมองหาคนมีแววพอปั้นได้ในราคาเหมาะสม
2
- ควรทำการบ้านก่อนเข้าสัมภาษณ์งาน รู้ความเป็นมาของบริษัท อ่านบทความสัมภาษณ์แนวคิดผู้บริหาร และรู้จักผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นๆ ให้ดี แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นอยากร่วมงานด้วย จะมีโอกาสงานสูงมากกว่า
- เด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ควรเก็บพอร์ตฟอลิโอ ที่บอกเล่าประสบการณ์อื่นใดในชีวิต ที่แสดงว่าตนมีทักษะและความพร้อมจะทำงานในส่วนนั้นได้ หรือคนที่มีประสบการณ์น้อย ต้องอธิบายได้ว่าช่วงเวลาที่หายไปได้เรียนรู้อะไรบ้าง เช่น ลองไปเปิดร้าน ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม แต่ก็สามารถทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นถึงพลังงานดีๆ สะท้อนทัศนคติ ความอดทน และความขยันขันแข็ง
ติดตามฟัง Session ย้อนหลังแบบเต็ม ได้ที่ CREATIVE TALK Podcast ตามช่องทางด้านล่าง
🎧 SoundCloud: http://bit.ly/3qAz5Mq
🎧 PodBean: http://bit.ly/3k0jd3n
🎧 Apple Podcast: http://apple.co/3qMrJ8N
  • 99
โฆษณา