24 ก.พ. 2021 เวลา 10:31 • กีฬา
นักเตะที่จะเป็นเบอร์หนึ่งของโลกคนต่อไป ตกเป็นข่าวว่าเตรียมย้ายทีม เกิดอะไรขึ้นกับคีลียัน เอ็มบัปเป้ และทางเลือกของเขามีอะไรบ้าง เราสรุปสถานการณ์ทุกอย่างเอาไว้ให้แล้ว
ก่อนเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกระหว่าง บาร์เซโลน่า กับปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่คัมป์นู เฮดโค้ชของเปแอสเช เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มีความกังวลใจ สาเหตุเพราะนี่เป็นสนามที่เขาไม่ค่อยถูกโฉลกเอาซะเลย มาเยือนหลายครั้ง ไม่เคยได้ผลการแข่งขันที่ดีสักหน
2
เอ็มบัปเป้เห็นโปเช็ตติโน่ดังนั้นจึงถามขึ้นมาว่า "คุณเคยชนะที่คัมป์นูกี่ครั้งแล้ว?" ซึ่งโปเช็ตติโน่ตอบกลับไปว่า "แค่ครั้งเดียว สมัยตอนอยู่เอสปันญ่อล" เมื่อได้ยินดังนั้น เอ็มบัปเป้พูดชัดๆ อย่างมั่นใจว่า "คืนนี้ คุณจะได้ชนะเป็นหนที่ 2"
คำพูดของเอ็มบัปเป้ไม่ได้เกินจริง เขาไม่ได้พูดเพราะต้องการกระตุ้นโค้ชหรืออะไร แต่หมายความแบบนั้นจริงๆ เปแอสเช ไล่ถล่มบาร์ซ่าคาบ้านกระจุย 4-1 โดยเอ็มบัปเป้ยิงแฮตทริกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นักเตะที่บุกมายิงแฮตทริกใส่บาร์ซ่าได้คาบ้าน คนสุดท้ายคืออันเดร เชฟเชนโก้ ของดินาโม เคียฟ ในปี 1997 ซึ่งอีก 24 ปีให้หลัง เอ็มบัปเป้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
ถ้าดูดีเทลในเกมนี้ เปแอสเชไม่มีเนย์มาร์ ไม่มีอังเคล ดิ มาเรีย แต่แค่ทักษะของเอ็มบัปเป้คนเดียวก็เพียงพอ ที่จะช่วยให้เปแอสเชเอาชนะไปแบบเพอร์เฟ็กต์ที่สุด
สำหรับแฟนบอลที่เห็นวิวัฒนาการของเอ็มบัปเป้มาตลอด จะรู้ได้ทันทีว่านี่คือกองหน้าที่ครบเครื่องที่สุด ความเร็วจัดจ้านอย่างน่ากลัว ร่างกายแข็งแรง ยิงได้ดีทั้งสองเท้า มีคนบอกว่า ถ้าจะหากองหน้าที่ใกล้เคียงกับ โรนัลโด้ อดีตหัวหอกทีมชาติบราซิลมากที่สุด มันย่อมเป็นเอ็มบัปเป้นี่แหละ
1
ด้วยฝีมือขนาดนี้ ไม่แปลกใจที่ เอ็มบัปเป้ คือนักเตะมูลค่าสูงสุดในโลก ด้วยอายุแค่ 22 ปี เขาคว้าแชมป์ลีกเอิง 4 สมัย และแชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัย ในโลกนี้คงยากที่จะมีนักเตะอายุน้อยที่ประสบความสำเร็จมากมายเหมือนเขา
ถ้าเราสังเกต ในรอบสัปดาห์สื่อทั่วโลกเล่นประเด็นข่าวพร้อมกัน ว่าเอ็มบัปเป้มีโอกาสย้ายออกจากเปแอสเช ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ คำถามสองข้อ ที่ผู้คนถกเถียงกันก็คือ 1- ทำไมเขาจะย้าย และ 2-ถ้าย้ายจะย้ายไปไหน
[ ทำไมเอ็มบัปเป้จะย้าย? ]
เอ็มบัปเป้ เซ็นสัญญาย้ายจากโมนาโก มาเปแอสเช ในปี 2017 และสัญญาของเจ้าตัวจะหมดลง ในเดือนมิถุนายนปี 2022 หรือ 1 ปีครึ่งต่อจากนี้
4
ในโลกของฟุตบอลทุกคนรู้ดีว่า บรรดาสโมสรใหญ่ๆ จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ ที่สัญญาของนักเตะเหลือแค่ 1 ปี เพราะแปลว่า ทีมอาจจะเสียนักเตะไปแบบฟรีๆตามกฎของบอสแมน ดังนั้นก่อนหมดสัญญา 2 ปี สโมสรจะเจรจาอย่างเต็มที่ เพื่อให้นักเตะยอมต่อสัญญาให้ได้
และหากเจรจาแล้วยัง "ทำไม่ได้" ก็ต้องตัดใจยอมขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ ก่อนสัญญาเข้าปีสุดท้าย เพราะอย่างน้อยได้เงินก้อนมาบ้าง ก็ดีกว่าเสียไปแบบไร้ค่าตัว
1
ดูอย่างลิเวอร์พูลตอนนี้ สัญญาของจินี่ ไวจ์นัลดุมกำลังจะหมดลง เมื่อสโมสรต่อสัญญาไม่สำเร็จ และไม่ยอมขายในช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว แปลว่าตัวนักเตะก็แค่ลงเล่นให้หมดสัญญาไป แล้วย้ายไปรับค่าเหนื่อยแบบแพงๆ จากทีมอื่น
2
ค่าเหนื่อยของเอ็มบัปเป้ ด้วยสัญญาปัจจุบัน รับอยู่ที่ สัปดาห์ละ 400,000 ยูโร ต่อสัปดาห์ ถามว่าเยอะไหม สำหรับคนอายุ 22 ได้เงินขนาดนี้ก็มหาศาลแล้ว แต่ถ้าว่ากันแฟร์ๆ ฝีเท้าของเขา สามารถหาได้มากกว่านี้แน่นอน
เรื่องเงิน ไม่ใช่ปัญหาของแปแอสเช ที่ผ่านมาพวกเขา ยื่นข้อเสนอต่อสัญญาถึง 3 ครั้ง โดยพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยให้สูงสุดเท่าเนย์มาร์ แต่เอ็มบัปเป้ปฏิเสธทุกครั้ง ปัญหาของเขาไม่ใช่เรื่องเงินแล้ว
มีการวิเคราะห์กันว่า แม้เอ็มบัปเป้ จะเป็นสตาร์ของลูกฟุตบอล แต่เขายังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วๆไป ที่ไม่ค่อยดูบอล เอ็มบัปเป้ มีคนติดตามใน ทวิตเตอร์, ไอจี และ เฟซบุ๊ก รวมกัน 56.2 ล้านคน ก็ถือว่าเยอะ แต่ถ้าไปเทียบกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็จะเห็นว่า เอ็มบัปเป้ มีผู้ติดตามรวม น้อยกว่าโรนัลโด้ 10 เท่า
1
กล่าวคือเรื่องฝีเท้าน่ะผ่านแล้ว แต่เรื่องแบรนด์ของตัวเขาเอง ยังไม่เข้มแข็งพอ ถ้าหากเขาอยากจะต่อยอด ทำเป็นเครือข่ายธุรกิจเอ็มบัปเป้ เขาก็จำเป็นต้องไปอยู่ในจุด ที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นกว่านี้อีก
ตอนนี้เอ็มบัปเป้ มีสินค้าของตัวเองในชื่อ KM แต่ก็ยังไม่ได้นิยมมากนัก ยิ่งถ้าเทียบกับแบรนด์ CR7 ก็เห็นชัดเลยว่า ยังห่างกันอยู่เยอะ
ทำไมเอ็มบัปเป้ยังเป็นที่รู้จักน้อยเกินกว่าฝีเท้า หลายคนเชื่อว่า นั่นเพราะเขาอยู่ลีกเอิงน่ะสิ คือไม่ใช่ว่าลีกฝรั่งเศสไม่ดี แต่ความนิยมในตลาดมันสู้พรีเมียร์ลีก และลาลีกาไม่ได้เลย ดังนั้นถ้าอยู่ฝรั่งเศสต่อ โอกาสสร้างฐานความนิยมมากขึ้นมันก็ยาก
ยิ่งไปกว่านั้น นักเตะคนสุดท้ายที่ได้บัลลงดอร์ คือฌอง-ปิแอร์ ปาแป็ง จากมาร์กเซย ในปี 1991 จากนั้นมา 30 ปี จนถึงปัจจุบัน ไม่มีใครจากลีกฝรั่งเศสได้รางวัลนี้อีกเลย ดังนั้นถ้าเอ็มบัปเป้ยังอยู่เปแอสเชต่อ ไม่มีอะไรการันตีว่าเขาจะได้บัลลงดอร์
1
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงเริ่มมีการพูดกัน ว่าเอ็มบัปเป้ถึงเวลาแล้วที่จะย้ายทีมไปเล่นลีกอื่น ได้เจอกับทีมที่แกร่งขึ้น ได้แชมป์ยากขึ้น และสร้างฐานแฟนๆกลุ่มใหม่
1
The Athletic สื่อดังวิจารณ์ว่า "ถ้าเราไปประเทศที่ไม่ค่อยชอบฟุตบอลเท่าไหร่ เราจะพูดได้อย่างมั่นใจเลยหรือเปล่า ว่าเอ็มบัปเป้ เป็นคนที่คุณสามารถจดจำได้ทันที และว่ากันตรงๆ ชื่อเสียงของเขา มันน้อยเกินไปถ้าเทียบกับฝีเท้าที่เป็นอยู่"
ถ้าหากคุณอยากเป็นผู้เล่นที่จะเป็นไอคอนคนต่อไปของโลก เหมือนเมสซี่ เหมือนคริสเตียโน่ โรนัลโด้ คุณต้องไปในที่ที่จะปล่อยของได้มากกว่านี้
1
[ ย้ายไปไหน? ]
สถานการณ์ของเอ็มบัปเป้ ถ้าเขายืนยันว่าจะย้ายแน่ๆ ก็จะมีสองแบบ คือย้ายแบบมีค่าตัว ในซัมเมอร์ 2021 หรือรออย่างอดทนจนถึงซัมเมอร์ปี 2022 แล้วค่อยย้ายแบบฟรีๆ ตามกฎบอสแมน
จริงอยู่ ปารีสไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่มันก็คงไม่ฉลาดนัก ถ้าเสียผู้เล่นอย่างเอ็มบัปเป้ฟรีๆ โดยไม่ได้เงินแม้แต่ยูโรเดียว ดังนั้นเชื่อว่าเปแอสเชจะยอมขาย โดยราคาประเมินคือ 202 ล้านยูโร ซึ่งจะได้กำไรเล็กน้อย เนื่องจากตอนซื้อจากโมนาโก เปแอสเชจ่ายไป 170 ล้านยูโร
ทีนี้ ถ้าเปแอสเชจะขายจริงๆ สกายเบ็ทส์ สำนักพนันถูกกฎหมายของอังกฤษ เปิดราคาแค่ 4 ทีมเท่านั้น ได้แก่ เรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้ และ บาร์เซโลน่า ทีมที่เหลือ ไม่ถูกเปิดราคา โดยมุมของสำนักพนันมั่นใจว่า ถ้าจะย้ายก็ควรวนเวียนอยู่ใน 4 ทีมนี้
2
เต็ง 1 คือเรอัล มาดริด แทง 1 ได้ 6 สาเหตุเพราะเรอัล มาดริด เป็นทีมที่ตกเป็นข่าวกับเอ็มบัปเป้มายาวนานมากๆ และเอ็มบัปเป้ ก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในห้องนอนที่บ้านของเขา มีโปสเตอร์โรนัลโด้ใส่เสื้อเรอัล มาดริดลงแข่งขันอยู่ ดังนั้นก็ไม่แปลก ถ้าเขาพร้อมจะสานต่อตำนานของโรนัลโด้
2
เฆเซ่ โรดริเกวซ อดีตนักเตะเปแอสเช ที่เคยอยู่มาดริดมาก่อนเล่าว่า "เอ็มบัปเป้รักเมืองมาดริด และผมมั่นใจว่าเขาจะย้ายไปเล่นที่นั่นสักวันหนึ่ง"
ที่เรอัล มาดริด โค้ชของทีมคือซีเนอดีน ซีดาน ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส ดังนั้นย่อมทำให้เอ็มบัปเป้ รู้สึกปรับตัวได้ง่าย แต่จริงๆก็เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะเอ็มบัปเป้พูดภาษาสเปนได้ดีอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เรอัล มาดริดกำลังอยู่ในช่วงถ่ายเลือด คาริม เบนเซม่าอายุ 33 แล้ว ไม่รู้ว่าจะยืนระยะได้นานแค่ไหน หรือแนวรุกคนอื่นอย่างอาซาร์ หรือโรดรีโก้ ก็ไม่ใช่หัวหอกสไตล์สไตรเกอร์ ไม่มีใครเหมือนเอ็มบัปเป้เลย
เราจะเห็นเลยว่า ซีดานจะออกมาแย้บๆ อวยๆ เอ็มบัปเป้เป็นระยะๆ ล่าสุดหลังซัดแฮตทริกใส่บาร์ซ่าได้ ซีดานกล่าวว่า "ผมไม่แปลกใจเลยกับฟอร์มของเอ็มบัปเป้ที่คัมป์นู ผมดูเขาเล่นทุกเกม และสนุกทุกครั้งที่ได้เห็นเขาทำอะไรเจ๋งๆในสนามฟุตบอล"
1
แต่ปัญหาเดียวของเรอัล มาดริด คือเรื่องการเงิน หลายคนอาจมองว่าสโมสรรวยจะตาย แต่ในรอบปีที่ผ่านมาพวกเขาใช้เงินไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงิน 575 ล้านยูโรจากธนาคาร เพื่อสร้างสนามแห่งใหม่ นิวซานติอาโก้ เบร์นาเบว รวมถึงวิกฤติโควิดทำให้รายได้จากเดิมลดลงไป รวมถึงค่าเหนื่อยของนักเตะปัจจุบันอยู่ที่ 448 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งมันชนเพดานสุดๆแล้ว
1
ในช่วง 1-2 ปีนี้ การเงินของเรอัล มาดริด ตึงสุดๆ จึงไม่แน่ใจนักว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือเปลาที่จะซื้อเอ็มบัปเป้
ส่วนค่าตัวที่เปแอสเชตั้งก็แพงมาก (202 ล้านยูโร) ขณะที่ค่าเหนื่อยนั้น หนังสือพิมพ์อาสรายงานว่า เรอัล มาดริด มีโควต้าเหลืออยู่เต็มที่แค่ราวๆ 290,000 ยูโรต่อสัปดาห์เท่านั้น นั่นแปลว่าถ้าเอ็มบัปเป้ยอมย้ายมา เขาก็อาจต้องรับค่าเหนื่อยลดลงจากเดิม ซึ่งเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้ยาก ไม่มีใครอยากย้ายไปอยู่ ที่ที่ให้เงินเราน้อยลงหรอก
1
ดังนั้น เอ็มบัปเป้ จะย้ายมามาดริดหรือไม่ ก็อาจเป็นไปได้ ถ้าหากมาดริดปล่อยนักเตะคนสำคัญที่รับค่าเหนื่อยแพงๆ ออกไปจากทีม อาจเหลือเพดานพอจะเซ็นเอ็มบัปเป้ได้ทันที
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีอีกวิธี คือมาดริดจะตกลงลับๆกับเอ็มบัปเป้ไว้ก่อน จากนั้นให้เอ็มบัปเป้ ยอมต่อสัญญากับเปแอสเชไปอีก 2 ปี โดยมีอ็อปชั่นพิเศษคือ Real Madrid Clause คือถ้าอนาคตเรอัล มาดริด เคลียร์ปัญหาการเงินได้แล้ว และมาซื้อตัวเอ็มบัปเป้ เปแอสเชต้องยอมขายทันที ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
เต็ง 2 ที่สำนักพนันเปิดราคาคือลิเวอร์พูล ในราคาแทง 1 ได้ 8 ซึ่งก็นับว่าสูสีกับมาดริดมากกว่าที่หลายคนคิด
เอ็มบัปเป้นั้นชื่นชมลิเวอร์พูลเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ย้อนกลับไปในปี 2017 ตอนเอ็มบัปเป้อยู่โมนาโก เขากับครอบครัว เคยนั่งคุย 2 ชั่วโมงกับจอห์น เฮนรี่ เจ้าของสโมสรหงส์แดง ภายในเครื่องบินไพรเว็ตเจ็ตของเฮนรี่ เกือบจะตกลงใจย้ายมาแอนฟิลด์ แต่สุดท้ายเจ้าตัวบอกว่ายังเร็วไปหน่อย ที่จะย้ายไปลีกต่างแดน จึงเลือกไปเล่นให้เปแอสเชแทน
เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยกล่าวถึงเอ็มบัปเป้อย่างชื่นชม และทั้งคู่เคยโทรคุยกันด้วย ขณะที่สปอนเซอร์หลักของเอ็มบัปเป้คือไนกี้ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของเอ็มบัปเป้เช่นกัน แบบนี้ก็ทำการตลาดง่าย ต่างกับเรอัล มาดริดที่ใช้ชุดอาดิดาส มันทำการตลาดได้ยากกว่า
4
เอ็มบัปเป้พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว เขาน่าจะเข้ากับคนอื่นได้ง่าย และถ้ายังจำกันได้ ตอนที่เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยิงประตูเลสเตอร์ได้ในซีซั่นที่แล้ว แล้วทำท่าดีใจกอดอกสไตล์เอ็มบัปเป้ ตัวเอ็มบัปเป้ก็พูดเลยว่า "ผมภูมิใจจริงๆที่เขาทำท่านั้น ชายคนนี้ช่างสุดยอดจริงๆ"
1
ปัญหาอย่างเดียวของลิเวอร์พูลคือเรื่องแนวทางการใช้เงินของเจ้าของสโมสร FSG เพราะนโยบายของทีมคือจะซื้อใคร ก็ต้องขายก่อน นับจากปี 2016 จนถึงปัจจุบัน ลิเวอร์พูลใช้เงินซื้อนักเตะ ที่เป็นส่วนต่างจากการขายผู้เล่น แค่ 113.2 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งทีมอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, ฟูแล่ม หรือ ไบรท์ตัน ยังลงทุนมากกว่านี้
2
จริงอยู่ว่ามันเป็นวิธีที่ยั่งยืน แต่ถ้าคุณอยากจะได้ผู้เล่นระดับท็อปของโลก ยังไงเจ้าของทีมก็ต้องยอมควักเงินบ้าง ใช้วิธีเล่นแร่แปรธาตุตลอดไป มันเป็นไปไมได้
1
ลิเวอร์พูลเอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นชี้ว่า FSG ต้องมองว่าการเสียเงินซื้อเอ็มบัปเป้ คือการทำกำไรในระยะยาว เพราะแค่เอ็มบัปเป้ย้ายมายอดขายเสื้อก็คงจะถล่มทลายแล้ว และถ้าทีมประสบความสำเร็จอีก ยิ่งโกยเงินกันอย่างสนุกสนาน
นอกจากนั้นเรื่องเพดานค่าเหนื่อยก็สำคัญ เพราะเอ็มบัปเป้ รับอยู่ปัจจุบันที่ 4 แสนยูโร หรือ 340,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ ขณะที่ผู้เล่นหงส์แดงที่รับรายได้มากที่สุด คือโม ซาลาห์ กับ ติอาโก้ รับอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ แปลว่าถ้าเอ็มบัปเป้ย้ายมา เขาก็จะฉีกเพดานค่าเหนื่อยของสโมสรเละเทะ
1
แต่สื่อมวลชนในอังกฤษก็เชียร์ว่า โอกาสการได้ตัวเอ็มบัปเป้ ว่าที่บัลลงดอร์แน่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย มีไม่กี่ครั้ง ที่เปแอสเชต้องยอมปล่อย เพราะนักเตะจะหมดสัญญา และเรอัล มาดริด ดันไม่มีความพร้อมเรื่องการเงินพอดี ดังนั้นเป็นโอกาสทองครั้งเดียวที่ลิเวอร์พูลจะเซ็นสัญญากับเอ็มบัปเป้ได้
1
ถ้าดูจากอายุของ 3 ประสาน ณ ปัจจุบัน ซาลาห์ กับมาเน่ อายุ 28 ปีแล้ว ส่วนฟีร์มีโน่ 29 ปี ดังนั้นถ้าจะขายสักคน ก็ต้องขายตอนนี้เลย ยังสามารถทำเงินได้ในระดับ 80-100 ล้านปอนด์ แล้วเอาเงินส่วนนั้นมาโปะซื้อเอ็มบัปเป้ ก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่
4
สื่อในยุโรป โฟกัสตรงกันว่าถ้าจะย้าย ก็มีแค่เรอัล มาดริด หรือลิเวอร์พูลเท่านั้น ขณะที่แมนฯซิตี้ เชื่อว่ายาก โอเคพวกเขาอยากได้กองหน้าคนใหม่มาแทนอเกวโร่ แต่เพราะสโมสรถูกเพ่งเล็งจากยูฟ่า เรื่องการโยกเงินสปอนเซอร์ก่อนหน้านี้ ดังนั้นถ้าจ่ายผู้เล่นระดับ 200 ล้านยูโร รับรองได้ว่า มีปัญหาตามมาอีกแน่ๆ ขณะที่บาร์เซโลน่านั้น ก็กำลังวุ่นวายกับเรื่องการเลือกประธานสโมสร แถมยังเหลืองบน้อยมากๆ จากการซื้อตัวแพงๆทุกปี ทั้งคูตินโญ่, อุสมาน เดมเบเล่ และ อองตวน กรีซมันน์ จึงเชื่อว่าราคาขนาดนี้ เกินที่บาร์ซ่าจะจ่ายไหว
[ หรือจะไม่ย้าย? ]
ลีโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาของเปแอสเชอธิบายว่า ถ้าให้ย้ายไปทีมอื่น สู้อยู่เปแอสเช จนเป็นตำนานตลอดกาลไม่ดีกว่าหรือ
นอกจากนั้น ขณะที่สโมสรอื่นมีปัญหาทางการเงิน แต่เปแอสเช มีเงินหนาเหมือนเดิม และพร้อมอัพค่าเหนื่อยของเอ็มบัปเป้ จาก 400,000 ยูโรต่อสัปดาห์ เป็น 700,000 ยูโรต่อสัปดาห์ เทียบเท่ากับที่เนย์มาร์ได้รับในปัจจุบันด้วย
1
"ธุรกิจฟุตบอล ไม่ว่าใครก็ย่ำแย่ไปหมด แต่เปแอสเชไม่เจอผลกระทบหนักมาก และเราสามารถเก็บทั้งเนย์มาร์ และเอ็มบัปเป้ พร้อมกันได้ และถ้าให้ผมพูดตรงๆ ผมคิดว่าไม่มีสโมสรไหนหรอก ที่พร้อมจะจ่ายเงินซื้อตัวเขาในตอนนี้"
อีกหนึ่งสถิติ ที่แฟนบอลอยากเห็นเอ็มบัปเป้ทำลาย คือนักเตะที่ยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของสโมสร โดยเจ้าของสถิติคนปัจจุบันคือเอดินสัน คาวานี่ที่จำนวน 200 ลูก ส่วนเอ็มบัปเป้ ตอนนี้ยิงไปแล้ว 111 ลูก ช่องว่างอีก 90 ลูก ถ้าเขาอยู่กับเปแอสเชอีกสัก 2-3 ปี ก็แซงได้สบายๆ
ดังนั้นหนทางการอยู่เปแอสเชต่อ ถ้าว่ากันแฟร์ๆคือ ทางเพลย์เซฟ ได้แชมป์สบายๆทุกปี ได้เงินมหาศาล อยู่กับเพื่อนฝูงชาวฝรั่งเศส วิถีชีวิตไม่ต้องเปลี่ยน รอลุ้นทำลายสถิติอย่างเดียว
แต่ก็แน่นอน สิ่งที่ต้องแลกมา คือโอกาสที่เขาจะผลักดันตัวเองไปสู่ความเป็นไอคอนอย่างแท้จริงในวงการลูกหนัง
1
[ บทสรุปดีลเอ็มบัปเป้ ]
1
ความเป็นไปได้ ในดีลการย้ายตัวของเอ็มบัปเป้ มีอยู่ 3 ข้อเท่านั้น
1
1- อยู่เปแอสเชต่อไปเลย ให้เป็นตำนาน ก็เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรซะ แล้วพอหมดสัญญาตอนอายุ 27 ทำลายสถิติทุกอย่างได้หมดแล้ว ก็ค่อยย้ายทีมออกไป ในช่วงที่สั่งสมประสบการณ์สูงสุด แต่ก็อาจโดนค่อนขอดได้ว่าไม่กล้าทะยานออกไปเจอลีกที่แกร่งกว่านี้
2- ย้ายทีมทันทีในซัมเมอร์ปี 2021 ด้วยค่าตัวราว 202 ล้านยูโร โดยมีแค่ 2 ทีม ที่มีลุ้นได้ตัว คือเรอัล มาดริด กับลิเวอร์พูล วิธีนี้ก็จะไม่หักหาญน้ำใจกับเปแอสเชมาก เพราะอย่างน้อยต้นสังกัดก็ได้เงินบ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับเรอัล มาดริด และลิเวอร์พูลที่จะรวบเงินมาได้หรือเปล่า
และ 3- ย้ายทีมในซัมเมอร์ปี 2022 หลังจากหมดสัญญากับเปแอสเชตามกฎบอสแมน คราวนี้ เขาจะมีทางเลือกมหาศาล เพราะสโมสรต่างๆ ไม่ต้องจ่ายค่าตัวแล้ว จ่ายแต่ค่าเหนื่อยอย่างเดียว ซึ่งต่อให้จ่าย 4-5 แสนยูโรต่อสัปดาห์ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าทำแบบนี้ ก็จะเป็นการแยกทางกับแปแอสเชอย่างไม่สวยนัก เพราะสโมสรจะไม่ได้อะไรเลยสักยูโรเดียว
3
ตัวเอ็มบัปเป้ ยังแทงกั๊กๆ อยู่ ยังไม่บอกชัดเจนว่าจะเลือกเส้นทางไหน ซึ่งแฟนบอลก็ต้องติดตามกันต่อไป
แต่หนึ่งอย่างที่การันตีได้แน่ๆ คือไม่ว่าทีมไหนก็ตามที่ได้ตัวเอ็มบัปเป้ไป มีโอกาสจะก้าวขึ้นมา กลายเป็นเบอร์หนึ่งของยุโรปได้อย่างไม่ยากเลย
#Mbappe
โฆษณา