27 ก.พ. 2021 เวลา 11:27 • สุขภาพ
การทำแท้ง สิทธิ กฎหมาย ศีลธรรม
แหล่งที่มา Woman photo created by wayhomestudio - www.freepik.com
“การทำแท้ง” เป็นสิ่งที่ได้รับการถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์และหาแนวทางแก้ไขกันมาสักพักใหญ่ในสังคมไทย ถึงความเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ทั้งในส่วนของความเชื่อทางด้านศาสนาและกฎหมายเองก็ตาม แต่ทั้งนี้หลังวุฒิสภาได้มีมติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการทำแท้ง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. 2564 ซึ่งนับเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ทางกฎหมายของประเทศไทย
ขออนุญาตขยายความคำว่าทำแท้ง การทำแท้ง หรือการทำให้แท้งนั้น ความหมาย ตามราชบัณฑิตยสถานคือ “สิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อนกําหนดการคลอด โดยที่ลูกใน ท้องไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้”
โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
ให้ยกเลิกความในมาตรา 301 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ"
ให้ยกเลิกความในมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 305 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือมาตรา 302 เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำไม่มีความผิด
(1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ต่อสุขภาพทางกายหรือจิตใจของหญิงนั้น
(2) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมาก หรือมีเหตุผลทางการแพทย์ อันควรเชื่อได้ว่า หากทารกคลอดออกมาจะมีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง
(3) หญิงยืนยันต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมว่า ตนมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ
(4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์
(5) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้ง ครรภ์ ภายหลังการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
 
แล้วกฎหมายฉบับนี้นั้นส่งผลกระทบอย่างไรต่อ “ผู้หญิงไทย”
 
ด้านศาสนาและศีลธรรม
ในมุมมองของศาสนาพุทธ ชีวิตถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่าและยากที่จะได้มาเกิดในโลกนี้ในฐานะมนุษย์ การทำลายตัวอ่อนในครรภ์จึงเป็นการทำลายโอกาสที่หาได้ยากสำหรับชีวิตที่มีค่า
ส่วนในกรณีที่ชีวิตของผู้หญิงที่ท้องอาจได้อันรายเนื่องจากมีลูกอ่อนอยู่ในครรภ์ พระพุทธศาสนาอนุญาตให้มีการรักษาตนเองตามเงื่อนไขที่ว่า เธอนั้นรับการรักษา ทางยา ไม่ใช่เงื่อนไขที่ว่าให้เธอทำแท้ง
ดังนั้นในระดับของการพัฒนาครรภ์ลูกอ่อนในครรภ์มีชีวิตแล้ว มันเป็นความไม่ถูกต้องทางศีลธรรมที่จะใช้วิธีการทำแท้งไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไร
ด้านสิทธิ
“การทำแท้งบนความต้องการ” ทำให้ผู้หญิงนั้นมีสิทธิเหนือร่างกายของตนเองและสามารถที่จะเลือกเส้นทางให้กับตนเองได้ เนื่องจากที่ผ่านมาสังคมของเรานั้น เมื่อผู้หญิงมีการตั้งท้องไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ผู้หญิงมักจะเป็นฝ่ายที่เสียหายมากกว่าผู้ชายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอนาคต หรือมุมมองของสังคม ตลอดเกือบ1 ปีที่ต้องทำการอุ้มท้อง
ทั้งนี้การทำแท้งอย่างถูกกฎหมายนั้นยังช่วยลดความเสียหายจากการทำแท้งเถื่อน หรือการทำแท้งด้วยตนเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ ถึงอย่างนั้นก็ได้มีการกล่าวถึงสิทธิของเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ด้วยเช่นกันว่า เด็กคนนี้นั้นมีสิทธิในการจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ และคนเป็นแม่นั้นมีสิทธิอันใดที่จะไปพรากสิทธินั้นไป และแม้ว่าจะเป็นการตั้งท้องด้วยความไม่สมัครใจก็ตาม จึงมาการมองการทำแท้งว่า เป็นการกระทำที่โหดร้าย และขาดซึ่งความเห็นใจต่อเด็กที่ยังไม่เกิด เปรียบเทียบการกระทำนี้กับกรณีที่คน ๆ หนึ่งไม่ช่วยเหลือใครบางคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือจากเขาเป็นอย่างที่สุด
แหล่งที่มา People photo created by yanalya - www.freepik.com
สำหรับความเห็นของทางแอดมินแล้ว การทำแท้งนั้นเป็นเรื่องที่เห็นควรด้วยหรือไม่
คำตอบคือ ในกรณีนี้ผมจะขอวางในส่วนของ บาป บุญ คุณ โทษเอาไว้ก่อน เพราะผู้ตั้งครรภ์ควรมีสิทธิในการเลือก และพิจารณาถึงความเหมาะสมในการตั้งครรภ์และให้กำเนิดแก่เด็กคนหนึ่ง ทั้งนี้หากพิจารณาแล้วพบว่าการตั้งครรภ์และการให้กำเนิดเด็กนั้น ก่อให้เกิดผลเสียต่อทั้งตนเอง (สุขภาพจิต อนาคต การงาน เรียน) ต่อครอบครัว (ไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กที่เกิดมาได้) สังคม รวมไปถึงตัวเด็กที่จะเกิดมาเองก็ด้วย ผู้หญิงคนนั้นก็ย่อมจะมีเหตุที่จะทำแท้งได้แม้แม้จะเป็นสิ่งที่ผิดบาปตามหลักศาสนาก็ตาม แต่ในทางกลับกันคือการได้รับสิทธิ์ ที่เท่าเทียม ในเรื่องการปฏิเสธการตั้งครรภ์ โดยไม่พร้อมเช่นกัน
อ้างอิงจาก
พุทธศาสนากับจริยศาสตร์ประยุกต์ โดย ประเวศ อินทองปาน
แก้ไขกฎหมายทำแท้ง ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบ 60 ปีที่หลายฝ่ายยังมีข้อกังวล
โฆษณา