Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Green Story
•
ติดตาม
28 ก.พ. 2021 เวลา 06:48 • สิ่งแวดล้อม
เมื่อปลากำลังจะสูญพันธุ์
ปีที่ผ่านมา (2563) มีการสูญพันธุ์ของปลาน้ำจืดถึง 16 ชนิด หลังจากก่อนหน้านี้ สูญพันธุ์ไปแล้ว 80 ชนิด ขณะที่ตัวเลขรวมตลอด 50 ปี พบการอพยพของประชากรปลาน้ำจืดลดลง 76% ส่วนปลาขนาดใหญ่ ที่มีน้ำหนักมากกว่า 30 กิโลกรัม ลดลงถึง 96%
ในแม่น้ำของประเทศอังกฤษ สถานที่ที่เคยชุกชุมไปด้วยฝูงปลาแซลมอน พบว่า ตั้งแต่ปี 1960 จำนวนปลาลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนปลาเบอร์บอตและปลาสเตอร์เจียน ได้สูญพันธุ์ไปแล้วจากน่านน้ำของภูมิภาคนี้ ส่วนในยุโรป กำลังประสบปัญหาการลดลงของปลาไหล ที่ค่อยๆขยับเข้าใกล้การสูญพันธุ์เร็วขึ้นทุกขณะ
สถานการณ์นี้ เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ โดยเฉาะการสร้างเขื่อนกีดขวางทางน้ำ อย่างที่กำลังเกิดวิกฤตขึ้นกับแม่น้ำโขง หรือในแม่น้ำแยงซี ที่ปัจจุบัน แทบจะเหลือเพียงเวิ้งน้ำว่างเปล่า ไร้ซึ่งลมหายใจของชีวิต
อีกกิจกรรมที่รุนแรงไม่น้อยไปกว่ากัน คือการปล่อยมลพิษลงแม่น้ำอย่างไร้การควบคุม และขาดสำนึกสาธารณะ รวมถึงการประมงแบบทำลายล้าง และการลดลงของพื้นที่ชุ่มน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติอื่นๆ
แม่น้ำมาลิเลา ฟิลิปปินส์ 1 ในแม่น้ำที่สกปรกที่สุดในโลก จากhttps://bottomlineis.co
ถ้าเทียบสัดส่วนกันด้วยพื้นที่ แน่นอนว่า แหล่งน้ำจืดเป็นเพียงพื้นที่ส่วนน้อยที่โลกมี
แต่ทว่าในมุมของความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งน้ำจืดกลับมีศักยภาพนี้อย่างมากมายมหาศาล
งานวิจัยพบว่า โลกน่าจะมีปลาน้ำจืดอยู่ราว 18,000 ชนิด และยังค้นพบชนิดใหม่ๆมากขึ้นเรื่อยๆในทุกวัน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีปลาน้ำจืดกว่า 10,000 ชนิด ที่ตกอยู่ในสถานะไม่แน่นอน และมีถึง 30% ที่กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์
ความล่มสลายของระบบนิเวศ จะทำให้มนุษย์ต้องเจอกับปัญหาที่หลากหลาย และผู้ที่จะได้รับผลกระทบหนักสุด คือกลุ่มคนยากจนที่ต้องพึ่งพิงปลาน้ำจืดจากธรรมชาติ
IUCNและWWF ออกรายงานฉบับใหม่ ชื่อ 'ปลาที่ถูกลืมของโลก' หลังจากออกสำรวจสถานะของปลาน้ำจืดทั่วโลก และพบว่า 1 ใน 3 ของปลาน้ำจืดกำลังสูญพันธุ์
ฟังดูอาจไม่น่าเชื่อ แต่ปลาประเภทปลาดุก มีประชากรลดลงในอัตราที่หายนะ คือร้อยละ 94 และหนึ่งในปลาประเภทปลาดุกที่ IUCN ประกาศสูญพันธุ์ คือปลาในเมืองไทย อย่างปลาหวีเกศนั่นเอง
ปลาหวีเกศ
เฉพาะปี 2563 เป็นปีที่เลวร้ายมากสำหรับสถานการณ์ปลาน้ำจืด เพราะเริ่มต้นปีด้วยการสูญพันธุ์ของปลาฉลามปากเป็ดจีน ปลายักษ์เฉพาะถิ่นของแม่น้ำแยงซี และจบปีด้วยการที่ IUCN ประกาศการสูญพันธุ์ของปลาน้ำจืดอีก 15 สายพันธุ์ในฟิลิปปินส์ ทำให้โดยรวมแล้ว IUCN ประกาศว่ามีปลาน้ำจืดถึง 80 ชนิด สูญพันธุ์ และ 115 ชนิด ถูกจัดอยู่ในประเภทอาจสูญพันธุ์หรือใกล้สูญพันธุ์
การสูญพันธุ์ของปลามีหลายสาเหตุ ทั้งการทำลายที่อยู่อาศัย การสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำที่ไหลอย่างอิสระ การใช้น้ำมากเกินไปเพื่อการชลประทาน รวมทั้งมลพิษในประเทศเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ปลาน้ำจืดยังมีความเสี่ยงจากการทำประมงมากเกินไป และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สำหรับประเทศไทยแล้ว การสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำที่ไหลอย่างอิสระ เป็นปัญหาที่ใกล้ตัวคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก เพราะปลาอพยพในแม่น้ำโขง ที่เดินทางตามฤดูกาล เป็นแรงกระตุ้นต่อระบบนิเวศและให้เกิดการเคลื่อนไหวของนักล่าอันดับต้นๆของแม่น้ำ นั่นคือโลมาแม่น้ำอิรวดี ที่ตอนนี้ เสี่ยงสูญหายไปจากแม่น้ำโขง
รายงานการวิจัยระบุว่า พื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำโขง เป็นพื้นที่ที่มีปริมาณการจับปลาน้ำจืดมากที่สุดในโลก คือ 14% - 18% เมื่อเทียบกับปริมาณปลาน้ำจืดที่จับได้ทั่วโลก
ที่กัมพูชา ปัจจุบันชาวกัมพูชาได้รับโปรตีนจากสัตว์ราว 16% โดยเฉพาะจากการประมงในลุ่มแม่น้ำโขงที่มีปริมาณมาก การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า หากการทำประมงน้ำจืดของกัมพูชาล้มเหลว จากเขื่อนและความแห้งแล้ง อย่างกรณีที่ระดับน้ำโขงต่ำเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กัมพูชาจะต้องเพิ่มพื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์เพื่อกินเนื้อทดแทนปลา มากถึง 155% และพื้นที่เพาะปลูก 59% เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารที่หมดไปเพราะแม่น้ำโขงถูกทำลาย จากข้อมูลนี้ ชี้ให้เห็นว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มโหฬารมาก
เวลานี้ คงไม่มีวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพของโลกไหนจะรุนแรงไปกว่าระบบนิเวศน้ำจืดอีกแล้ว การสร้างเขื่อนยังกระทบต่อการอพยพของปลาโดยตรง ทั้งปลาสเตอร์เจียน ปลาแซลมอน ปลาฮิลซา และปลาดุกลาย ที่ลดลงถึง 76% นับตั้งแต่ปี 2513
ประชากรปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ เช่น ปลาสเตอร์เจียน ปลาเบลูกาและปลาบึก ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยลดลง 94% ตั้งแต่ปี 2513 ถือว่าอยู่ในระดับหายนะมากๆ
ตัวอย่างการทำประมงแบบทำลายล้าง หรือการประมงที่ไม่ยั่งยืน เช่น การลักลอบจับปลาสเตอร์เจียนผิดกฎหมายเพื่อค้าไข่ปลาคาเวียร์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปลาสเตอร์เจียนเป็นหนึ่งในกลุ่มสัตว์ที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก โดยไข่ปลาปลาสเตอร์เจียน ก็คือไข่คาเวียร์ที่เราเรียกกันจนติดปากนั่นเอง
ไข่ปลาสเตอร์เจียน ภาพจาก https://food.mthai.com/
ก่อนที่จะไม่มีปลากิน (เหมือนที่กัมพูชาอาจจะประสบ) ต้องเร่งแก้ปัญหาที่ต้นตอ คือการปล่อยให้แม่น้ำไหลอย่างอิสระและฟื้นฟูถิ่นอาศัยของปลา ลดการทำประมงเกินพิกัด และจับตาไม่ให้มีปลาเอเลี่ยนที่ทำลายปลาพื้นถิ่นหลุดเข้าไปในแหล่งน้ำ
การรื้อเขื่อนกั้นน้ำ ยังเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เช่น การรื้อเขื่อนกั้นแม่น้ำพีน็อบสก็อต (Penobscot river) ในสหรัฐอเมริกา แล้วปล่อยให้ปลาอพยพว่ายจากทะเลไปยังต้นน้ำอีกครั้ง ได้ทำให้จำนวนปลาเฮอริ่งในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น จาก 2,000 - 3,000 ตัว เป็นมากกว่า 2.8 ล้านตัว
นอกจากปลาน้ำจืดแล้ว ยังมีรายงานว่า ปลาทะเลอาจสูญพันธุ์ในปี 2048 ด้วย
การศึกษาของ Boris Worm นักศึกษาปริญญาเอกจาก Delhousie University ร่วมกับคณะวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สวีเดนและปานามา เพื่อความพยายามเข้าใจเกี่ยวกับการสูญเสียชนิดพันธุ์ในทะเลทั่วโลก ทำให้ได้ข้อมูลวิเคราะห์ต่างๆมากมาย แต่ผลที่ได้เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง
ผู้ร่วมวิจัยจากสหราชอาณาจักรกล่าวว่า "นี่เป็นสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำนายว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่มันเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ และถ้าความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลลดลงอย่างต่อเนื่อง สิ่งแวดล้อมทางทะเลไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ นั้นหมายความว่า ชีวิตเราก็ไม่ยั่งยืนได้เช่นกัน”
ประมงพานิชย์ ภาพจากกรีนพีซ
ปัจจุบัน 29% ของปลาและอาหารทะเลที่มนุษย์กิน ได้ลดลงกว่า 90% หมายความว่า เราหาปลาและอาหารทะเลมากขึ้น จนอาจไม่เหลือเลยในอนาคต แถมยังต้องมากังวลกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในอาหารทะเลอีก เเน่นอนว่า เรื่องนี้ส่งผลกับมนุษย์โดยตรง เพราะเป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้าย (Top consumer) อีกปัญหาคือ ประชากรมนุษย์ขยายตัวปริเวณชายฝั่งมากขึ้น จึงส่งผลต่อการปล่อยสารเคมีจากบนบกลงสู่ทะเลได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย
ทุกสิ่งที่มีชีวิตอยู่ในทะเล มีความสำคัญทั้งหมด ความหลากหลายทางชีวภาพ คือการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิตในทะเล ยิ่งมีความหลากหลายมาก ก็จะบ่งบอกถึงการมีสุขภาพที่ดี
หากเทียบเรื่องนี้กับร่างกายมนุษย์ การค่อยๆสูญเสียชนิดพันธุ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เหมือนกับก้อนมะเร็งที่ค่อยๆเติบโตจนขั้นสุดท้าย และรักษาไม่ได้ นั่นคือการตายของท้องทะเลอย่างสมบูรณ์
ปัจจุบัน เราได้ทราบการทำนายโดยอาศัยข้อมูลจริงจากนักวิจัยแล้ว ถามว่า ยังมีทางแก้ไขหรือไม่ คำตอบคือ ยังมีทางแก้ เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายอย่างสมบูรณ์ ด้วยการทำประมงอย่างยั่งยืน ควบคุมปัญหามลพิษและขยะพลาสติก จัดการถิ่นอาศัยของสัตว์และมนุษย์ และพยายามประกาศพื้นที่อนุรักษ์มหาสมุทร เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจัง
ข้อมูลจาก IUCN
บันทึก
1
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย