4 มี.ค. 2021 เวลา 23:58 • กีฬา
John Francis O'Shea - Mr.Versatile
ในโลกของฟุตบอล มีนักเตะที่มีความสามารถมากมาย ทั้งนักเตะเพลย์เมกเกอร์ ระดับ พระกาฬ กองหน้าสุดคมกริบ หรือ กองหลังที่แข็งแกร่งดั่งหินผา แต่จะมีนักเตะสักกี่คนครับ ที่สามารถเป็นได้ทุกอย่างในสนาม ไม่เว้นแม้แต่ ผู้รักษาประตู นี่คือเรื่องราวของ John Francis O'Shea
John Francis O'Shea เกิดเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 1981 ณ วอเทอร์ฟอร์ด ประเทศ ไอร์แลนด์ หลังจากจบการศึกษา จอห์น ได้ออกเดินทางมายังแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อเข้าร่วมฝึกฟุตบอลในอเคเดมี่ แล้วในที่สุด จอห์นก็เซ็นต์สัญญากับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมื่อเดือนสิงหาคม 1998 ในขณะนั้น เขามีอายุได้ 17 ปี และนี่อาจจะเป็นหนึ่งในการเซ็นต์สัญญาที่ชาญฉลาดที่สุดของแมนยู ในรอบ สิบปี
โอเชีย เล่นให้กับทีมสำรอง ของแมนยูในเต็ด 2 ปี (98/99 - 99/2000) และทำไป สองประตู หลังจากนั้นเขาก็ถูกปล่อยยืมตัว ในสัญญา 2 เดือน ไปให้กับ เบิร์นมัธ ทีมในลีคดิวิชั่นสอง จากการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก เนื่องจากจอห์น เป็นปราการหลังที่เล่นได้ทั้งสองฝั่ง เล่นได้อย่างแน่นอน นิ่งภายใต้ความกดดัน และมีความมั่นใจกับบอลอีกด้วย
โอเชีย ลงเล่น 10 นัดให้กับ เบิร์นมัธ และพังไป 1 ประตู ในเกมที่พบกับมิลวอล์ หลังจากนั้นเขาก็ถูกเรียกตัวกลับโอลแทรฟฟอร์ด โดยหวังจะแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงได้สำเร็จ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อ จอห์น ได้ลงเล่นเพียง 2 นัด ในวอร์ธิงตัน คัพ ในเกมกับ วัตฟอร์ด และซันเดอร์แลนด์ แล้วเขาก็ต้องออกเดินทางอีกครั้ง !!
ในช่วงปลายปี 2001โอเชียกลับมาลงเล่นให้ทีมสำรองของยูไนเต็ด อีกครั้ง ด้วยฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างใช้ได้ แมทช์ที่เขาเล่นได้อย่างโดดเด่น คือเกมที่พบกับ ลีลล์ และ เบาวิสต้า
ไม่รู้จะเรียกนรกชัง หรือสวรรค์แกล้งดี สำหรับจอห์น โอเชีย เมื่อเกมแรกที่เขาประเด็มสนามให้กับยูไนเต็ด ในเกมลีค คัพ เมื่อ เดือนตุลาคม 1999 พบกับแอสตันวิลล่า ซึ่งในเกมนั้น พลพรรคปีศาจแเดงพลาดท่า พ่ายไปถึง 3 - 0 ...
ยังไม่จบแค่นั้น เมื่อโอเชียสามารถเลื่อนขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ ในเกมที่ไอร์แลนด์เปิดบ้านรับการมาเยือนของโครเอเชีย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2001 แต่ทว่าช่างเป็นการเดบิวต์ที่น่าผิดหวัง และอาจจะเรียกว่าเป็นฝันร้ายที่สุดของเขาเลยก็ว่าได้ เมื่อโอเชียถูกเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 84 ในขณะนั้นไอร์แลนด์นำอยู่ 2 - 1 แต่แล้วเขาก็พลาด ทำทีมเสียจุดโทษในช่วงทดเวลา และนั่นก็ทำให้เกมจบลงไปด้วยสกอร์ 2 – 2
ในฤดูกาล 2002/2003 ยูไนเต็ดประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บเป็นอย่างมากในแผงหลัง และมันก็เป็นโอกาสทองของโอเชีย ที่จะก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ จอห์นเป็นนักเตะที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ตั้งแต่เซนเตอร์ แบ๊กขวา แบ๊กซ้าย และมิดฟิลด์
โอเชียเริ่มต้นทีมชุดใหญ่ ด้วยการเล่นเคียงข้าง เซนเตอร์ดีกรีแชมป์โลกอย่างปู่บลองค์ ทำให้เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปได้มากเลยทีเดียว.. และซีซั่นนี้ ช่างเป็นการแจ้งเกิดได้อย่างแท้จริง ของโอเชีย ด้วยการเล่นที่ยอดเยี่ยม เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ และเทคนิคความสามารถที่ไม่เป็นรองใคร แล้วจอห์นก็เข้าไปอยู่ในดวงใจของสาวกเร้ดอาร์มี่โดยไม่รู้ตัว..
จอห์นเล่นได้ดีเหลือเกินในตำแหน่งแบ๊คทั้งสองข้าง ถึงแม้จะไม่มีลีลาแต่เร้าใจ แต่เขาก็เติมเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาเป็นที่จับตามองว่าจะเป็นกำลังสำคัญ ของทีมในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีแมทช์ที่ทุกคนคงจะจดจำไม่รู้ลืม เมื่อโอเชีย นักเตะดาวรุ่งโนเนมในขณะนั้น เตะบอลลอดดาก หลอก หลุยส์ ฟิโก้ ดาวเตะระดับจักรวาล ของรีลมาดริด ทีมดังจากลีคระดับเทพ ลาลีก้า ไปซะเสียคน ในเกมแชมปเปี้ยนส์ลีค และนั่นก็ทำให้แฟนๆ ต่างร้องเพลง Yesterday ของ เดอะบีทเทิ่ลส์ กันทั้งสนาม...
ด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดยอด ทำให้ใครหลายๆคนต่างกันยกย่องโอเชียให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำซีซั่น ของยูไนเต็ด นอกจากนี้ จอห์น ยังเกือบได้รับเสนอเป็น ผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของPFA อีกด้วย
ซีซั่นต่อๆมาด้วยฟอร์มการเล่นที่ตกลงไปอย่างน่าใจหาย.. การเล่นที่ดูเหมือนจะ "เฉื่อย.. อืด และไร้แพสชั่น" นี้เองสร้างความผิดหวังให้กับแฟนๆเป็นอย่างมาก เพราะปีนี้จอห์นต้องเล่นอยู่ภายใต้ความกดดัน ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ..
3
การมาของแกบบี้ กาเบรียล ไฮน์เซ่ รวมไปถึง ปาทริซ เอฟร่า พร้อมกับสไตล์การเล่นที่ถูกใจแฟนๆ ทำให้มีข่าวลือมากมายว่าเขาอาจจะต้องย้ายออกจากโรงละครแห่งความฝัน.. แต่สุดท้ายจอห์นก็ยืนยันหนักแน่นที่จะสู้ต่อไป
เมื่อไม่มีที่สำหรับแผงหลัง จอห์นก็ยังไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา.. แล้วโอกาสก็มาถึง เมื่อการอำลาทีมของยอดกัปตัน รอย คีนในปี 2005 ส่งผลให้ยูไนเต็ดยังไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้.. เซอร์อเล๊กซ์จึงมีแผนที่จะผลักดันจอห์นขึ้นไปเล่นในตำแหน่งนี้
" จอห์นเป็นนักเตะที่มีความสามารถมาก เขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงหลัง ดังนั้นผมเชื่อว่า การมาเล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง จะเป็นย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขาแน่ " ..
" ไม่มีใครกล้าประมาทตำแหน่งที่รอยเคยเล่น แต่จอห์นเป็นนักเตะที่มีศักยภาพ เขาเล่นได้ทั้งสองเท้า มีความสมดุล และนั่นจะทำให้เขาประสบความสำเร็จในตำแหน่งนี้" ... และนั่นก็ทำให้โอเชีย เขยิบก้าวขึ้นมาเล่นในแผงมิดฟิลด์
ถ้าให้เลือกระหว่าง ทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ไม่ดีสักอย่าง กับ ทำได้และเก่งอย่างเดียว คุณจะเลือกอะไร??
แต่คำถามนี้ คงไม่จำเป็นสำหรับจอห์น ในเมื่อเขาสามารถลงเล่นได้ทุกตำแหน่ง และดีไปหมดเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นแผงหลังแบคโฟร์ที่เขาเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง.. มิดฟิลด์ตัวรับที่ตัดเกมได้อย่างชาญฉลาด รวมไปถึงศูนย์หน้าที่พร้อมจะพิฆาต ล่าสังหารประตูอย่างเฉียบคม.. ยิ่งไปกว่านี้ แม้แต่ตำแหน่งผู้รักษาประตู เค้าก็พิสูจน์ให้เราเห็นมาแล้ว..
ในเกมที่พบกับ เสปอร์ เมื่อ วันที่ 4 ก.พ. 2007 เมื่อเอดวิน ฟาน เดอซาร์ ถูกชนจนจมูกหัก เล่นต่อไม่ไหว แล้วยูไนเต็ดก็ใช้โควต้าเปลี่ยนตัวครบไปสามคนแล้ว แต่นั่นไม่เป็นปัญหา เมื่อเรามี "จอห์น โอเชีย" ในช่วงท้ายเกม รอบบี้ คีน เพื่อนร่วมชาติ หลุดเดี่ยวมาหมายจะยิงประตูตีไข่แตกให้สำเร็จ แต่ทว่า โอเชียก็โชว์ซุปเปอร์เซฟ สกัดบอลได้ และทำให้ยูไนเต็ดรอดพ้นจากการเสียประตูไปแบบหวุดหวิด
บทสรุปของ มิสเตอร์จับฉ่ายผู้นี้อาจจะไม่ได้รับการยกย่องที่ยิ่งใหญ่มากนัก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความมหัศจรรย์ของเขายังคงประจักให้เราได้เห็นตลอด ตัวของเขาอาจไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรมากนัก แต่การที่นักเตะคนหนึ่งสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งโดยที่อาจจะไม่ได้เพอร์เฟค แต่ก็สามารถประคองทีม และ มีส่วนช่วยในการพาทีมคว้าชัยชนะได้นั้น มันช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกินครับ
บทความ By อู๋ FL
โฆษณา