5 มี.ค. 2021 เวลา 13:30 • หนังสือ
Book Review:
UNSTRUCTURED
วิธีคิดไร้กระบวนท่า
RAWIT HANUTSAHA
รวิศ หาญอุตสาหะ
สิ่งแรกที่ผู้เขียนเพจ Better Than Ever ทำเป็นอย่างแรกหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบคือ หาข้อมูลของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ เพื่อทำความรูัจักคนคนนี้ให้มากขึ้น เพราะชื่นชมในการเป็นนักอ่านหนังสือของบุคคลผู้นี้ เนื่องจากสัมผัสได้เลยว่าคุณรวิศ อ่านหนังสือมาอย่างเชี่ยวกรำ เพราะเนื้อหาในหนังสือไม่เพียงแต่จะช่วยกะเทาะเปลือกของการยึดติดกฏแห่งการพัฒนาตนเองและความสำเร็จที่ยึดติดกับหลักการหรือรูปแบบเดิมๆแล้ว ยังช่วยสอดแทรกความรู้ แนวคิด ข้อมูล รวมถึงแนวทางการคิดแบบใหม่ๆ โดยฉีกกฏที่คุณเคยรูัมาก่อนได้อย่างแยบคาย และไม่ทำให้ผู้อ่านหนังสือรู้สึกว่ากำลังโดนเลาะเปลือกแห่งความรู้เดิมๆออกเลย นี่คือความสนุกของการอ่านหนังสือเล่มนี้
หากเปรียบหนังสือเล่มนี้กับโลกยุทธจักรในหนังจีนกำลังภายใน หนังสือเล่มนี้ก็คือ คัมภีร์สุดยอดวิชาที่รวบรวมสุดยอดวิชาจากทุกสำนักที่ผู้โลดโผนในยุทธจักรต้องแก่งแย่งช่วงชิงให้ได้หนังสือเล่มนี้มาศึกษา เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มเติมพลังลมปราณขั้นบรรลุ ผ่านการถ่ายทอดผ่านมุมมองของจ้าวสำนักระดับแนวหน้า ที่้เหมือนกับเอาความรู้ที่กลั่นกรองมาสรุปเป็นเคล็ดวิชาให้ แต่ยังเอาลมปราณที่สั่งสมมาตลอดชีวิตที่ท่องยุทธจักรมาถ่ายทอดให้ด้วย
ไม่เพียงเท่านั้นเคล็ดกระบี่ หรือเคล็ดวิชาที่สำนักต่างๆเชี่ยวชาญ ก็ถูกนำมาบรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย
เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพทางเพจจะขอยกตัวอย่างบางตอนในหนังสือเล่มนี้มาสรุปให้ฟังคร่าวๆดังนี้
ตอนที่ 9 "ชอบไอเดียของคุณใช่ไหม... ฉีกมันทิ้งซะ" ในตอนนี้ทางเพจนึกถึงสุดยอดวิชากระบี่ไท่เก๊ก ที่ปรมาจารย์จางซันเฟิง (เตียซำฮง) ถ่ายทอดให้กับจางอู๋จี้ (เตียบ่อกี้) ที่เตียซำฮงบอกให้บ่อกี้ลืมกระบวนท่ากระบี่ที่ตัวเองสอนให้หมดสิ้น แทนที่จะถามว่าจำได้กี่กระบวนท่าแล้ว กลับถามว่าลืมได้หมดหรือไม่ เพราะเคล็ดกระบี่ไม่ได้อยู่ที่กระบวนท่า แต่เป็นความไร้กระบวนท่าต่างหาก หลายคนยึดติดกับกระบวนท่าสูตรสำเร็จที่จะนำมาซึ่งชัยชนะโดยพึ่งพิงกระบวนท่า (ไอเดีย ทฤษฏี ความรู้ใดความรู้หนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว) มากเกินไป (โดยเฉพาะไอเดียแรกที่คุณรวิศกล่าวในหนังสือเล่มนี้) โดยหลงลืมไปว่ากระบวนท่าไม่สำคัญเท่ากับการรู้จักปรับเปลี่ยน ประยุกต์ใช้กระบวนท่าในการต่อสู้ได้อย่างไม่จำกัดต่างหาก เช่นเดียวกับหลักการจำของสมองของมนุษย์ที่กลไกการลืมนั้น สำคัญยิ่งที่เราจำเป็นต้องลืมก่อน เพื่อที่สมองจะมีพื้นที่ในการจดจำและเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ดียิ่งขึ้น (กรุณาอ่านเพิ่มเติมในหนังสือ ทางเพจเพียงเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าเหตุใดควรอ่านหนังสือเล่มนี้เท่านั้น)
2
อีกตอนที่ทางเพจชอบและสนใจมากคือ ตอนที่ 20 "น้ำจืด น้ำเค็ม" ที่หนังสือได้กล่าวถึงคำพูดของคุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AP ที่ได้เปรียบเทียบกับการเอาปลาน้ำจืด และปลาน้ำเค็มมาไว้ในบ่อเดียวกัน สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ตรงด้านการบริหารงานบุคคลในองค์กรมาตลอด อย่างผู้เขียนเพจเองก็พบเห็นเรื่องนี้มาตลอดเช่นกัน เหมือนเช่นที่ผู้รู้ในแวดวงฝ่ายบุคคล หรือผู้บริหารหลายท่านก็ทราบเรื่องนี้ดี แต่ความต่างอยู่ตรงที่ในหลายบริษัทเองต่างพยายามเติมน้ำจืดทีหนึ่งเพื่อช่วยปลาน้ำจืด และเติมน้ำเค็มอีกทีหนึ่งเพื่อช่วยปลาน้ำเค็ม สุดท้ายก็แทบจะปล่อยให้ปลาน้ำเค็มกับปลาน้ำจืดเอาตัวรอดเองด้วยซ้ำ แต่คุณอนุพงษ์กลับตัดสินใจอย่างชัดเจนที่จะเป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็มก่อน แถมยังคิดที่จะส่งปลาประเภทที่ไม่ได้เลือกให้จากกันด้วยดี นี่คือสิ่งที่ทางเพจชื่นชม และนึกถึงการต่อสู้ของเคล็ดวิชาสายลมปราณอย่างตอนที่เตียบ่อกี้ถูกพลังฝ่ามือไอเย็นของภูติลึกลับ ทำร้ายจนพิษไอเย็นเข้าสู่ร่างกาย เกิดการตีกันของลมปราณสายเย็นและสายร้อน จนกระทั่งบ่อกี้ได้พบคัมภีร์เก้าเอี๊ยง ซึ่งเป็นพลังลมปราณสายร้อนที่กล้าแกร่ง และได้ฝึกฝนจนสลายลมปราณสายเย็นออกจากร่างกายได้ ก็เปรียบได้กับที่บ่อกี้ตัดสินใจเลือกเก็บแต่ลมปราณสายร้อนไว้นั่นเอง
หรือเหมือนตอนที่เล่งฮู้ชง ได้วิชาดูดดาวมาและได้ดูดพลังลมปราณของผู้อื่นมามากมายจนลมปราณต่างสายเกิดการตีกันเองทำให้บาดเจ็บสาหัสจนจะถึงแก่ชีวิต แต่ดีที่ได้ศึกษาวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของวัดเส้าหลินที่ช่วยสลายลมปราณสายที่แตกต่างกันลงได้
และนี่ก็แทบไม่ต่างกับเคล็ดลับในการเลือกเก็บ Talents ของคนในองค์กร และการสร้าง Desired Culture ที่บริษัทตนเองต้องการขึ้นมานั่นเอง
ตอนที่ 36 "อยากชีวิตดี ต้องนอนให้เป็น" เรื่องนี้สำคัญมากที่ทางเพจต้องหยิบยกมาพูดถึง เพราะในยุทธจักรที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งช่วงชิงนั้น หลายคนอาจมุ่งเน้นกับการฝึกปรือยุทธ์จนถึงขั้นลมปราณแตกซ่านกันไปเลยทีเดียว ซึ่งนี่คือเรื่องที่อันตรายมาก ในยุทธภพแทบจะมีเพียงไม่กี่สำนัก หรือสำนักเดียวนั่นคือ สำนักสุสานโบราณที่ให้ความสำคัญกับการนอน ดังเช่นที่เซียวเล่งนึ่งต้องนอนในเตียงหยกหิมะเย็นทุกวันเพื่อฝึกและเสริมสร้างลมปราณแม้กระทั่งตอนนอน หรือการนอนบนเส้นเชือก (ซึ่งเป็นการฝึกฝนโดยการนอนนั่นเอง) ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ และให้ความสำคัญ นี่คือสิ่งที่ทางเพจเห็นว่าหนังสือน้อยเล่มนักที่จะให้ความสำคัญกับการนอนดังที่หนังสือวิธีคิดไร้กระบวนท่า Unstructure เล่มนี้ ได้สรุปไว้เป็นตอนเฉพาะเลยทีเดียว ซึ่งหนังสือเล่มนี้ไม่เพียงแค่อธิบายให้เห็นความสำคัญ แต่ยังมุ่งเน้นที่การสร้าง mindset ของการนอน และลบอคติของการให้เวลากับการนอนอย่างเพียงพอโดยไม่ได้ถูกมองและถูกตัดสินว่าเป็นการให้เวลากับความขี้เกียจ ซึ่งทางเพจเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ดังเช่นที่กล่าวไว้ในหนังสือ "การนอนไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยเวลา แต่มันเป็นความจำเป็นของร่างกายมนุษย์ เราถูกสร้างมาให้นอนครับ จะว่าไปมนุษย์เป็นสัตว์เพียงประเภทเดียวในโลกที่ทำให้ตัวเองนอนไม่พอ"
เห็นไหมคะว่าทำไมทางเพจถึงต้องรีวิวหนังสือเล่มนี้ให้ทุกท่านได้อ่าน ขนาดแค่ยกเพียง 3 ตอน จาก 44 ตอนในหนังสือมาให้ฟังยังสนุกขนาดนี้ ลองคิดดูสิคะว่าทำไมทางเพจถึงได้ยืนยันว่าหนังสือเล่มนี้ คือ หนึ่งในสุดยอดคัมภีร์ที่ทุกคนควรมีและฝึกฝนในชีวิตนี้หากไม่อยากจะพลาดเคล็ดวิชาดีๆที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ รีบหามาอ่านเลยค่ะ
ปล: ทางเพจไม่ได้เงินค่ารีวิวนะคะ แต่ความตั้งใจคืออยากให้ผู้อ่านทุกท่านได้ความรู้จากหนังสือดีๆ และเติบโตดีขึ้นในทุกวัน ตาม concept ของเพจค่ะ
สไตล์การรีวิวของทางเพจอาจจะไม่เหมือนทั่วไปนะคะ หากชอบก็ขอให้กด like กด follow และ subscribe ด้วยนะคะ
แล้วพบกันใหม่ใน post ถัดๆไป
"ไร้กระบวนท่า ไม่ใช่ไร้สาระ หากแต่ไร้ขอบเขตของการจำกัดสาระต่างหาก"
- Better Than Ever -
5 March 2021
โฆษณา