5 มี.ค. 2021 เวลา 12:03 • ไลฟ์สไตล์
เพราะมี "รายได้" มาก "รายจ่าย" จึงเยอะตาม จริงหรือ?
เพราะมี "รายได้" มาก "รายจ่าย" จึงเยอะตาม จริงหรือ?
พอยิ่งมีรายได้มากขึ้น เราจะมีรายจ่ายมากขึ้น แต่ก่อนเงินเดือน 15,000 บาทก็อยู่ได้ พอเงินเดือนขึ้นมาเป็น 20,000 บาทเริ่มอยู่ไม่ได้ พอเงินเดือนแตะที่ 25,000 บาทเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังเพราะมีรายจ่ายมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เอ๊ะ!! มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมรายได้ที่มากขึ้นไม่ได้การันตีทักษะการใช้เงินได้เลย ทำงานมีรายได้สูงหรือลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนมาก แต่สุดท้ายไม่มีเงินเหลือเก็บ มันพลาดตรงไหนกัน
พลาดเพราะมีรอยรั่วของ ...รายจ่าย!!
งินมันก็เหมือนน้ำฝนที่ตกลงมาแล้วก็ต้องมีภาชนะรองรับ แล้วถ้าภาชนะที่รองน้ำเก็บไว้มีรอยรั่ว น้ำมันก็แห้งได้เหมือนกัน ซึ่งความสามารถในการจัดสรรเงินให้มีเงินใช้ไปตลอดชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่เราฝึกฝนกันได้ เพียงแต่ต้องดูแลรายจ่ายของเราให้ดี เราควรรู้ว่า.....
อะไรที่เราควรจ่าย
อะไรที่เราควรรอเวลา (เดี๋ยวค่อยซื้อ)
อะไรที่ไม่ควรจ่าย
ดังนั้น เพื่อให้เงินแต่ละบาทของเราได้ใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ต้องคิดแล้วว่าจะทำอย่างไรให้เงินที่จำกัดของเราใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรคิดให้ถ้วนถี่ก่อนจ่ายทุกครั้ง ซึ่งอาจจะใช้วิธีคิดนี้แบ่งแยกความจำเป็นก่อนตัดสินใจจ่ายเป็นแนวทางก็ได้ ดังนี้
1. รายจ่ายเพื่อรายได้ คือ การจ่ายเงินซื้อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วสิ่งนั้นสร้างเงินกลับมาให้เรา
2. รายจ่ายเพื่อรายจ่าย คือ การจ่ายเงินซื้อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วสิ่งนั้นไม่สร้างรายได้กลับมาให้เรา จ่ายแล้วจ่ายเลย
เราสร้างเงินได้จำกัดแต่ความต้องการของเราไม่จำกัด จะทำอย่างไรให้เงินที่สร้างมานั้นเกิดประโยชน์สูงสุด เราควรเริ่มที่วิธีคิดก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน คิดว่าคุ้มที่จะจ่ายหรือไม่
ดังนั้น เราควรจัดการกับความต้องการใช้จ่ายเงินของเราด้วยเหตุผลของความเป็นจริงจากเงินในกระเป๋าของเราว่าสมควรจ่ายหรือไม่ มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้มากหรือมีมากใช้น้อย แต่ถ้ามีน้อยใช้มากนี่ยังไงก็ไม่เหลือ ถูกมรสุมหนี้สินเข้าโจมตีแน่นอน
การจัดสรรรายจ่ายนั้นสำคัญกว่าการหารายได้
เพราะรายจ่ายเป็นรอยรั่วสำคัญที่ทำให้เงินออมของเราหายไป
โฆษณา