มีบัญชีอยู่แล้ว?
รู้ที่มาแล้วจะร้อง “เฮ้ย จริงดิ”!?
เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่บ่อยครั้งว่า เวลาใส่สูท...ทำไมต้องติดกระดุมแค่เม็ดเดียวด้วย??
เพราะหลายๆคนมองก็ว่าการติดกระดุมให้ครบทุกเม็ดดูดีและดูเรียบร้อยกว่า
.
.
.
4
วันนี้แอดจะมาอธิบาย
และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับข้อสงสัยนี้
เชื่อว่าต้อง surprise กันอย่างแน่นอน 😅
1
จริงๆในอดีตสุภาพบุรุษก็จะติดกระดุม “ทุกเม็ด” ตามที่ควรจะเป็น...
จนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ในสมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7
แห่งสหราชอาณาจักร (1901-1910)
.
.
.
1
พระองค์ทรงประสบปัญหา “ลงพุง”
และไม่สามารถติดกระดุมของพระองค์เม็ดสุดท้ายได้
10
ราชบริพาร นักการเมือง และขุนนาง
ไม่อยากทำให้พระองค์ต้องอับอาย
จึงปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายตามๆกัน
ทำให้ไม่มีใครมองว่าการไม่ติดกระดุมสูทเม็ดล่างเป็นเรื่องเสียมารยาท
หรือทำให้ลดความเป็นทางการลงแต่อย่างใด ❤️
2
กลายเป็นแฟชั่น
ลอกเลียนแบบจนกลายเป็นธรรมเนียนสู่สามัญชน นิยมใส่กัน
รวมไปถึงเสื้อกั๊ก เสื้อแจ๊คเก็ตด้วย
1
และในช่วงนั้นก็ปฏิบัติตามกันว่า
ถ้าใส่เสื้อกั๊กที่มีกระดุมมากกว่า 1 เม็ดขึ้นไป จะต้องปลดกระดุมเม็ดล่างสุดเสมอ
รวมถึงเบลเซอร์ชนิดกระดุมสองแถวด้วย
1
และในสูทที่มี 3 กระดุม
จะใส่ผ่านกฎ 3 ข้อที่เรียกว่า “Sometimes, Always, Never”
2
🔺 “Sometime” คือบางครั้งสามารถติดกระดุมเม็ดบนสุดได้ หากคอปกสูทเป็นสไตล์แบนราบแนบกับช่วงอกชัดเจน
1
🔺 “Always” คือติดกระดุมเม็ดกลางเสมอ โดยสามารถติดกระดุมเม็ดบนสุดได้ หากคอปกเบลเซอร์เป็นสไตล์มนม้วนจนซ่อนบังกระดุมเม็ดแรก
2
🔺 “Never” คือห้ามติดกระดุมเม็ดล่างสุด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม
2
อย่างไรก็ตาม
สำหรับปัจจุบันนี้จะติดหรือไม่ติดกระดุมเม็ดสุดท้ายก็ไม่ได้ผิดอะไร
ใส่สูทก็ถือว่าเป็นทางการ
และให้เกียรติสถานที่นั้นๆอยู่แล้ว
1
อีกอย่าง “สูท”
ไม่ใช่เครื่องแต่งกายของคนไทย
ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ถือขนาดนั้น
เพียงแต่ควรที่จะติดอย่างน้อย 1 เม็ด
เพื่อความเรียบร้อย เป็นพิธี
2
❤️🤵🏼‍♂️หรือถ้าต้องออกงานกับต่างชาติเขาก็จะมองว่าเราให้เกียรติ
และใส่ใจในละเอียด
สร้างความประทับใจได้ไม่น้อย
1
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ??
กับเรื่องราวและที่มาของสูทว่าทำไมต้องติดกระดุมแค่เม็ดเดียว เชื่อว่าไม่ใช่แค่คุณผู้ชายที่ต้องร้อง “OMG”
ผู้หญิงอ่านยังรู้สึกทึ่งเลยล่ะ 😅
ก็หวังว่าจะชอบบทความนี้
บทความหน้าจะมีอะไรมาฝากอีก
ติดตามไว้ได้เลนนะคะ
1
สำหรับวันนี้ ต้องขอตัวลาไปก่อน
สวัสดีค่ะ
    เหลาไปเรื่อย - Movie Blog
    ขอบคุณสำหรับบทความครับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “แพนด้า” กับความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับจีน 🇯🇵🐼🇨🇳 แพนด้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่จัดอยู่ในวงศ์หมี มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ประเทศจีน 🎋 ญี่ปุ่นได้รับแพนด้าจากจีนเป็นครั้งแรกในปี 1972 จำนวน 2 ตัวชื่อว่า คังคังและลังลัง โดยได้เป็นของขวัญเนื่องในพิธีรำลึกการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีของทั้งสองประเทศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีแพนด้าตัวใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ จนได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นมาก โดยเฉพาะเมื่อแพนด้าคลอดลูกจะเป็นข่าวดังทุกครั้งไป (เห่อ 😄) นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่จีนมอบแพนด้าให้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเช่นกัน การที่จีนมอบแพนด้าให้ประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์เช่นนี้ เรียกว่า “การฑูตแพนด้า” ภาษาญี่ปุ่นคือ パンダ外交 (ぱんだがいこう พันดะไกโค) หรือ Panda Diplomacy ในภาษาอังกฤษนั่นเองค่ะ 😉 การมอบแพนด้าฟรี ๆ ให้แก่ประเทศต่าง ๆ ดำเนินมาจนถึงช่วงต้นยุค 1980 แต่หลังจากนั้นจำนวนหมีแพนด้าได้ลดลงเรื่อย ๆ จีนจึงเปลี่ยนนโยบายจากมอบให้ฟรีเป็นการให้ยืมแทน โดยมีสัญญา 10 ปี และหลังจากนั้นจะมีการพิจารณาต่อสัญญาเป็นระยะ 😊 แพนด้าที่อยู่ในญี่ปุ่นทั้งหมดตอนนี้ (มี 13 ตัว อยู่ในสวนสัตว์ 3 แห่ง) จึงเป็นการยืมมาจากประเทศจีนเพื่อการวิจัยด้านการอนุรักษ์เท่านั้น (มีข้อมูลของปี 2011 ว่าญี่ปุ่นต้องจ่ายเงินประมาณ 950,000 ดอลลาร์ต่อปีให้จีนเพื่อเป็นค่ายืมแพนด้า) 😮 และมีกฎว่า ถึงแม้ว่าแพนด้าจะคลอดลูกในญี่ปุ่นแต่มาจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีสัญชาติจีน ก็ถือว่าแพนด้าน้อยก็เป็นสมบัติของจีนอยู่ดี 🤔 ดังนั้นเมื่อแพนด้าตัวเมียมีอายุประมาณ 4 ปีและตัวผู้อายุประมาณ 6 ปี ก็มักจะถูกส่งกลับไปประเทศจีนเพื่อผสมพันธุ์ เพราะที่นั่นมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เป็นจำนวนมาก เจ้าแพนด้าจะได้เลือกคู่ผสมพันธุ์ได้ถูกใจมากขึ้น เกิดเป็นแพนด้าก็ลำบากเหมือนกันนะคะ ไม่รู้ว่าจริง ๆ น้อง ๆ อยากกลับจีนหรือเปล่า มนุษย์คิดแทนให้เองล้วน ๆ เลย 🥺 อ้างอิง https://oggi.jp/6613805 วันนี้เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับจีน ๆ งั้นขอพาไปเที่ยวซุปเปอร์ขายของจีนในญี่ปุ่นละกันค่ะ 😁 ชื่อร้าน 友誼商店(ユウギショウテン ยูกิโชเต็น) อยู่ที่สถานี Ikebukuro ออกทางทิศเหนือ ที่อยู่ Tokyo Toshima-ku Nishiikebukuro 1-28-6-4F เบอร์โทร 03-5950-3588 ข้าง ๆ ซุปเปอร์มีฟู้ดคอร์ทอาหารจีนด้วย แต่ครั้งนี้ไม่กล้าเปิดหน้ากากอนามัยกิน 😅 ไว้โควิดซาถ้าได้ไปชิม จะมารีวิวอีกทีค่ะ 😄 ในส่วนของซุปเปอร์มีวัตถุดิบของจีนหลากหลายมาก แล้วก็มีของไทยด้วยนิดหน่อย 💕 * เจอไวตามิลค์ ขวดละ 160 เยน (ประมาณ 46 บาท) แล้วก็แคปหมูถุงละ 380 เยน (ประมาณ 110 บาท) ทำไงได้ละนะคะ ถ้าอยากกินก็ต้องยอมจ่าย 😅 แล้วพบกันใหม่ค่ะ 🥰🙏
      กรณีศึกษา “SkinX” เมื่อยักษ์ใหญ่ 2 วงการ จับมือปั้นสตาร์ตอัป ฝ่าการดิสรัปต์ในธุรกิจสุขภาพ การระบาดของโควิด 19 ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 2 ปี ได้ดิสรัปต์การดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม และเป็นตัวเร่งให้เกิดการนำเทคโนโลยีมากมาย มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจ
      ⚠️[BREAKING]⚠️ ภาษีคริปโต ! สรรพากรยอมให้หักส่วนขาดทุนมาหักกำไรได้แล้ว ! แต่ต้องอยู่ใน Exchange ไทยที่ กลต. กำกับเท่านั้น สรรพากรเพิ่งแถลงแนวทางนโยบายภาษีคริปโตล่าสุดออกมาช่วงบ่ายวันนี้ โดยกรมสรรพากรได้ยึดแนวทาง ทำให้ชัด ผ่อนปรน และมองอนาคต โดยมีข้อสรุปดังนี้
      หนุ่มฟิลิปปินส์ ฉวยโอกาส WFH ไปเที่ยว แต่ดันต้องส่งงานกะทันหันกลางทะเล ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีหนุ่มคนหนึ่งต้องเผชิญกับเดดไลน์ในการส่งงานแบบกะทันหัน ระหว่างที่เขาไปเที่ยวกลางทะเล จึงเกิดปิ๊งไอเดียพกโน้ตบุ๊กขึ้นไปบนพาราเซล (เรือลากร่ม) เพื่อหาสัญญาณ WiFi สำหรับส่งอีเมลให้ได้ แล้วส่งคลิปให้เจ้านายดูว่าเขาทำงานให้ระหว่างพักผ่อนด้วย
      ดูทั้งหมด