มีบัญชีอยู่แล้ว?
ทำไมแมวขนสีขาวตาสีฟ้ามักหูหนวก?
แค่หัวเรื่องก็คงทำทาสแมวหัวใจสลายไปตามๆกัน แต่อย่างเพิ่งกังวลไปค่ะ เหรียญมีสองด้าน ทุกทางออกมักดีเสมอ
วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องน้องแมวขาวตาฟ้า
ทั้งสีขน และสีตาที่พาทุกคนละลาย
แอบซ่อนความน่าสงสารไว้อยู่เหมือนกัน
เพราะการได้ยินเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตของน้องแมวเป็นอย่างมาก
เพื่อสามารถรับรู้สิ่งแวดล้อม
และป้องกันภัยอันตรายรอบตัว
โดยปกติแมวจะมีประสาทในการรับเสียงที่ดีเยี่ยม แต่ในแมวบางประเภทอย่างน้อง “ขาวมณี” แมวมงคลบ้านเรา
หรือแมวทั่วไปที่มีตัวสีขาว ตาสีฟ้า
มักจะมีข้อบกพร่องในด้านนี้
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น??
เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆกันค่ะ
ในทางวิทยาศาสตร์การศึกษาทางพันธุกรรมพบว่าภาวะหูหนวกในแมวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. ภาวะหูหนวกตั้งแต่กำเนิด
(congenital deafness)
2.ภาวะหูหนวกภายหลัง
(acquired deafness)
สำหรับแมวขนสีขาว
ทางวิทยาศาสตร์การศึกษาทางพันธุกรรมพบว่าเชื่อมโยงกับภาวะหูหนวกตั้งแต่กำเนิด
และมีความเกี่ยวข้องกับยีนที่ทำให้เกิดขนสีขาวที่เรียกสั้นๆว่า “W gene”
โดยเฉพาะแมวขนสีขาวที่มีตาสีฟ้า
และได้รับการพิสูจน์แล้วว่า...
🔸 แมวขนสีขาวที่มีตาสีอื่นๆ พบภาวะหูหนวกน้อยกว่า
🔸 แมวขนสีขาวตาสีเหลือง 2 ข้าง พบภาวะหูหนวกน้อยกว่าแมวขนสีขาวที่มีตาสีฟ้าทั้ง 2 ข้าง
🔸 แมวที่มีตา 2 สี หรือ ที่เรียกว่า “odd eye” ตาข้างที่เป็นสีฟ้าก็พบภาวะหูหนวกมากกว่าเช่นกัน
ที่เป็นอย่างนี้...
ทางวิทยาศาสตร์การศึกษาทางพันธุกรรมชี้แจงว่า เกิดจากระยะแรกของการพัฒนาตัวอ่อน melanoblast หรือเซลล์ผลิตที่เชื่อมกับระบบประสาทมีปัญหา ทำให้ neural crest จุดที่จะไปพัฒนาส่วนอื่นๆของร่างกายเช่น ผิวหนัง ตา และ หูชั้นใน จึงมีปัญหาตามไปด้วย
1
ในส่วนของแมวขนสีขาว ตาสีฟ้า
เกิดจากการเจริญเติบโตที่ “ผิดปกติ” ไป
แต่อย่าพึ่งตกใจว่าแมวขนสีขาวจะหูหนวกทุกตัวนะคะ
เพราะการเกิดขนสีขาวยังเกิดได้จากยีนอื่นอีกที่ไม่ใช่ “W gene” เช่น...
🧬 “tyrosinase gene”
ยีนที่ทำให้เกิดแต้มบนขนสีเข้มบริเวณ
ส่วนปลาย อย่างอุ้งเท้า หาง เช่นสายพันธุ์ “วิเชียรมาศ”
🧬 “white spotting gene”
ยีนที่ทำให้แมวมีมีสีขาวดำสลับกัน
พบว่าทั้ง 2 ยีนนี้ทำให้แมวเกิดขนสีขาวทั้งตัวได้เช่นกัน
ดังนั้นแมวขนสีขาวที่เกิดจาก 2 ยีนนี้
❌“ไม่พบ”❌
ความสัมพันธ์ของยีนที่เป็นสาเหตุของการเกิดหูหนวก
แต่แมวที่มีขนสีขาวที่เราคุ้นเคย
ที่เป็น “W gene” 🧬
และมีแนวโน้มเป็นแมวหูหนวกคือพันธุ์เหล่านี้ 🐈
White Persian,
White Scottish Fold,
White American Wirehair,
White American Shorthair,
White British Shorthair,
White Exotic Shorthair
และ White Oriental Shorthair
สำหรับใครที่เลี้ยงแมวสีขาว ตาฟ้า และอยากรู้ว่าน้องมีภาวะนี้หรือไม่
สามารถเช็คได้เบื้องต้นดังนี้ (อันนี้จากประสบการณ์ตรงของแอดเองนะคะ
ถ้าใครมีวิธีที่ดีกว่านี้สามารถคอมเม้นมาที่ด้านล่างเลยน้า)
.
.
.
✅ เรียกแล้วน้องไม่ค่อยได้ยินหรือไม่?
หรือเวลาทำอะไรดังๆ
มักจะไม่มีปฏิกิริยาหรือเปล่า?
เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ขี้ตกใจพอสมควร เวลาเรียกยังไงก็ต้องหันบ้าง หรือทำอะไรดังๆ ก็มักจะตื่นตัวเสมอ
✅ น้องร้องเสียงดังกว่าแมวปกติทั่วไปหรือไม่?
เพราะแมวที่ได้ยินเสียงไม่ชัดมักชอบร้องเสียงดังกว่าแมวปกติ บางครั้งทำเอาทาสจี๊ดขึ้นสมองเลยทีเดียว
ที่เขาเป็นแบบนี้เนื่องจากไม่ได้ยินเสียงตัวเองชัดพอ เลยพยายามเปร่งเสียงออกมาให้ดังเท่าที่เขาพอจะได้ยิน
✅ น้องเดินโซเซเล็กน้อยหรือเปล่า? เนื่องจากการได้ยินมีปัญหาทำให้มีปัญหาเดินไม่สมดุล กรณีนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับแมวเด็กและแมวโตเลยล่ะ
✅ หรือถ้าใครเลี้ยงแมวตาสองสี
อยากเช็คว่าน้องได้ยินเพียงหูข้างเดียวหรือไม่
ต้องสังเกตว่าเมื่อรับสิ่งเร้าน้องหันแค่ข้างเดียวตลอดหรือไม่
เพราะน้องจะหันหัวตามหูข้างที่ได้ยินปกติ เพราะรับรู้ชัดเจนกว่า
ซึ่งถ้าหันแต่ข้างเดิมก็อาจจะเข้าข่ายได้
.
.
.
. สรุป
🔸 แมวขนสีขาวมักมีภาวะหูหนวกตั้งแต่กำเนิดเพราะความผิดปกติของเซลล์ผลิตเม็ดสีที่เชื่อมต่อกับระบบประสาท
🔸 กรรมพันธุ์ หรือ W gene มีผลให้เกิดภาวะหูหนวกหรือสูญเสียการได้ยินในแมว
🔸 แมวขนสีขาว ตาฟ้า ไม่ได้หูหนวกทุกตัว รวมทั้งแมวที่มีขนสีอื่นๆ ก็สามารถเกิดภาวะหูหนวกได้เช่นกัน
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ??
กับความรู้ที่เอามาฝากในวันนี้
อ่านแล้วทาสแมวก็อย่าได้เป็นกังวลไป ในแมวขนขาวบางตัวอาจพบการสูญเสียการได้ยินบางส่วน ไม่ถึงกับหูหนวก
ดังนั้นสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
หรือถ้าน้องมีภาวะนี้จริงเราก็สามารถสื่อสารกับน้องได้ด้วยท่าทางต่างๆ
ส่วนเรื่องสภาพแวดล้อม
น้องจะชินเองค่ะ ^^
👨‍⚕️แต่อย่างไรก็ตามควรปรึกษาสัตวแพทย์
เพื่อเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตค่ะ
.
.
.
สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน
สวัสดีค่ะ
เรียบเรียงโดย OMG Facts
ข้อมูลอ้างอิง
ผศ. สพ.ญ. ดร. จันทร์จิรา ภวภูตานนท์ (อว. สพ. เวชศาสตร์ระบบสืบพันธุ์)
ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    อ่านง่ายสบายสมอง
    น่ารักแต่ก็น่าสงสารค่ะ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “แพนด้า” กับความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับจีน 🇯🇵🐼🇨🇳 แพนด้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่จัดอยู่ในวงศ์หมี มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ประเทศจีน 🎋 ญี่ปุ่นได้รับแพนด้าจากจีนเป็นครั้งแรกในปี 1972 จำนวน 2 ตัวชื่อว่า คังคังและลังลัง โดยได้เป็นของขวัญเนื่องในพิธีรำลึกการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีของทั้งสองประเทศ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีแพนด้าตัวใหม่ ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ จนได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นมาก โดยเฉพาะเมื่อแพนด้าคลอดลูกจะเป็นข่าวดังทุกครั้งไป (เห่อ 😄) นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่จีนมอบแพนด้าให้ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเช่นกัน การที่จีนมอบแพนด้าให้ประเทศต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์เช่นนี้ เรียกว่า “การฑูตแพนด้า” ภาษาญี่ปุ่นคือ パンダ外交 (ぱんだがいこう พันดะไกโค) หรือ Panda Diplomacy ในภาษาอังกฤษนั่นเองค่ะ 😉 การมอบแพนด้าฟรี ๆ ให้แก่ประเทศต่าง ๆ ดำเนินมาจนถึงช่วงต้นยุค 1980 แต่หลังจากนั้นจำนวนหมีแพนด้าได้ลดลงเรื่อย ๆ จีนจึงเปลี่ยนนโยบายจากมอบให้ฟรีเป็นการให้ยืมแทน โดยมีสัญญา 10 ปี และหลังจากนั้นจะมีการพิจารณาต่อสัญญาเป็นระยะ 😊 แพนด้าที่อยู่ในญี่ปุ่นทั้งหมดตอนนี้ (มี 13 ตัว อยู่ในสวนสัตว์ 3 แห่ง) จึงเป็นการยืมมาจากประเทศจีนเพื่อการวิจัยด้านการอนุรักษ์เท่านั้น (มีข้อมูลของปี 2011 ว่าญี่ปุ่นต้องจ่ายเงินประมาณ 950,000 ดอลลาร์ต่อปีให้จีนเพื่อเป็นค่ายืมแพนด้า) 😮 และมีกฎว่า ถึงแม้ว่าแพนด้าจะคลอดลูกในญี่ปุ่นแต่มาจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีสัญชาติจีน ก็ถือว่าแพนด้าน้อยก็เป็นสมบัติของจีนอยู่ดี 🤔 ดังนั้นเมื่อแพนด้าตัวเมียมีอายุประมาณ 4 ปีและตัวผู้อายุประมาณ 6 ปี ก็มักจะถูกส่งกลับไปประเทศจีนเพื่อผสมพันธุ์ เพราะที่นั่นมีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เป็นจำนวนมาก เจ้าแพนด้าจะได้เลือกคู่ผสมพันธุ์ได้ถูกใจมากขึ้น เกิดเป็นแพนด้าก็ลำบากเหมือนกันนะคะ ไม่รู้ว่าจริง ๆ น้อง ๆ อยากกลับจีนหรือเปล่า มนุษย์คิดแทนให้เองล้วน ๆ เลย 🥺 อ้างอิง https://oggi.jp/6613805 วันนี้เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับจีน ๆ งั้นขอพาไปเที่ยวซุปเปอร์ขายของจีนในญี่ปุ่นละกันค่ะ 😁 ชื่อร้าน 友誼商店(ユウギショウテン ยูกิโชเต็น) อยู่ที่สถานี Ikebukuro ออกทางทิศเหนือ ที่อยู่ Tokyo Toshima-ku Nishiikebukuro 1-28-6-4F เบอร์โทร 03-5950-3588 ข้าง ๆ ซุปเปอร์มีฟู้ดคอร์ทอาหารจีนด้วย แต่ครั้งนี้ไม่กล้าเปิดหน้ากากอนามัยกิน 😅 ไว้โควิดซาถ้าได้ไปชิม จะมารีวิวอีกทีค่ะ 😄 ในส่วนของซุปเปอร์มีวัตถุดิบของจีนหลากหลายมาก แล้วก็มีของไทยด้วยนิดหน่อย 💕 * เจอไวตามิลค์ ขวดละ 160 เยน (ประมาณ 46 บาท) แล้วก็แคปหมูถุงละ 380 เยน (ประมาณ 110 บาท) ทำไงได้ละนะคะ ถ้าอยากกินก็ต้องยอมจ่าย 😅 แล้วพบกันใหม่ค่ะ 🥰🙏
      กรณีศึกษา “SkinX” เมื่อยักษ์ใหญ่ 2 วงการ จับมือปั้นสตาร์ตอัป ฝ่าการดิสรัปต์ในธุรกิจสุขภาพ การระบาดของโควิด 19 ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 2 ปี ได้ดิสรัปต์การดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม และเป็นตัวเร่งให้เกิดการนำเทคโนโลยีมากมาย มาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจ
      ⚠️[BREAKING]⚠️ ภาษีคริปโต ! สรรพากรยอมให้หักส่วนขาดทุนมาหักกำไรได้แล้ว ! แต่ต้องอยู่ใน Exchange ไทยที่ กลต. กำกับเท่านั้น สรรพากรเพิ่งแถลงแนวทางนโยบายภาษีคริปโตล่าสุดออกมาช่วงบ่ายวันนี้ โดยกรมสรรพากรได้ยึดแนวทาง ทำให้ชัด ผ่อนปรน และมองอนาคต โดยมีข้อสรุปดังนี้
      หนุ่มฟิลิปปินส์ ฉวยโอกาส WFH ไปเที่ยว แต่ดันต้องส่งงานกะทันหันกลางทะเล ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีหนุ่มคนหนึ่งต้องเผชิญกับเดดไลน์ในการส่งงานแบบกะทันหัน ระหว่างที่เขาไปเที่ยวกลางทะเล จึงเกิดปิ๊งไอเดียพกโน้ตบุ๊กขึ้นไปบนพาราเซล (เรือลากร่ม) เพื่อหาสัญญาณ WiFi สำหรับส่งอีเมลให้ได้ แล้วส่งคลิปให้เจ้านายดูว่าเขาทำงานให้ระหว่างพักผ่อนด้วย
      ดูทั้งหมด